อัปเดตคดีสะเทือนขวัญ! อุ้มฆ่าผู้จัดการ เผาที่ลพบุรี ตำรวจรวบ “สรวี-เบน” โยงคดีอุ้มฆ่า “รุ” พร้อมเปิดใจ “เผ่า” หนึ่งในทีมอุ้ม ยันรับจ้างแค่พาตัว ไม่รู้เห็นการตาย
คดีการหายตัวไปของ นายรุทธ์ หรือ ท็อป ซึ่งต่อมาพบว่าถูกอุ้มฆ่าและเผาอำพรางศพที่จังหวัดลพบุรี ล่าสุดมีความคืบหน้าครั้งสำคัญครับ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญได้เพิ่มเติมในช่วงกลางดึกของวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา นั่นคือ “นายสรวี” และ “นางสาวเบน” ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นผู้บงการเบื้องหลังเหตุการณ์สุดอุกอาจครั้งนี้
ทั้งนี้จากการสอบปากคำผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงบางส่วน และพบความเชื่อมโยงถึงมูลเหตุบางส่วนอันน่าเชื่อว่าเป็นปัญหาภายในครอบครัว
คดีนี้เป็นที่จับตามองอย่างมากเพราะคนร้ายก่อเหตุอุ้มเหยื่อกลางกรุงย่านรัชดาภิเษกในช่วงเช้าตรู่ ซึ่งถือเป็นการท้าทายกฎหมายอย่างยิ่ง ทางด้านพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ “ผู้การแต้ม” อดีตตำรวจมือปราบชื่อดัง ได้วิเคราะห์ว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุที่ลงมืออุ้มนั้นไม่ใช่ทีมมืออาชีพ เพราะมีการรวมตัวกันอย่างหลวมๆ และทิ้งเบาะแสมากมาย เช่น การพากันไปนั่งกินข้าวในที่สาธารณะหลังก่อเหตุ
ผู้การแต้มมองว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือ “ผู้บงการ” ต้องเป็นบุคคลที่กว้างขวางและมีอิทธิพลพอสมควร ถึงกล้าสั่งการให้เกิดเหตุอุกอาจเช่นนี้ได้ คาดเดาว่าแรงจูงใจอาจมาจากความแค้นส่วนตัว อย่างประเด็นชู้สาว และการถูกหยามเกียรติ ซึ่งสอดคล้องกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่าง ผู้ตาย, “จีน่า” (หญิงสาวคนสนิทของรุ) และ “สรวี” (ผู้ต้องสงสัยที่เคยมีความสัมพันธ์กับจีน่ามาก่อน)
สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาทีมอุ้มฆ่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้รวม 8 คนในข้อหา “ร่วมกันข่มขืนใจและกักขังหน่วงเหนี่ยว” โดยสามารถจับกุมได้แล้ว 7 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นทีมปฏิบัติการอุ้มตัวผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน คือ ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ เงินศรีชัย อายุ 48 ปี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ว่าจ้างทีมอุ้ม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหลบหนี โดยมีข้อมูลว่าอาจหลบหนีข้ามชายแดนไป สปป.ลาว
ล่าสุด รายการ “พุทธ Talk” ได้เปิดเผยคำให้การแบบเอ็กซ์คลูซีฟของ “เผ่าทอง” หนึ่งในทีมที่รับจ้างไปอุ้มนายรุทธ์(ปัจจุบันได้รับการประกันตัวแล้ว) เผ่าทองออกมายอมรับว่าเขาร่วมอยู่ในทีมอุ้มจริง ได้รับค่าจ้าง 24,000 บาท แต่ยืนยันเสียงแข็งว่า “ไม่รู้เห็นและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายหรือฆาตกรรมคุณรุแต่อย่างใด”
เผ่าทองเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ให้ฟังว่า ได้รับการติดต่อผ่าน “วีรวิทย์” (ถูกจับกุมแล้ว) ให้ไปทำหน้าที่อุ้มคุณรุเพื่อพาไปพูดคุยเจรจาธุรกิจ โดยไม่มีการพูดถึงการทำร้ายร่างกาย มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ลอบติด GPS ไว้ที่รถเหยื่อก่อนหน้านั้น แล้วให้ทีมอุ้มขับรถสะกดรอยตามดูพฤติกรรมอยู่ประมาณ 5 วันก่อนลงมือจริง
ในวันเกิดเหตุ ทีมงานตัดสินใจขับรถชนท้ายรถของคุณรุเพื่อสร้างสถานการณ์อุบัติเหตุ บีบให้นายรุทธ์ลงจากรถ เมื่อลงมา เผ่าทองอ้างว่าเขาเข้าไปพูดคุยดีๆ เพื่อเชิญตัวขึ้นรถ ซึ่งนายรุทธ์ก็ยอมตามไปโดยไม่ได้ขัดขืนรุนแรงหรือถูกพันธนาการใดๆ
ระหว่างทางบนรถ มีคำสั่งจากผู้จ้างวานให้เช็กโทรศัพท์มือถือของนายรุทธ์เพื่อค้นหา “คลิปวิดีโอ” บางอย่าง ซึ่งเผ่าทองอ้างว่าเจอคลิปของนายรุทธ์กับผู้หญิง 4 คน (ไม่ซ้ำหน้า) ในเครื่อง
เมื่อพาตัวนายรุทธ์ไปถึงบ้านพักย่านบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เผ่าทองยังเป็นคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปซื้อข้าวและกาแฟมาให้ทาน
หลังจากนั้น เผ่าทองอ้างว่าเขาได้ยินคนในทีมพูดว่า “ให้รอเจ๊ก่อน” เขาจึงขอตัวกลับออกมาก่อนเพราะต้องไปทำงานต่อ ทำให้เขาไม่รู้เหตุการณ์หลังจากนั้น และไม่รู้ว่านายรุทธ์เสียชีวิตและถูกนำศพไปเผาที่ลพบุรีได้อย่างไร
ทั้งนี้ “เจ๊” ที่เผ่าทองพูดถึง หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจเชื่อมโยงกับ “เบน” ผู้ต้องหาหญิงที่ถูกจับกุมพร้อมกับสรวีหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเพื่อขยายผล
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักกับ “สรวี” หลายข้อหา เช่น เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ซ่อนเร้นอำพรางศพ, กักขังหน่วงเหนี่ยว, และปล้นทรัพย์ แต่ในทางกฎหมาย สรวีและเบนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดครับ
ข่าวล่าสุด