เปิดไทม์ไลน์อุ้มฆ่า ผู้จัดการท็อป ตัวการใหญ่จ่อเผ่นนอก แต่เปลี่ยนใจเพราะเหตุนี้
GH News March 06, 2026 02:11 PM

เปิดไทม์ไลน์สั่งตาย คดีอุ้มฆ่าเผานั่งยาง รวบตัวการใหญ่พร้อมกางผังทีมอุ้มครบแก๊ง

กรณีของนายรุทธ์ หรือ “ท็อป” อายุ 45 ปี ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ ที่ถูกแก๊งคนร้ายบุกอุ้มตัวไปอย่างอุกอาจกลางเมือง ก่อนจะพบเป็นศพถูกเผาอำพรางอย่างโหดเหี้ยม

เปิดไทม์ไลน์วันเกิดเหตุ สู่การพบศพสุดสลด

ในเช้าตรู่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลา 05.45 น. คุณท็อปได้ขับรถออกจากคอนโดมิเนียม กระทั่งเวลา 06.23 น. รถได้เลี้ยวเข้าซอยรัชดาภิเษก 18 และเพียง 2 นาทีต่อมา กลุ่มคนร้ายได้จัดฉากขี่รถจักรยานยนต์ชนท้าย เพื่อบีบให้คุณท็อปลงจากรถ ก่อนจะทำการกักขังหน่วงเหนี่ยวและอุ้มตัวขึ้นรถเช่าหลบหนีไป

ต่อมาในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เวลา 00.40 น. พี่ชายของคุณท็อปได้เข้าแจ้งความคนหายที่ สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเริ่มแกะรอยอย่างหนัก จนกระทั่งผ่านไป 14 วัน ความหวังก็พังทลายลง เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 3 มีนาคม เจ้าหน้าที่พบร่างของคุณท็อปถูกฆาตกรรมและจุดไฟเผาอำพรางศพอย่างน่าหดหู่ ภายในห้องน้ำของบ้านร้างริมถนนสระบุรี-หล่มสัก ตำบลชัยนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี

บุกรวบ “สรวีย์-เบน” ผงะเจอหลักฐานชุดทหาร-ปืนปลอม

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 23.35 น. ของวันที่ 5 มีนาคม ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวบอสใหญ่ของคดีนี้ คือ นายสรวีย์ อายุ 46 ปี และ นางสาวเบญญาภา หรือ เบ็น อายุ 45 ปี หญิงสาวคนสนิทที่คาดว่าร่วมวางแผน ทั้งคู่ถูกรวบตัวได้ขณะกำลังเตรียมเดินทางออกจากบ้านพักย่านวังทองหลาง

จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ พบว่านายสรวีย์ได้ทำการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศไว้แล้ว แต่เปลี่ยนใจยกเลิกเที่ยวบินในภายหลังเพราะต้องการนำทนายความมาต่อสู้คดี

เบื้องต้นผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธในข้อหาหนัก แต่ยอมรับข้อเท็จจริงบางส่วน โดยระบุถึงมูลเหตุว่ามีความเชื่อมโยงกับ “ปัญหาภายในครอบครัว”

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบรถยนต์และรถกระบะของผู้ต้องหา สิ่งที่น่าตกใจคือภายในรถยนต์พบชุดเครื่องแบบข้าราชการทหาร ชุดสูท บัตรวิทยาลัยทนายความ ซองใส่บัตรข้าราชการ ปืนปลอม 2 กระบอก และมีดพกสั้น 1 เล่ม แขวนและเก็บซ่อนไว้ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติการณ์ของขบวนการนี้ที่มักมีการแอบอ้างตัวเป็นคนมีสี

กางผัง 8 ทีมรับจ้างอุ้ม ล่าตัวนายหน้าหนีซุกประเทศลาว

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดเผยรายชื่อและหน้าที่ของขบวนการรับจ้างอุ้มทั้ง 8 คนอย่างละเอียด ซึ่งขณะนี้ 7 คนถูกจับกุมและส่งตัวขึ้นศาลอาญาแล้ว ได้แก่

คนที่ 1 ว่าที่ร้อยตรีวีรวิชญ์ หรือ ขวัญ (อายุ 43 ปี) อาชีพบอดี้การ์ด ทำหน้าที่ขับรถฟอร์จูนเนอร์สีขาว

คนที่ 2 นายพงศ์สิทฐ์ หรือ เป้ (อายุ 30 ปี) ทำหน้าที่ขับรถฟอร์จูนเนอร์สีเทาดำ

คนที่ 3 นายบุญญพัฒน์ หรือ สันติ (อายุ 25 ปี) เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถคุณท็อป

คนที่ 4 นายจักรพันธ์ หรือ เจ (อายุ 25 ปี) ทำหน้าที่ถือแฟ้มข้อมูลประวัติเป้าหมาย

ส่วนคนที่ 5, 6 และ 7 คือ นายเผ่าทอง หรือ อั้ม (อายุ 36 ปี) นายอภิสิทธิ์ หรือ ปอร์น (อายุ 25 ปี) และนายสิทธิโชค หรือ แบ๊ค (อายุ 29 ปี) ทำหน้าที่นั่งประกบผู้ตายในรถ

สำหรับผู้ต้องหารายที่ 8 ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในการรับงานและประสานงาน คือ ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ หรือ อาร์ท (อายุ 48 ปี) ขณะนี้เป็นเพียงคนเดียวที่หลบหนีการจับกุม โดยมีรายงานแน่ชัดว่าได้หลบหนีข้ามชายแดนไปยังประเทศลาวแล้ว

คดีนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนเพราะมีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องถึงสองคน ทั้ง “ก้อย” ว่าที่เจ้าสาวที่กำลังจะแต่งงานกันในวันที่ 7 มีนาคม และ “จีน่า” หญิงสาวคนสนิทที่เป็นโลกอีกใบของคุณท็อป ซึ่งตัวผู้บงการอย่าง “นายสรวีย์” นั้นก็คืออดีตแฟนเก่าของจีน่า ทำให้สังคมพุ่งเป้าไปที่ความหึงหวงและเรื่องชู้สาว

อย่างไรก็ตาม คำให้การล่าสุดของนายสรวีย์ที่อ้างถึงปัญหาครอบครัว ประกอบกับข้อมูลที่จีน่าเคยให้เบาะแสไว้ว่า คุณท็อปเคยเล่าเรื่องที่พี่ชายมีปัญหาขัดแย้งทางธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในประเทศกัมพูชา ทำให้คดีนี้ยังไม่อาจตัดประเด็นใดทิ้งได้ ทั้งเรื่องชู้สาวหยามเกียรติ และผลประโยชน์ทางธุรกิจข้ามชาติ

ข่าวล่าสุด
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.