อนุทิน พูดแล้ว คนละครึ่งพลัส ไปต่อไหม? แม้วิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง
GH News March 29, 2026 04:14 PM

นายกฯ อนุทิน เตรียมลุยคนละครึ่งพลัส ไม่ว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร สั่งคลังเคาะเงื่อนไขแจกเงิน เพิ่มสิทธิประโยชน์มากกว่าเดิม จ่อขยายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมกลุ่มผู้เสียภาษี

วันนี้ (28 มีนาคม 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทินยืนยันว่าเตรียมยื่นทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีในช่วงต้นสัปดาห์หน้าอย่างแน่นอน

ส่วนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง คนละครึ่งพลัส ที่หลาย ๆ คนคาดหวังและยังสงสัยว่าจะดำเนินการต่อหรือไม่ นายอนุทินยืนยันว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร เรื่องนี้เป็นสัญญาที่พรรคภูมิใจไทยให้ไว้กับประชาชน โครงการนี้คือนโยบายหลักที่ต้องทำทันทีเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

รัฐบาลประเมินผลสำเร็จจากโครงการนี้ในช่วงสิ้นปี 2568 ประชาชนทุกคนพึงพอใจและเรียกร้องให้จัดทำโครงการเพิ่มเติม เพราะเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่าย ทำให้เงินหมุนเวียนในประเทศ ป้องกันไม่ให้เงินไหลออกนอกประเทศ ในขณะเดียวกันรัฐบาลยังได้ภาษีกลับคืนมา ถือเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

หลังรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารงานจะเร่งผลักดันโครงการคนละครึ่งพลัสให้ออกมาโดยเร็วที่สุด โครงการนี้คือนโยบายเรือธง นโยบายนี้ดำเนินไปตามแผนและไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำมันหรือความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปัญหาในตะวันออกกลางเป็นเรื่องความมั่นคงและแยกส่วนกันชัดเจน

สำหรับจำนวนเงินในโครงการฯ ที่เคยกล่าวไว้ตอนหาเสียงที่จะเติมให้ 2,000 บาท นายอนุทินตอบว่าโครงการนี้คือรูปแบบพลัส ซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รายงานว่ารัฐบาลจะเจะพลัสเพิ่มอยู่แล้ว โครงการจะครอบคลุมมากขึ้นและมีรูปแบบที่ชัดเจนขึ้น

ส่วนคำถามเรื่องเงื่อนไขจะครอบคลุมผู้เสียภาษีหรือไม่ หลังจากมีเสียงสะท้อนว่า 7 มาตรการก่อนหน้านี้ยังไม่ครอบคลุม นายอนุทินระบุว่าขอให้นายเอกนิติสรุปรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง กระทรวงการคลังต้องเสนอเรื่องนี้ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา นายอนุทินย้ำทิ้งท้ายว่าโครงการนี้เกิดขึ้นแน่นอน และประชาชนจะได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่าเดิมแน่นอน

ข่าวล่าสุด
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.