19 เม.ย.2569-ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊ก “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” เรื่อง ฮีท สโตรก “เทอร์โมสตัทพัง” ภาวะสมองถูกหลอก อวัยวะสุก เนื้อหาระบุ
ค่าดัชนีความร้อน heat index ไม่เท่ากับอุณหภูมิ ที่วัดภายนอกและจะสูง ขึ้นตามความชื้นสัมพัทธ์ โดยจะค่อยๆไปหลอกสมองให้ยินยอมตาม จนปรับ อุณหภูมิในตัว (core temperature) สูงขึ้น ภาษาชาวบ้าน อาจจะเรียกว่า “เทอร์โมสตัทพัง” จนอุณหภูมิแกนในร่างกาย (core temperature) ซึ่งวิธีวัดดีที่สุดคือวัดทางทวารหนัก โดยจะขึ้นไปถึง 41 องศาได้
ดังนั้น เมื่อถึงจุดอันตราย วิกฤตระดับสี่ ผิวจะแดงแห้งไม่มีเหงื่อ ถึงแม้ชีพจรเต้นเร็วแต่ก็ยังหนักแน่นเสมือนกับว่ายังไหวแต่อวัยวะภายในเริ่ม “สุก” โดยกระทบทุกส่วน สมอง กล้ามเนื้อ ไต ระบบแข็งตัวของเลือด
เมื่อร่างกาย กระทบความร้อน ในขนาด อุณหภูมิสูง ร่างกายจะมีการสูญเสียเหงื่อ นํ้า เกลือแร่มหาศาล คนที่เป็น สว. (สูงวัย) และยังมีโรคประจําตัว เช่น ความดัน ต้องทานยาลดความดันโลหิตอยู่แล้ว มีเส้นเลือดหัวใจ สมองตีบ มีโรคไต การขาดนํ้า เกลือแร่ ทําให้เลือดข้น เกิดการ กําเริบของโรคเส้นเลือดตีบและโรคไต
แม้แต่คน ที่คิดว่าแข็งแรงยังหนุ่มสาว ร่วมกับการขาดนํ้าเกลือแร่
เมื่อถึงจุด วิกฤต ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองจะแปรปรวน ทําให้อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40 องศา แทนที่ตัวจะมีเหงื่อกลับ แห้ง ตัวร้อนจัด พูดสับสนไม่รู้เรื่อง ซึ่งถ้าถึงระดับนี้จะหมายถึงอาการ “ฮีตสโตรก” (Heat stroke) ระดับ 4 หรือ “อุณหฆาต” คือถึงตาย
เริ่มมีคนไทยตายจาก ฮีตสโตรกแล้วโดยเฉพาะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มกลางแดด ยังมีกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังอีก ได้แก่ ทารก เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนที่มีความพิการ ทางสมอง จิตประสาทแปรปรวน เป็นโรคหัวใจ ความดัน คนเหล่านี้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือปรับตัวเองได้ไม่ดี
ข้อที่สําคัญ ความร้อนของอากาศ ยังขึ้นกับความชื้นในอากาศ ซึ่งป้องกันไม่ให้เหงื่อระเหยระบายความร้อนออก
ไม่ได้ อันตรายที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเมื่อ อยู่กลางแดดและมีลมร้อนจัด เช่น ออกกําลังกลางแจ้ง ตีแบดฯ ตีเทนนิส มีการละเล่น ก็มีโอกาสเป็นลมแดดได้ และแม้อยู่ในที่ร่ม แต่อับ ร้อนจัด ชื้น อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ไม่ได้อยู่กลางแจ้ง ก็เป็นได้เช่นกันถึงแม้จะเสี่ยงน้อยกว่า
อันตรายที่เกี่ยวกับแดดและความร้อน (และชื้น) แบ่งระดับความรุนแรงได้ 4 ระดับ แต่อาจ เกิดขึ้น”กระทันหันได้”
ระดับแรก แดดเผา ผิวบวม แดง ลอก
ระดับที่สอง ตะคริวตามน่อง กล้ามท้อง
ระดับที่สามเพลียรุนแรง ใกล้จะช็อก ตัวเย็นชืดชื้น ชีพจรเร็วเบา เป็นลม อาเจียน แต่อุณหภูมิร่างกายยังปกติ
ระดับที่สี่ ฮีตสโตรกถือเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤติ อุณหภูมิร่างกายอาจสูงถึง 41 องศาเซลเซียส ผิวแห้ง ร้อน ชีพจรเร็ว แรง อาจ
หมดสติ ถึงขั้นเสียชีวิต เหมือนสมองและเครื่องในสุก
อาการฮีตสโตรก ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนในโรงพยาบาล
เมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ การปฐมพยาบาลขั้นต้น ให้ประคบ เย็นตามซอกตัว เช็ดตัว พัดลมระบายความร้อน นอนราบ ยกเท้าสูง หลบ แดด ผึ่งลม ประคบเย็น และจิบนํ้า ระวังอาเจียน
ถ้าอาการหนักมากขึ้น ให้นอนราบหรือตะแคง หากอาจมีอาเจียนร่วมด้วย ต้องจําไว้ว่าการดื่มนํ้าจะทำให้เกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะ ในระดับ 4 ห้ามให้นํ้าดื่มเด็ดขาด เพราะจะเกิดอันตรายรุนแรงได้ การรักษาในระดับสามต่อสี่ หรือระดับสี่จะเป็นการรักษาในห้องผู้ป่วยอาการหนัก ที่ต้องมีการดูแล ระดับน้ำ เกลือแร่ ความดันโลหิต ภาวะไต และที่สำคัญก็คือต้องให้ความร้อนแกนในของร่างกายลดลงถึงประมาณ 38.6 ถึง 39 องศา ทั้งนี้ โดยการลงน้ำแข็ง และอื่นๆ
คนอ้วน คนที่ดื่มสุรา เบียร์ ของหวาน จะมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะความสามารถในการปรับตัวกับความร้อนจะไม่ดี
อาการก่อนหน้าที่ จะถึงขั้นอุณหฆาต อาจนํามาด้วยตะคริว หรือ หน้ามืด เพลีย คลื่นไส้ จะเป็นลม ถึงจุดนี้ต้องหยุดกิจกรรมเช่นการออกกำลัง เด็ดขาดเพราะเป็นสัญญาณเตือนว่าจะถึงระดับสี่
ร้อนนี้ ระวัง ให้หลีกเลี่ยงนํ้าหวาน นํ้าชา กาแฟ สุราถ้ายิ่งต้องออกไปกลาง แดดนานๆ