สถานการณ์ตะวันออกกลางระเบิดศึกระลอกใหม่! อิสราเอลส่งฝูงบินรบกว่า 80 ลำ ถล่มจุดยุทธศาสตร์ทั่วอิหร่าน รวมถึงสนามบินเมหราบัดและมหาวิทยาลัยทหาร IRGC ขณะที่สนามบินดูไบสั่งหยุดบินกะทันหัน ! เหตุสกัดกั้นขีปนาวุธเหนือน่านฟ้า ด้านประธานาธิบดีอิหร่านคนใหม่ แถลงขออภัยเพื่อนบ้าน พร้อมสั่งกองทัพหยุดโจมตีประเทศใกล้เคียง เว้นแต่ถูกรุกรานก่อน
วันนี้ (7 มี.ค.) กองทัพอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ (IDF) เผยความสำเร็จในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกล่าสุดเหนือน่านฟ้าอิหร่าน ด้วยการใช้เครื่องบินรบมากกว่า 80 ลำ เข้าถล่มเป้าหมายทางทหารที่สำคัญ ไล่ตั้งแต่ สนามบินเมหราบัด (Mehrabad Airport) ซึ่งเป็นสนามบินที่พลุกพล่านที่สุดในอิหร่านและเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ มีรายงานเครื่องบินลุกไหม้บนรันเวย์และกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมทั่วพื้นที่
เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยอิหม่ามฮอสเซน (Imam Hossein University) สถานฝึกอบรมระดับสูงของนายทหารหน่วยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) โดยไอดีเอฟระบุว่า ได้ทำลายแหล่งเก็บขีปนาวุธวิถีโค้งและศูนย์บัญชาการใต้ดินที่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการอยู่เป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ดี รายงานของ “DZRH News” สื่อของฟิลิปปินส์ระบุว่า ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่เมื่อมีเสียงระเบิดดังขึ้นเหนือน่านฟ้าดูไบ ส่งผลให้สนามบินนานาชาติดูไบจนต้องประกาศ “ระงับปฏิบัติการทั้งหมดชั่วคราว” เพื่อความปลอดภัยของนักเดินทางและเจ้าหน้าที่
คลิปจาก : @Kurdistan24
ส่วนสายการบินเอมิเรตส์ (Emirates) ต้องประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง พร้อมเตือนผู้โดยสารว่า “ห้ามมาที่สนามบิน” ในขณะนี้
อย่างไรก็ดี ทางการของยูเออียืนยันว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านที่มุ่งเป้าฐานทัพสหรัฐฯ ได้หลายครั้ง แต่เศษซากจากการทำลายได้ตกลงมาในเขตเมือง
ท่ามกลางการสู้รบที่ดุเดือด นายมาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจของรัฐ (IRIB TV) ในวันนี้ (7 มี.ค.2026) โดยเขาแสดงความเสียใจและขออภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตี ขณะเดียวกันได้สั่งการให้กองทัพหยุดโจมตีประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เว้นแต่จะถูกโจมตีก่อน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งสันติภาพในภูมิภาค
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากที่อิหร่านสูญเสียผู้นำสูงสุด อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้อำนาจการบริหารประเทศตกมาอยู่ในมือของคณะผู้นำรักษาการที่นำโดยนายเปเซชเคียน
ที่มา : DZRH News , Kurdistan24 และ CNN .
อ่านข่าวเพิ่มเติม