ปิดฉากสัปดาห์หนังสือฯ เงินสะพัด 534 ล้าน นักอ่านทะลุ 1.3 ล้านคน Gen Z ร่วมงานมากสุด ต่างชาติแห่ซื้อลิขสิทธิ์ ดันไทยสู่ “ฮับหนังสือเอเชีย”
6 เม.ย.2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) แถลงปิดฉากการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 ภายใต้แนวคิด “Read The Legend” หลังจัดงานต่อเนื่องตลอด 12 วัน ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักตลอดงาน มีนักอ่านเข้าร่วมงานกว่า 1.3 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดรวมกว่า 534 ล้านบาท พร้อมตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะ “ศูนย์กลางหนังสือของเอเชีย” อย่างชัดเจน
นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่บรรยากาศภายในงานยังคงคึกคักเกินคาด สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังให้ความสำคัญกับหนังสือ ในฐานะแหล่งความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และแรงบันดาลใจในชีวิต ทั้งนี้ ในวันธรรมดามีผู้เข้าร่วมงานเฉลี่ยประมาณ 8 หมื่นคนต่อวัน ขณะที่ช่วงวันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์มีผู้เข้าร่วมงานเฉลี่ยประมาณ 1 แสนคนต่อวัน ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายก PUBAT กล่าวว่า จากการสำรวจพฤติกรรมนักอ่าน พบว่า กลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มหลักของผู้เข้าร่วมงานมากที่สุด คิดเป็น 46.26% ตามด้วย Gen Y 33.71% และ Gen X 10.21% ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการซื้อหนังสือต่อคนอยู่ที่ 500–1,000 บาท คิดเป็น 33.76% รองลงมา ต่ำกว่า 500 บาท 22.02% และ 1,000–1,500 บาท 14.51%
” ความสำเร็จของการจัดงานในปีนี้เกิดจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างชุมชนนักอ่านผ่านกิจกรรม “กระทรวงว่าการนักอ่านมืออาชีพ” ซึ่งสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ คัดเลือกคอนเทนต์ครีเอเตอร์กว่า 200 คน ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของงานหนังสือผ่านทุกแพลตฟอร์มอย่างสร้างสรรค์ จุดกระแสให้การอ่านกลายเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน “นายณัฐกร กล่าว
นอกจากนี้ ทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดนิทรรศการดีๆ และกิจกรรมคุณภาพ สร้างแรงดึงดูดความสนใจ อาทิ นิทรรศการ “แสงแห่งปัญญาในสมเด็จพระพันปีหลวง” ถ่ายทอดพระราชดำริด้านการศึกษาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นิทรรศการอ่านพุทธตำนานผ่านบรรณพิภพ พร้อมจัดแสดงพระไตรปิฏกจุลจอมเกล้าฯ ฉบับพิมพ์ครั้งแรกของโลก รวมถึงนิทรรศการ “Read The Legend : หนังสือต้องห้าม (ลืม)” และกิจกรรม “Meet the Legends : พบปะนักเขียนในดวงใจ” ที่เปิดประสบการณ์การอ่านรูปแบบใหม่อย่างใกล้ชิด อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ กิจกรรม “PUBAT X คณะหุ่นเจ้าขุนทอง” ที่กลับมาสร้างความประทับใจให้กับนักอ่านทุกช่วงวัยผ่านการแสดง เวิร์กชอป และโซนสินค้าที่ระลึก
นายก PUBAT กล่าวว่า ด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจ พบว่า ยอดจำหน่ายหนังสือภายในงานมีมูลค่ากว่า 444 ล้านบาท เติบโตประมาณ 5% ขณะที่การเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ต่างประเทศมีมูลค่ากว่า 90 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ยอดเงินสะพัดรวมตลอดการจัดงานอยู่ที่กว่า 534 ล้านบาท

ส่วนการเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ “Bangkok Rights Fair 2026” ระหว่างวันที่ 27–28 มีนาคม 2569 โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พร้อมการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม และแพลตฟอร์ม VIRF ประสบความสำเร็จเกินคาด มีผู้เข้าร่วมถึง 163 บริษัทและนักเขียนจาก 24 ประเทศและเขตแดน แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมจากไทย 83 ราย และต่างประเทศ 80 ราย เกิดการเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์กว่า 624 คู่ โดยเฉพาะจากเกาหลี ไต้หวัน จีน และอินเดีย ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายลิขสิทธิ์รวมกว่า 90 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยในฐานะฮับหนังสือเอเชียอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม Author’s Salon ซึ่งสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดพื้นที่ให้นักเขียนอิสระและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักอ่านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดสังคมแห่งการเรียนรู้

นายณัฐกร กล่าวว่า ความสำเร็จของงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของสำนักพิมพ์ ร้านหนังสือ และภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันปรับตัว พัฒนาคอนเทนต์ และสร้างกลยุทธ์การตลาดใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์นักอ่านยุคปัจจุบัน พร้อมขอบคุณนักอ่านและสมาชิกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ที่ร่วมกันผลักดันให้งานครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ทั้งนี้ สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เตรียมเดินหน้าขับเคลื่อน Book Economy อย่างต่อเนื่อง ด้วยการต่อยอดอุตสาหกรรมหนังสือสู่แพลตฟอร์มสร้างสรรค์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม และเว็บตูน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้คอนเทนต์ไทย และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่เศรษฐกิจประเทศในระยะยาว
