กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ออกมายืนยันข้อเท็จจริงกรณีปัญหาแรงงานไทยเดินทางไปทำงานภาคเกษตรกรรมกับประมงตามฤดูกาลในประเทศเกาหลีใต้ กลุ่มแรงงานเหล่านี้เดินทางผ่านระบบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้วยวีซ่าประเภท E-8 แต่เกิดปัญหาคนงานบางส่วนหลบหนีนายจ้างระหว่างการทำงาน
ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ทางการสาธารณรัฐเกาหลีออกมาตรการเด็ดขาด รัฐบาลเกาหลีใต้ดำเนินการขึ้นบัญชีดำแรงงานที่กระทำความผิดทุกคน พร้อมทั้งสั่งระงับการนำเข้าแรงงานไทยจากพื้นที่ 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม การตัดสิทธินี้มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569
ประชาชนผู้สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศยังคงสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามปกติ กรมการจัดหางานเปิดให้ตรวจสอบรายละเอียดการสมัคร กำหนดการ รวมถึงวิธีการรับสมัครผ่านทางเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas หรือทางเพจเฟซบุ๊กกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
ผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่โดยตรงสามารถติดต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 หรือโทรศัพท์สอบถามกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศหมายเลข 02-245-6708 รวมถึงโทรศัพท์ผ่านสายด่วน 1506 กด 2 ของกรมการจัดหางาน
คนไทยในแดนโสม ตัวเลขแรงงานถูกกฎหมาย “ผีน้อย” หลักแสนคนปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่ในเกาหลีใต้ทั้งหมด 181,842 คน แบ่งเป็นแรงงานถูกกฎหมาย 49,146 คน และแรงงานผิดกฎหมาย 132,696 คน แปลว่าในทุกๆ 4 คนไทยที่อยู่ในเกาหลีใต้ มีเพียง 1 คนเท่านั้นที่อยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
แรงงานไทยเริ่มเดินทางเข้าไปทำงานในเกาหลีใต้อย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี 2531 สาเหตุที่แรงงานไทยเข้าไปทำงานเนื่องจากสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมขาดแคลนแรงงาน จากค่านิยมของคนเกาหลีใต้ที่นิยมทำงานในกิจการขนาดใหญ่หรือกิจการที่มีเทคโนโลยีสูง รังเกียจงานกรรมกร ซึ่งเป็นงานประเภทยากลำบาก งานสกปรก และงานเสี่ยงอันตราย (Dangerous)
เกาหลีใต้ต้องการแรงงานในหลายภาคส่วน ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรมการผลิต 72,000 คน ภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์ 10,000 คน ภาคประมง 8,500 คน ภาคงานบริการ 3,000 คน ภาคงานอู่ต่อเรือ 2,500 คน และภาคงานก่อสร้าง 2,000 คน
ค่าจ้างน่าสนใจแค่ไหน?ในปี 2568 เกาหลีใต้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเป็นชั่วโมงละ 10,080 วอน หากทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน 209 ชั่วโมงต่อเดือน จะได้รับค่าจ้างขั้นต่ำประมาณ 49,507 บาทต่อเดือน ก่อนหักค่าใช้จ่าย
ผู้สมัครต้องผ่านการทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน เพศชาย-หญิง อายุ 18-39 ปี ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าหัวคิว ฟังดูดี แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาด้วย
แรงงานผิดกฎหมายหลักแสนคน ทำไมถึงเรียก “ผีน้อย”?ผีน้อยคือแรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกกฎหมาย แบ่งได้เป็นสามประเภทหลัก ประเภทแรกคือผีน้อยที่ “เวอร์วี” (Overstay Visa) เดินทางไปเกาหลีแล้วอยู่เกินกำหนด 90 วัน ประเภทที่สองคือแรงงานที่ “ไปๆ มาๆ” เดินทางในฐานะนักท่องเที่ยวแต่ลักลอบทำงาน และกลับก่อนครบ 90 วัน ประเภทที่สามคือแรงงานที่ “โดดแทรค” หลุดออกจากระบบ EPS หรือสัญญาหมดแต่ยังไม่ยอมกลับ
นักวิชาการชี้ว่า การออกไปทำงานต่างประเทศเป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง คนที่ไปแบบผิดกฎหมายรับไม่ได้กับความไม่แน่นอนในเรื่องเวลา เพราะตอนที่บ้านต้องการใช้เงินเลย ถ้าลักลอบบินไปกับนายหน้า จ่ายแสนหนึ่ง เอาที่นาไปวางไว้ก็จริง แต่ได้เข้าประเทศเกาหลีเลย นายหน้าจัดการให้ทุกอย่าง ติวการผ่าน ตม. ไม่ต้องรอผลสอบตามระบบ
เกาหลีใต้เป็นหมุดหมายที่คนอีสานเลือกไปทำงานมากที่สุดในประเทศไทย ช่องทางการหางานของผีน้อยค่อนข้างสะดวกและแพร่หลาย เพราะสามารถค้นหาในโซเชียลมีเดียและมีการโฆษณางานประเภทต่างๆ รวมถึงงานที่ไม่มีรองรับในระบบ EPS
ฝั่งนายจ้างเกาหลีก็ต้องการ “ผีน้อย” ด้วยนายจ้างในเกาหลีที่ต้องการลดขั้นตอน ค่าใช้จ่ายเลือกจ้างแรงงานผีน้อยเพราะไม่ต้องดำเนินการอะไรกับภาครัฐ ไม่ต้องให้สวัสดิการพื้นฐาน ค่าจ้างตามตกลง และหากแรงงานทำงานไม่ดี นายจ้างสามารถไล่ออกได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายสินไหมชดเชยใดๆ
มันจึงเป็นระบบที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ระยะสั้น แต่แรงงานคือฝ่ายที่แบกความเสี่ยงทั้งหมดไว้คนเดียว
ผีน้อยจะไม่ได้รับการคุ้มครองใดๆ เลย หากเจ็บป่วยต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองทั้งหมด แค่ปวดหัวเป็นไข้เข้าไปรักษาตามปกติก็เสียเงินหลายหมื่นบาท หากเจ็บป่วยหนักก็ต้องเสียเงินหลักแสนบาท
หากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้จับกุม จะถูกกักตัวในสถานกักกัน และถูกส่งกลับประเทศไทยภายใน 1 สัปดาห์ โดยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมดด้วยตนเอง
ปัญหาผีน้อยถูกปราบปรามจากเจ้าหน้าที่ ตม. ของเกาหลีใต้อย่างเข้มงวด รวมถึงการเปิดโครงการให้แรงงานกลุ่มนี้กลับประเทศด้วยความสมัครใจ ส่งผลให้ตัวเลขผีน้อยในเกาหลีใต้ลดลงต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
มาตรการผลักดันดำเนินการผ่านระบบ K-ETA หรือ Korea Electronic Travel Authorization ระบบคัดกรองคนเข้าประเทศออนไลน์ และการคัดกรองที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะประชาชนจากโซนอีสาน มักถูกสกัดกั้นมากที่สุดเนื่องจากมีข้อมูลการลักลอบเข้าไปเป็นผีน้อยจำนวนมาก
รัฐบาลไทยพยายามผลักดันมาตรการการเปิดขึ้นทะเบียนแรงงานกลุ่มนี้ให้ถูกกฎหมาย แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากรัฐบาลเกาหลีใต้ยังไม่ยินยอม
ข่าวล่าสุด