หลังจากที่อดีตดาราและนางแบบสาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แองจี้ เฮสติ้งส์ ได้แต่งงานกับ ทารีก คาดดูมี (Tarik KadDumi) หนุ่มลูกครึ่งสิงคโปร์-คูเวต นักธุรกิจบ่อน้ำมันชาวคูเวต และไปใช้ชีวิตในประเทศคูเวต เพื่อดูแลสามีและลูกชายทั้ง 2 คน
ซึ่ง แองจี้ เคยให้สัมภาษณ์ว่า กว่าจะได้แต่งงาน เธอกับสามีใช้เวลาพิสูจน์ความรักกันยาวนานกว่า 18 ปี หลังจากที่แต่งงานกันชีวิตของ แองจี้ ทำงานในวงการต่ออีก 2 ปี จากนั้นชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป เพราะสามีก็มาบอกว่า ยูแต่งงานนะ ยูเป็นภรรยาของฉันนะ ทำไมยูยังไม่ย้าย ทำไมยังถ่ายละครอยู่ เราก็ลืมไป ไม่ได้คิดว่าแต่งงานเสร็จเราต้องย้าย เราคิดว่าแต่งงานก็คือแต่งงาน

จากชีวิตที่เคยทำงานมาตั้งแต่เด็ก ชินกับการตื่นไปถ่ายละครแต่เช้า เสร็จก็ล้างหน้า กลับบ้านไปนอน เช้ามาก็เป็นเหมือนเดิมวนลูปอยู่อย่างนี้ หลังจากที่ย้ายไปอยู่คูเวต ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป เพราะย้ายไปอยู่ประเทศที่ไม่ใช่บ้าน มีแต่ทะเลทราย ไม่มีเพื่อน ไม่มีญาติ ไม่มีพ่อแม่
ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังใหญ่ขนาด 4 ชั้นครึ่ง ตื่นมาสามีก็ไปทำงานแล้ว ลงมาก็มีคนดูแล มีพนักงานประมาณ 14-15 คน ซึ่งเขาจะเรียกเธอว่า “มาดาม” มีกุ๊กคอยทำอาหารให้ มีคนดูแลประจำชั้น มันคือความรู้สึกที่ทำตัวไม่ถูก จนแอบเหงาและสับสนในบทบาทใหม่ของตัวเอง จึงขอสามีทำงาน เพราะที่นั่นเขาไม่อยากให้ผู้หญิงทำงาน จึงต้องคุยกันและอธิบายให้สามีเข้าใจ จนในที่สุดเขาก็ยอมให้ทำงาน
ส่วนที่ใครหลายคนมองว่า ทารีก คาดดูมี สามีของ แองจี้ เป็นเศรษฐีบ่อน้ำมัน เธอบอกว่า เขาทำงานน้ำมัน แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน

และล่าสุดจากในตะวันออกกลางยังน่าเป็นห่วง แองจี้ ก็ได้โพสต์คลิปอัปเดตเหตุการณ์ที่บ้านในตอนนี้บอกว่า
“สัญญาณเตือนก็ยังดังเป็นช่วง ๆ ก็ยังมียิงกันบ้าง และชิ้นส่วนของจรวดก็ทะลุบ้านคน ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเด็กเสียชีวิต ซึ่งลูกของเธอก็เครียด เพราะเด็กเซ็นซิทีฟมาก เขาก็รู้ว่ามีอะไร แต่พวกเราปลอดภัยดี เพิ่งสั่งโซลาร์ไปเพื่อชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ เพราะกลัวจะไม่มีไฟฟ้าใช้ ป้องกันไว้ก่อน
แล้วเดี๋ยวจะเริ่มแพ็กกระเป๋าเผื่อเหตุฉุกเฉินที่ต้องอพยพไป ถ้าบอกว่าอย่าแพนิก ไม่ได้แพนิกหรอก แต่ดูแล้วสถานการณ์ไม่น่าจะหยุดง่าย ๆ สนามบินยังปิดอยู่ แต่มีรถบัสหรือขับรถไปที่ชายแดนซาอุฯก็ได้ ยังไม่ได้คิดอพยพ ยังไม่รุนแรงขนาดนั้น ยังไม่แพนิกค่ะ”
