ตำรวจปากีสถานรวบพี่ชายก่อเหตุยิงน้องสาวแท้ๆ ดับพร้อมคนรัก ไม่พอใจหนีไปแต่งงานกับชายที่เลือกเอง
ตำรวจเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน จับกุมชายชื่อ ซาจิด ผู้ต้องหาก่อเหตุฆาตกรรมน้องสาวแท้ๆ กับน้องเขย ปมเหตุมาจากความไม่พอใจที่ฝ่ายหญิงหนีไปแต่งงานกับชายที่เลือกเอง เจ้าหน้าที่รวบตัวผู้ก่อเหตุได้ภายใน 15 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุในพื้นที่เซาดาบัด เมืองมาลีร์ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นคนลงมือสังหารคู่สามีภรรยาจริง
การสอบสวนพบว่าก่อนหน้านี้ครอบครัวได้หมั้นหมายผู้ตายไว้กับชายชื่อ โกปัง แลกกับเงินสินสอด 350,000 รูปี ภายหลังผู้หญิงตัดสินใจหนีไปแต่งงานกับชายคนรัก อดีตคู่หมั้นจึงมาทวงเงินคืน โกปังมีกำหนดแต่งงานใหม่หลังเทศกาลอีด ได้กดดันให้ซาจิดคืนเงินทั้งหมดหรือไม่ก็ต้องฆ่าน้องสาวทิ้ง ซาจิดอ้างว่าลงมือทำไปเพราะถูกกดดันอย่างหนัก
ขณะผู้ตายกำลังนั่งรถยนต์เดินทางจากศาลไปยังเมืองไฮเดอราบาด ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกวินาทีคนร้ายรัวยิงใส่รถ คนขับรถกับผู้โดยสารอีกคนต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ตำรวจระบุเพิ่มเติมว่าโกปังเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์พาซาจิดมาก่อเหตุ ขณะนี้ยังคงหลบหนี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งกระจายกำลังไล่ล่าตัวมาดำเนินคดี
ทั้งนี้ ระบบการหมั้นหมายแบบดั้งเดิมในปากีสถาน ไม่ได้มองการแต่งงานเป็นเรื่องของคู่บ่าวสาว แต่เป็นข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างสองครอบครัว เงิน 350,000 รูปีคือสินสอด ครอบครัวฝ่ายชายจ่ายให้ครอบครัวฝ่ายหญิงเพื่อซื้อสิทธิ์แต่งงาน เมื่อฝ่ายหญิงหนีไปแต่งงานเอง ครอบครัวของเธอจึงถูกมองว่า “ผิดสัญญา” และต้องคืนเงิน
ระบบนี้ฝังรากลึกมากจนงานวิจัยพบว่า ในแคว้นซินธ์ การแต่งงานแบบ Watta Satta หรือการแลกเปลี่ยนเจ้าสาวระหว่างสองครอบครัวพร้อมกัน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 66-78% ของการแต่งงานทั้งหมดในพื้นที่
วัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรม มีชื่อเรียกเฉพาะในภาษาซินธ์ว่า “Karo-Kari” แปลตรงตัวว่า “ชายดำ-หญิงดำ” หมายถึงผู้ที่ถูกตราหน้าว่าประพฤติตัวเสื่อมเสียและนำความอับอายมาสู่ครอบครัว Karo-Kari เป็นการฆ่าโดยเจตนาในนามของเกียรติยศ มีต้นกำเนิดในพื้นที่ชนบทและชนเผ่าของแคว้นซินธ์ ผู้ชายในครอบครัวถือว่าตนมีหน้าที่สังหารผู้หญิงที่ถูกมองว่าทำให้ครอบครัวเสื่อมเสียเกียรติ
สิ่งที่เพียงพอให้ถูกตัดสินว่าสมควรตาย ได้แก่ การแต่งงานนอกเผ่า การอยากแต่งงานนอกครอบครัว หรือแม้แต่การถูกพบเห็นขณะพูดคุยกับผู้ชายในที่สาธารณะ ผู้ลงมือมักเป็นสมาชิกครอบครัวโดยตรงที่ลงมือฆ่าเพื่อรักษา “ฆัยรัต” หรือเกียรติยศของตระกูล
อย่างไรก็ตาม แนวปฏิบัตินี้ขัดแย้งโดยตรงกับหลักการของศาสนาอิสลาม รากของการฆ่าเพื่อเกียรติยศมาจากยุคก่อนอิสลามที่เรียกว่า Jahiliyah หรือ “ยุคแห่งความโง่เขลา” แต่แม้จะถูกห้ามในศาสนา ก็ยังคงสืบทอดต่อมาในบางชุมชน
รัฐบาลปากีสถานออกกฎหมายในเดือนธันวาคม 2547 กำหนดให้การฆ่าเพื่อเกียรติยศมีโทษเช่นเดียวกับคดีฆาตกรรม แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้แก้ไขบทบัญญัติที่เปิดช่องให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถต่อรองขอรับการอภัยโทษจากครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ ซึ่งในทางปฏิบัติหมายความว่า ถ้าครอบครัวของเหยื่อและครอบครัวของผู้ก่อเหตุเป็นคนกลุ่มเดียวกัน คดีก็สามารถถูกยุติได้โดยไม่ต้องขึ้นศาล
ข่าวล่าสุด