ปลัด วธ. เปิดท่องเที่ยววิถีชุมชน’หัวตลาด’ 1 ใน 10 สุดยอดต้นแบบเที่ยวชุมชน ยลวิถี ปี 68 ยกย่องเป็นย่านเก่าปัตตานีที่มีชีวิตชีวา โดดเด่นพหุวัฒนธรรมผสานวิถีไทย-จีน-มุสลิมลงตัว ชวนมาตามรอยชายแดนใต้
นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชน ณ ถนนอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ของ “ชุมชนหัวตลาด” 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 ในพิธีเปิดเมื่อค่ำวานนี้ ตื่นตาด้วยการแสดงชุด “นาฏยรังสรรค์วิถีถิ่น ยลศิลป์ถิ่นตานี” การแสดงที่ผสานท่วงท่าอ่อนช้อยของศิลปะไทยเข้ากับกลิ่นอายอารยธรรมมลายู สะท้อนอัตลักษณ์ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของพื้นที่ชายแดนใต้อย่างงดงาม จากนั้น รับชมวีดิทัศน์ “สุดยอดชุมชนหัวตลาด : Unseen Thai Thai เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ซึ่งนำเสนอภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของชุมชนหัวตลาด ในฐานะสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ผ่านสื่อมัลติมีเดียอย่างสร้างสรรค์ สะท้อนศักยภาพของชุมชนด้านพหุวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์

โอกาสนี้ นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นางเสริมกิจ ชัยมงคล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายธีรภัทร พรมนุชาธิป รองนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานีและประธานชุมชนหัวตลาด ว่าที่ร้อยตรี สมบัติ สิงห์คาร ปลัดจังหวัดปัตตานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัตชัย เอื้ออนันตสันต์ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นายบุณยโชติ บุณยเกียรติ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

นายประสพ เรียงเงิน กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากผ่านทุนวัฒนธรรม มุ่งมั่นที่จะนำต้นทุนทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดเพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กระจายตัวไปสู่พี่น้องประชาชนในระดับพื้นที่ การที่ชุมชนหัวตลาด ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบระดับประเทศ ประจำปี 2568 นั้น ถือเป็นเครื่องสะท้อนภาพความสำเร็จของนโยบายนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะที่นี่มีความโดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ พหุวัฒนธรรม และมีศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชน การจัดงานตอกย้ำว่า ภาครัฐพร้อมสนับสนุนและผลักดันศักยภาพของชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
ปลัด วธ. กล่าวอีกว่า วธ.ดำเนินโครงการคัดเลือก “10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เพื่อยกย่องชุมชนที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยชุมชนหัวตลาด จังหวัดปัตตานี ได้รับการคัดเลือกเนื่องจากมีประวัติศาสตร์ยาวนาน และโดดเด่นด้านพหุวัฒนธรรมที่ผสมผสานวิถีชีวิตของชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยพุทธไว้อย่างกลมกลืน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชน ส่งเสริมและยกระดับชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “Unseen Thai Thai” พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้สู่ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรม
“ชุมชนหัวตลาดถือเป็นหัวใจทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดปัตตานี มีศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน และมีสถาปัตยกรรมตึกแถวโบราณที่สะท้อนอดีตเมืองท่าการค้า ทำให้ย่านเมืองเก่าปัตตานีเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ยังคงสืบทอดวิถีชีวิตและกิจการค้าจากรุ่นสู่รุ่น” นายประสพ กล่าว

ทั้งนี้ ชุมชนหัวตลาดเป็นพื้นที่ศูนย์กลางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดปัตตานี สะท้อนอัตลักษณ์ “พหุวัฒนธรรม” อย่างโดดเด่น โดยมีศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นหมุดหมายสำคัญทางวัฒนธรรมและย่านเมืองเก่ามีเสน่ห์ด้านสถาปัตยกรรมตึกแถวโบราณและวิถีการค้าดั้งเดิมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

จุดเด่น Unseen ของชุมชน ได้แก่ “ร้านหย่งชาง” ร้านโชห่วยโบราณและสตูดิโอซ่อม–แกะสลัก “กิ้มซิ้น” ระดับครู ซึ่งใช้เทคนิคอนุรักษ์เฉพาะจุดเพื่อรักษารายละเอียดดั้งเดิม พร้อมผสมผสานศิลปะจีน ทิเบต และลายมลายูท้องถิ่น จนเกิดเป็นอัตลักษณ์ศิลปกรรมร่วมสมัยที่ทรงคุณค่า เส้นทางท่องเที่ยว “ยลวิถี” ของชุมชนยังเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ย่านเมืองเก่าถนนอาเนาะรู มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี มัสยิดรายอฟาฎอนีและร่องรอยโบราณสถานวังเก่าจะบังติกอ
“ชุมชนหัวตลาดยังสะท้อนความหลากหลายทางศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด “Unseen Thai Thai” ถ่ายทอดอัตลักษณ์ชุมชนใน 4 มิติ ได้แก่ ไท–ดั้งเดิม ไท–ร่วมสมัย ไท–ประสบการณ์ และไท–เชื่อมโยง ผ่านกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรม การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น และการจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ปลัด วธ. กล่าว


