'เอเซอร์' ครบรอบ 50 ปี ประกาศยุทธศาสตร์ ‘The Next Breaking Barriers’ เดินหน้าสู่แบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์
GH News March 20, 2026 08:12 PM

เอเซอร์ (Acer) ครบรอบ 50 ปี ประกาศก้าวสู่ทศวรรษใหม่ภายใต้แนวคิด ‘The Next Breaking Barriers’ สะท้อนวิสัยทัศน์การ ‘ทลายขีดจำกัด’ หนึ่งใน DNA สำคัญของแบรนด์ ที่กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญอีกครั้ง จากความแข็งแกร่งในตลาดพีซี ไปสู่บทบาทของ แบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ที่เข้าใกล้ชีวิตผู้คนมากขึ้น ผ่านการพัฒนานวัตกรรมที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ตอบโจทย์การใช้งานจริง และขับเคลื่อนความเชื่อมั่นในระยะยาวผ่าน 3 แกนพอร์ตธุรกิจสำคัญ ทั้งในฝั่ง Commercial, Retail และ Home Appliance

20 มี.ค. 2569 – นายเจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวคิด “Breaking Barriers” ของเอเซอร์ในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงเพียงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่หรือการก้าวข้ามข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ แต่หมายถึงการทำให้เทคโนโลยีสามารถเชื่อมต่อกับวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างไร้รอยต่อมากขึ้น และกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงาน การเรียนรู้ และการใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิทัล

เอเซอร์จึงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานในหลายมิติ โดยนำ AI มาทำหน้าที่เป็น “Trusted Companion” หรือคู่คิดที่ช่วยยกระดับคุณภาพการทำงานและการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมเสริมความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจผ่านการยกระดับการผลิตและการบริหารงานในระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการนำสินค้าออกสู่ตลาดและรองรับความต้องการของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับตอกย้ำความเชื่อมั่นผ่านระบบบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญของการเติบโตในระยะยาว

“ในวาระครบรอบ 50 ปี เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกใช้ด้วยเหตุผลเท่านั้น แต่ต้องการเป็นแบรนด์ที่ผู้คนรู้สึกผูกพันและเชื่อมโยงด้วย ผ่านเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ผู้ใช้ในทุกเจเนอเรชัน และสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต” นายเจฟ กล่าว

จากวิสัยทัศน์ สู่การลงมือทำจริง

ในปีนี้ เอเซอร์นำแนวคิด “Breaking Barriers” มาเป็นหัวใจหลักของการสื่อสารแบรนด์ เพื่อเล่าการเดินทางตลอด 5 ทศวรรษ ในฐานะแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยี พร้อมต่อยอดความหมายของการ “ทลายขีดจำกัด” จากเรื่องการเข้าถึงอุปกรณ์ ไปสู่การสร้างความเข้าใจและมั่นใจในการใช้เทคโนโลยีให้กับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการลดความกังวลเกี่ยวกับ AI หรือการทำให้เทคโนโลยีเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น

เอเซอร์จึงวางกลยุทธ์การสื่อสารแบบต่อเนื่องตลอดทั้งปี ผ่านกิจกรรมสำคัญอย่างแคมเปญ Acer Day, การแข่งขัน Predator League Tournament และการ Collaboration ร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ โดยต่อยอดจากความสำเร็จของโปรเจกต์ Acer x Butterbear ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี ผ่านการออกแบบคอลเลกชัน Notebook, Gadget และ Accessories สำหรับคอมมูนิตี้ไทย เพื่อทำให้เอเซอร์ไม่เพียงถูกจดจำในฐานะผู้นำธุรกิจ แต่เป็นแบรนด์ที่มอบทั้งคุณค่าการใช้งานและประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค

ภายใต้ทิศทางดังกล่าว เอเซอร์จึงเดินหน้าขยายบทบาทของธุรกิจในแต่ละแกนอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในฝั่ง Commercial ที่มุ่งพัฒนาโซลูชันเพื่อองค์กรและการศึกษา ฝั่ง Retail ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภค และฝั่ง Home Appliance ที่สะท้อนการขยายตัวของแบรนด์เข้าสู่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในบ้านอย่างชัดเจน

จากเทคโนโลยี สู่แบรนด์ที่สร้างสรรค์โอกาส

ในฝั่ง Commercial เอเซอร์ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงประสิทธิภาพอุปกรณ์ แต่มุ่งขยายบทบาทให้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยลดข้อจำกัดเพื่อการเติบโตขององค์กร สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง

นางสาวณัฐฐนันท์ รัตนพรพิศ รองผู้อำนวยการฝ่าย Commercial Business Group บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในฝั่ง Commercial เอเซอร์ได้ปรับบทบาทจากผู้จำหน่ายอุปกรณ์ไอที สู่การเป็นพาร์ตเนอร์ด้านเทคโนโลยีที่เข้าใจอินไซต์และความต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละกลุ่มอย่างลึกซึ้ง ครอบคลุมตั้งแต่การเป็น Education Partner ที่ร่วมพัฒนาโซลูชันเพื่อยกระดับการเรียนรู้ เป็น Enterprise Partner ที่ช่วยองค์กรออกแบบและวางระบบเทคโนโลยีอย่างครบวงจร ไปจนถึงการเป็น Business Partner สำหรับผู้ประกอบการ SME เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานยุคใหม่ ทุกโซลูชันถูกพัฒนาเพื่อทำให้เทคโนโลยีเป็นมากกว่าเครื่องมือ แต่เป็นพลังสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลา สถานที่ และทรัพยากร

ในขณะเดียวกัน เอเซอร์ยังนำแนวคิด “Breaking Barriers” มาขับเคลื่อนกลยุทธ์ Commercial ผ่านแนวทางสำคัญ เพื่อผลักดันให้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มศักยภาพองค์กรและขยายโอกาสทางดิจิทัล ได้แก่

Breaking the Performance Barrier: เอเซอร์ยกระดับศักยภาพการประมวลผลขององค์กรด้วย Altos BrainSphere™ GB10 F1 ภายใต้แนวคิด “A Grace Blackwell AI Supercomputer on Your Desk” นำพลังประมวลผล AI ระดับสูงมาไว้ในเครื่องขนาดกะทัดรัด ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนา Local AI Model วิเคราะห์ข้อมูล และจัดการงาน AI ที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Breaking the Boundary of Work: เปิดตัว TravelMate และ Veriton เจเนอเรชันใหม่ รองรับการทำงานยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความสามารถด้าน AI-Powered Productivity ระบบความปลอดภัยระดับองค์กร การจัดการพลังงาน และแนวคิดด้านความยั่งยืน

Breaking the Opportunity Gap: เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลผ่าน Digital Learning Support Program สนับสนุนอุปกรณ์ Chromebook ให้กับโรงเรียนไทย พร้อมพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้และเสริมศักยภาพทั้งผู้สอนและผู้เรียนให้เข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม

แบรนด์ที่อยู่ในชีวิตจริงของคนยุคดิจิทัล

ในฝั่ง Retail เอเซอร์กำลังขยับจากแบรนด์ที่ผู้บริโภคเคยเลือกด้วยเหตุผลด้านเทคโนโลยี ไปสู่แบรนด์ที่สร้างความหมาย ความเชื่อมั่น และความผูกพันระยะยาว ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลในชีวิตจริง

นายสุพงศ์ ตั้งตรงเบญจศีล ผู้อำนวยการฝ่าย Retail Business บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอเซอร์ออกแบบทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมของอุปกรณ์ไอที และทำให้เทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพของผู้ใช้งานได้จริง พอร์ตผลิตภัณฑ์ใหม่จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่กลุ่ม Hybrid Work ในซีรีส์ Swift AI และ Aspire AI, กลุ่ม Pro Creator ที่ต้องการประสิทธิภาพขั้นสูง ไปจนถึงกลุ่ม Immersive Gaming ภายใต้ Predator และ Nitro ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน เอเซอร์ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผสานประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความทนทาน และซอฟต์แวร์อัจฉริยะ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ในระยะยาว โดยนำแนวคิด “Breaking Barriers” มาขับเคลื่อนแนวทางสำคัญ ได้แก่

Breaking the AI Barrier: ทำให้ AI PC เข้าถึงได้ในหลายเซ็กเมนต์ ผ่าน Swift Series ตั้งแต่ Swift Edge 14 AI / 16 AI, Swift Air 16, Swift Go 14 AI ไปถึง Aspire 16 AI ที่ยกระดับการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน

Breaking the Performance Barrier: เสริมความแข็งแกร่งกลุ่มเกมมิ่งด้วย Predator และ Nitro เจเนอเรชันใหม่ โดย Predator Helios Neo 16S AI โดดเด่นด้านดีไซน์และการปรับแต่งประสิทธิภาพ ขณะที่ Nitro V16 AI มาพร้อมระบบระบายความร้อนที่รองรับการเล่นต่อเนื่องได้ดียิ่งขึ้น

Breaking the Ecosystem Barrier: ขยายพอร์ต Desktop, Monitor, Memory และ DIY ครอบคลุมตั้งแต่ All-in-One, Tower PC, Mini PC, Portable Display, ProDesigner Monitor, จอเกมมิ่งรีเฟรชเรตสูง ไปจนถึง SSD, RAM และอุปกรณ์เสริมเกมมิ่ง เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศของแบรนด์ให้ครบวงจร

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือโปรเจกต์ Predator x ADBIG ที่เอเซอร์ร่วมมือกับ ADBIG ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ประกอบ (Custom PC) เพื่อพัฒนา Custom DIY PC ภายใต้แบรนด์ Predator ที่คัดสรรและออกแบบสเปกของแต่ละรุ่นอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้สมดุลด้านประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้ที่ต้องการพลังประมวลผลระดับสูง พร้อมวางจำหน่าย เฉพาะผ่าน Acer Online Store เท่านั้น เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับคอมมูนิตี้เกมเมอร์และผู้ใช้งานสาย DIY พร้อมขยายการเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น

จากเทคโนโลยี สู่ทุกมิติของการใช้ชีวิต

อีกหนึ่งก้าวกลยุทธ์ของเอเซอร์ในวาระครบรอบ 50 ปี คือการรุกเข้าสู่ตลาด Home Appliance ภายใต้แบรนด์ Acerpure ซึ่งสะท้อนการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น โดย Acerpure ถูกวางให้เป็นหนึ่งในเสาหลักใหม่ของการเติบโต ภายใต้แนวคิด “Live Pure” ซึ่งนำองค์ความรู้ด้าน IT, AI และ Connectivity มาสร้างสรรค์โซลูชันการอยู่อาศัยที่สะอาดและปลอดภัย ควบคู่กับดีไซน์ที่ทันสมัย ผ่านสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่

นายบุญพัทธ ชูบรรเจิด รองผู้อำนวยการ Acerpure Business Group บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทิศทางต่อไปของเอเซอร์คือการลดช่องว่างเพื่อทำให้เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายและอยู่ในทุกจังหวะของการใช้ชีวิต Acerpure จึงเป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่าน ที่ทำให้เอเซอร์ขยายบทบาทจากโลกเทคโนโลยีสู่การเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่าย สะดวก และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงสุขภาวะภายในบ้านอย่างเป็นรูปธรรม

โดยเอเซอร์กำลังเดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศไทย ได้แก่

Acerpure CHILL: ไฮไลต์สำคัญของพอร์ตผลิตภัณฑ์ Acerpure ในปีนี้ คือเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ ที่มาพร้อม PINOKI เทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของ Acerpure ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพอากาศภายในบ้าน ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่สะอาด สบาย และดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น สะท้อนแนวคิดในการนำเทคโนโลยีมาเสริมคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคในทุกมิติของการใช้ชีวิต

Large Appliances for Smart Living: ขยายสู่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการอยู่อาศัยอัจฉริยะ และทำให้ Acerpure เข้าไปมีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

Energy-Efficient Appliances: กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เน้นประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานด้วยระบบ Dual Inverter พร้อมการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน Acerpure LIFE รองรับการใช้งานในยุคสมาร์ทโฮม

Acerpure ASPIRE TV: การต่อยอดสู่หมวด Audio & Visual ผ่านทีวีดิจิทัลจอขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้าน ด้วยระบบภาพและเสียงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ในราคาที่เข้าถึงได้

จากความสำเร็จ สู่ทิศทางการเติบโตอย่างยั่งยืน

จากการเดินหน้าธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เอเซอร์สามารถสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมได้รับการยอมรับผ่านรางวัล Thailand’s Most Admired Brand และ Thailand’s Most Admired Company สะท้อนความเป็นผู้นำของเอเซอร์ในตลาดไอทีและพีซี ทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และความไว้วางใจจากผู้บริโภค

อีกปัจจัยที่ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นของเอเซอร์ในตลาดไทย คือมาตรฐานด้านการบริการหลังการขายคุณภาพสูง ภายใต้แนวทาง Global Brand, Local Touch ของศูนย์บริการ HSNT ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยปัจจุบันศูนย์บริการของเอเซอร์ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 ครบทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนถึงคุณภาพและความสม่ำเสมอในการให้บริการที่เชื่อถือได้ พร้อมมุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เพื่อเสริมรากฐานการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

อีกด้านหนึ่ง เอเซอร์ยังดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) โดยผสานหลักความยั่งยืนเข้ากับทุกกระบวนการสำคัญ ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การดำเนินงาน ไปจนถึงการบริหารจัดการซัพพลายเชน พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุหมุนเวียน เพื่อให้การเติบโตของเทคโนโลยีดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ในวาระครบรอบ 50 ปีของเอเซอร์ จึงไม่ได้เป็นเพียงหมุดหมายแห่งความสำเร็จในอดีต แต่คือการประกาศทิศทางใหม่ของแบรนด์อย่างชัดเจน ผ่านการต่อยอดจุดแข็งของธุรกิจพีซี สู่การพัฒนาโซลูชันสำหรับองค์กรและพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “The Next Breaking Barriers” ซึ่งสะท้อนการก้าวจากผู้นำเทคโนโลยี สู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่พร้อมเติบโตอย่างมั่นคง

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.