'เอกนิติ' นั่งหัวโต๊ะประชุม 'ทีมไทยแลนด์' ถกรับมือภาษีสหรัฐฯ ปลัดคลังชี้นาทีทองบูสต์ส่งออก
GH News March 02, 2026 09:14 PM

‘เอกนิติ’ นั่งหัวโต๊ะประชุม ‘ทีมไทยแลนด์’ ถกรับมือภาษีสหรัฐฯ 15% ยืนยันพร้อมวางกลยุทธ์เจรจาเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ‘ปลัดคลัง’ ชี้ 150 วันนาทีทองผู้ประกอบการไทยเร่งบูสส่งออก

2 มี.ค. 2569 – นายเอกนิติ นิติ ทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน เกี่ยวกับการเตรรียมความพร้อมมือภายหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลก (Worldwide Tariff) จาก 10% เป็น 15% ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีระยะเวลา 150 วัน โดยจะมีการหารือถึงแนวทางในการวางกลยุทธ์ในการเจรจากับสหรัฐฯ หลังจากนี้ต่อไปอย่างไร

“รายละเอียดต่าง ๆ คงต้องมาคุยกันก่อน โดยจะต้องมีการหารือว่าจะวางกลยุทธ์ในการเจรจากับเขาหลังจากนี้ต่อไปอย่างไร หลังจากที่ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำตัดสินออกมา” นายเอกนิติ ระบุ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าขณะนี้สถานการณ์ยังค่อนข้างสับสน เพราะอัตราภาษีนำเข้าที่ไทยได้รับก่อนหน้านี้ที่ 19% ถูกยกเลิกไปแล้ว มาใช้ Worldwide Tariff ในอัตรา 15% ที่ต้องมาดูว่าหลังจากนี้ไทยควรจะมีท่าทีในการเจรจาอย่างไร เจรจาบนพื้นฐานของอะไรภายใต้ความไม่แน่นอนที่ยังมีอยู่ค่อนข้างสูง โดยมองว่าอย่างน้อยไทยจะต้องหากลยุทธ์ในการเจรจาที่ทำให้ภาคเอกชนไทยรู้ว่าไทยจะได้ประโยชน์สูงที่สุด

นอกจากนี้ อาจจะมีการพูดคุยถึงท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วยว่าขณะนี้เป็นอย่างไร โดยอาจจะมีการประสานกับเอกอัครทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในการช่วยประเมินท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วย เพราะเรื่องนี้มีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งผู้แทนการค้าภาคสหรัฐฯ (USTR), ทำเนียบขาว, กระทรวงการคลัง, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงการต่างประเทศ และภาคเอกชน โดยอาจจะต้องมีการหาพันธมิตรที่พร้อมจะสนับสนุนไทยด้วย

“สิ่งที่เขาพูดออกมาตอนนี้คือ 15% แต่มันเป็นเรื่องชั่วคราว ต่อไปอาจจะมีเพิ่มอีก ส่วนการเจรจาของไทยก่อนหน้านี้ที่ได้อัตราภาษี 19% แท้จริงก็ยังไม่มีข้อยุติสุดท้ายที่ชัดเจน เพราะยังมีหลายเรื่องภายในที่เรายังต้องมีมาตรการออกมาเกี่ยวข้อง เช่น การเปิดตลาด มาตรการภาคเกษตร เป็นต้น หลังจากนี้ก็คงต้องมาดูกัน อีกเรื่องคือเรายังไม่แน่ใจว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร เพราะผมไม่ได้ตามใกล้ชิด เรื่องนี้หลัก ๆ เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ แต่วันนี้อยากมาดูในรายละเอียดของกระทรวงการต่างประเทศว่าจะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะในเรื่องการวางกลยุทธ์ เพราะสถานการณ์ล่าสุดตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างที่สหรัฐ เนื่องจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นและถือเป็นประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับภาคธุรกิจ ถ้าเรายังไม่มีอัตราภาษีที่แน่นอนการค้าขายก็จะลำบาก ก็ต้องมาเร่งทำงานกัน” นางสีหศักดิ์ ระบุ

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องหาหารือกันว่าถ้าตามแนวทาง Worldwide Tariff ไทยควรจะรับมืออย่างไร ด้วยกลยุทธ์อะไรที่จะดีที่สุดและเป็นประโยชน์ที่สุดกับผู้ประกอบการไทย เพราะแนวทางภาษีดังกล่าวเป็นแค่เรื่องชั่วคราว มีเวลา 150 วัน

สำหรับที่หลายฝ่ายมองว่าในช่วง 150 วันจะทำให้เกิดการเร่งส่งออกสินค้าไทยมากขึ้นนั้น ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวหากผู้ประกอบการสามารถเร่งส่งออกถือเป็นเรื่องดีที่สุดในขณะนั้น

“วันนี้ต้องหารือกันเพื่อหายุทธศาสตร์ และกำหนดกลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์ที่สุดกับประเทศไทยก่อน ต้องคุยกันหลายหน่วยงานว่าแต่ละภาคส่วนมองเรื่องนี้อย่างไร หามาตรการที่เข้าใจตรงกันและเป็นประโยชน์มากที่สุด ส่วนหลังจากครบ 150 วันแล้วจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่ค่อยมาดูกันอีกที ว่าสุดท้ายแล้ว Worldwide Tariff ทำได้จริงหรือไม่” นายลวรณ กล่าว

‘เอกนิติ’ นั่งหัวโต๊ะประชุม ‘ทีมไทยแลนด์’ ถกรับมือภาษีสหรัฐฯ 15% ยืนยันพร้อมวางกลยุทธ์เจรจาเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ‘ปลัดคลัง’ ชี้ 150 วันนาทีทองผู้ประกอบการไทยเร่งบูสส่งออก

2 มี.ค. 2569 – นายเอกนิติ นิติ ทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน เกี่ยวกับการเตรรียมความพร้อมมือภายหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลก (Worldwide Tariff) จาก 10% เป็น 15% ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีระยะเวลา 150 วัน โดยจะมีการหารือถึงแนวทางในการวางกลยุทธ์ในการเจรจากับสหรัฐฯ หลังจากนี้ต่อไปอย่างไร

“รายละเอียดต่าง ๆ คงต้องมาคุยกันก่อน โดยจะต้องมีการหารือว่าจะวางกลยุทธ์ในการเจรจากับเขาหลังจากนี้ต่อไปอย่างไร หลังจากที่ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำตัดสินออกมา” นายเอกนิติ ระบุ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าขณะนี้สถานการณ์ยังค่อนข้างสับสน เพราะอัตราภาษีนำเข้าที่ไทยได้รับก่อนหน้านี้ที่ 19% ถูกยกเลิกไปแล้ว มาใช้ Worldwide Tariff ในอัตรา 15% ที่ต้องมาดูว่าหลังจากนี้ไทยควรจะมีท่าทีในการเจรจาอย่างไร เจรจาบนพื้นฐานของอะไรภายใต้ความไม่แน่นอนที่ยังมีอยู่ค่อนข้างสูง โดยมองว่าอย่างน้อยไทยจะต้องหากลยุทธ์ในการเจรจาที่ทำให้ภาคเอกชนไทยรู้ว่าไทยจะได้ประโยชน์สูงที่สุด

นอกจากนี้ อาจจะมีการพูดคุยถึงท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วยว่าขณะนี้เป็นอย่างไร โดยอาจจะมีการประสานกับเอกอัครทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในการช่วยประเมินท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วย เพราะเรื่องนี้มีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งผู้แทนการค้าภาคสหรัฐฯ (USTR), ทำเนียบขาว, กระทรวงการคลัง, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงการต่างประเทศ และภาคเอกชน โดยอาจจะต้องมีการหาพันธมิตรที่พร้อมจะสนับสนุนไทยด้วย

“สิ่งที่เขาพูดออกมาตอนนี้คือ 15% แต่มันเป็นเรื่องชั่วคราว ต่อไปอาจจะมีเพิ่มอีก ส่วนการเจรจาของไทยก่อนหน้านี้ที่ได้อัตราภาษี 19% แท้จริงก็ยังไม่มีข้อยุติสุดท้ายที่ชัดเจน เพราะยังมีหลายเรื่องภายในที่เรายังต้องมีมาตรการออกมาเกี่ยวข้อง เช่น การเปิดตลาด มาตรการภาคเกษตร เป็นต้น หลังจากนี้ก็คงต้องมาดูกัน อีกเรื่องคือเรายังไม่แน่ใจว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร เพราะผมไม่ได้ตามใกล้ชิด เรื่องนี้หลัก ๆ เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ แต่วันนี้อยากมาดูในรายละเอียดของกระทรวงการต่างประเทศว่าจะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะในเรื่องการวางกลยุทธ์ เพราะสถานการณ์ล่าสุดตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างที่สหรัฐ เนื่องจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นและถือเป็นประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับภาคธุรกิจ ถ้าเรายังไม่มีอัตราภาษีที่แน่นอนการค้าขายก็จะลำบาก ก็ต้องมาเร่งทำงานกัน” นางสีหศักดิ์ ระบุ

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องหาหารือกันว่าถ้าตามแนวทาง Worldwide Tariff ไทยควรจะรับมืออย่างไร ด้วยกลยุทธ์อะไรที่จะดีที่สุดและเป็นประโยชน์ที่สุดกับผู้ประกอบการไทย เพราะแนวทางภาษีดังกล่าวเป็นแค่เรื่องชั่วคราว มีเวลา 150 วัน

สำหรับที่หลายฝ่ายมองว่าในช่วง 150 วันจะทำให้เกิดการเร่งส่งออกสินค้าไทยมากขึ้นนั้น ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวหากผู้ประกอบการสามารถเร่งส่งออกถือเป็นเรื่องดีที่สุดในขณะนั้น

“วันนี้ต้องหารือกันเพื่อหายุทธศาสตร์ และกำหนดกลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์ที่สุดกับประเทศไทยก่อน ต้องคุยกันหลายหน่วยงานว่าแต่ละภาคส่วนมองเรื่องนี้อย่างไร หามาตรการที่เข้าใจตรงกันและเป็นประโยชน์มากที่สุด ส่วนหลังจากครบ 150 วันแล้วจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่ค่อยมาดูกันอีกที ว่าสุดท้ายแล้ว Worldwide Tariff ทำได้จริงหรือไม่” นายลวรณ กล่าว

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.