อัปเดตวันรายอ 2569 ตรงกับวันไหน? กางข้อปฏิบัติสำคัญ วันสิ้นสุดการถือศีลอด
GH News March 20, 2026 08:12 PM

จุฬาราชมนตรีประกาศ วันอีฎิ้ลฟิตริ (วันรายอ) ตรงกับ 21 มี.ค. 69 หลังผลดูดวงจันทร์ไม่ปรากฏ เปิดความหมาย ‘วันออกบวช’ แห่งรางวัลของผู้ศรัทธา และข้อปฏิบัติสำคัญของชาวมุสลิม

นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ประกาศกำหนดวันที่ 1 ของเดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ก่อนหน้านี้ สำนักจุฬาราชมนตรีได้กำหนดให้พี่น้องชาวมุสลิมร่วมกันดูดวงจันทร์ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ตามหลักศาสนาหากมีผู้พบเห็นดวงจันทร์ วันรุ่งขึ้น (20 มีนาคม) จะถือเป็นวันออกบวชทันที แต่เมื่อถึงเวลาปรากฏว่า ไม่มีผู้เห็นดวงจันทร์ จึงได้ประกาศแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า วันที่ 1 ของเดือนเซาวาลจะเลื่อนไปตรงกับ วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569

ทำความรู้จัก ‘วันอีฎิ้ลฟิตริ’ วันแห่งรางวัลของผู้ศรัทธา

หลายคนอาจคุ้นหูกับคำว่า ฮารีรายอ (Hari Raya) มาจากภาษามลายูปัตตานี แปลว่า วันใหญ่ หรือ วันอีด หมายถึงวันแห่งการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ของชาวมุสลิม ในหนึ่งปีจะมีวันฮารีรายอ 2 ครั้ง ได้แก่ วันอีฎิ้ลอัฎฮา และ วันอีฎิ้ลฟิตริ หรือที่เรียกกันติดปากว่า วันออกบวช บางพื้นที่เรียกว่า รายาปอซอ หรือ รายาฟิตเราะห์

วันอีฎิ้ลฟิตริ จะตรงกับวันที่ 1 เดือนเชาวาล ตามปฏิทินอิสลาม ถือเป็นหนึ่งในวันสำคัญยิ่งของมุสลิมทั่วโลก เพราะเป็นวันสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนที่ยาวนานตลอด 1 เดือนเต็ม วันนี้จึงเปรียบเสมือนวันแห่งรางวัลสำหรับผู้ศรัทธาที่สามารถฝึกฝนและเอาชนะใจตนเองได้สำเร็จ ทั้งการงดเว้นอาหาร เครื่องดื่ม และควบคุมจิตใจจากสิ่งยั่วยุต่าง ๆ ตลอดจนเป็นช่วงเวลาที่ได้เพิ่มพูนความดีผ่านการละหมาดตะรอวีห์ การทำทาน และขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์

ข้อปฏิบัติสำคัญในเช้าวันฮารีรายอ

เมื่อแสงแรกของวันอีฎิ้ลฟิตริมาเยือน ชาวมุสลิมจะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดใสและรอยยิ้ม พร้อมข้อปฏิบัติที่สืบทอดกันมา ดังนี้

เริ่มต้นด้วยการอาบน้ำสุนัตเพื่อชำระร่างกายให้สะอาดบริสุทธิ์ จากนั้นจะสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาด สวยงาม และมีกลิ่นหอม เพื่อเตรียมพร้อมเดินทางไปยังมัสยิด

ก่อนจะเริ่มประกอบพิธีละหมาด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจ่ายซากาตฟิตเราะห์ หรือการบริจาคสิ่งของที่เป็นอาหารหลักเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนในสังคมจะได้ร่วมเฉลิมฉลองอย่างอิ่มท้องและทั่วถึง

เมื่อถึงมัสยิด ผู้ศรัทธาจะละหมาดอีดร่วมกันโดยมีอิหม่ามเป็นผู้นำ จากนั้นจะนั่งฟังคุฏบะฮ์ (คำสอน) เน้นถึงการดำเนินชีวิตที่ดีงาม การทำความดี และการละเว้นความชั่ว

หลังเสร็จสิ้นพิธี ทุกคนจะสวมกอด ขอพร และกล่าวคำขออภัยซึ่งกันและกัน โดยธรรมเนียมแล้วผู้น้อยจะเข้าไปขอขมาผู้อาวุโส เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของวันฮารีรายอคือความอบอุ่นของสถาบันครอบครัว หลายคนเลือกเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อมาใช้เวลาร่วมกับญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง มีการเดินทางไปเยี่ยมเยียนกัน และร่วมกันทำความสะอาดสุสานเพื่อรำลึกถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

ส่วนของบ้านเรือนจะถูกปัดกวาดเช็ดถูและตกแต่งอย่างสวยงามต้อนรับเทศกาล โดยเฉพาะผู้หญิงในบ้านที่จะรับหน้าที่เตรียมอาหารและต้อนรับแขกผู้มาเยือน ซึ่งเมนูที่ทุกบ้านต้องมีคือ ตูปะ หรือข้าวเหนียวต้มห่อใบกะพ้อ พร้อมด้วยขนมพื้นเมืองหลากหลายชนิด ที่จะถูกนำมาแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้านและเด็ก ๆ

ข้อมูลจาก : สำนักจุฬาราชมนตรี และ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา

ข่าวล่าสุด
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.