แอตต้าโรดโชว์จีน บุกเส้นทางสายไหม บูสต์เที่ยว 2 ทาง ปั้มไฟล์บินเข้าไทย
June 06, 2026 04:57 PM

การเดินทางไปทำโรดโชว์ที่ประเทศจีนของแอตต้า TAT & ATTA Roadshow To China 2026 เส้นทางสายไหม อุรุมชี -ตุนหวง-เจียยวี่กวน-จางเย่-หลานโจว เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม-4 มิถุนายน 2569 ถือเป็นครั้งแรกในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวแบบ 2 ทาง หรือ ยุทธศาสตร์ Two-way Tourism เชื่อมโยงการท่องเที่ยวของไทยกับภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน


TAT & ATTA Roadshow To China 2026

แอตต้าบุกเส้นทางสายไหม ดัน Two-way Tourism

โรดโชว์ในครั้งนี้ แอตต้า ได้นำคณะผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ทั้งอินบาวด์และเอ้าท์บาวด์กว่า 100 คน ร่วมเดินทางมายังมณฑลซินเจียงและกานซู เพื่อเจรจาธุรกิจกับเอเย่นต์จีนกว่า 300 คน โดยเป็นมิติใหม่ของการท่องเที่ยวแบบพึ่งพาอาศัยกัน (Give and Take) แตกต่างจากที่ผ่านมาการทำงานมักเป็นแบบต่างคนต่างทำ


แอตต้าโรดโชว์จีน บุกเส้นทางสายไหม บูสต์เที่ยว 2 ทาง ปั้มไฟล์บินเข้าไทย แอตต้าโรดโชว์จีน บุกเส้นทางสายไหม บูสต์เที่ยว 2 ทาง ปั้มไฟล์บินเข้าไทย


แอตต้า โรดโชว์จีน บุกเส้นทางสายไหม


แอตต้าโรดโชว์จีน บุกเส้นทางสายไหม บูสต์เที่ยว 2 ทาง ปั้มไฟล์บินเข้าไทย
แต่ในปัจจุบันพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย หรือ อินบาวด์ และการเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศ (เอ้าท์บาวด์) มีความเชื่อมโยงกันอย่างมาก

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ แอตต้า (ATTA)  กล่าวว่า การไปโรดโชว์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการไปเสนอขายสินค้าฝ่ายเดียว แต่เป็นการไปในฐานะ “หุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์” เพื่อสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืน


อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)
กลยุทธ์นี้ยังช่วยรักษาสมดุลของ Load Factor (อัตราการขนส่งผู้โดยสาร)ของสายการบิน เพราะเมื่อมีคนไทยเดินทางไปจีนและมีคนจีนเดินทางกลับ จะทำให้เที่ยวบินมีความคุ้มค่าและสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวของเส้นทางบินใหม่ๆ ระหว่างกันมากขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว
ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของ “การออกแบบเครือข่ายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวยุคใหม่” ของเอเชีย เพราะวันนี้ อุรุมชี มณฑลซินเจียงกำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ที่กำลังถูกยกระดับให้เป็น “Gateway of Eurasia” หรือ “ประตูเชื่อมเอเชีย-ยุโรป”


ATTA
เนื่องจากเมืองนี้สามารถเชื่อมต่อไปยัง เอเชียกลาง รัสเซีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ภายใต้ยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative ของจีน อูรุมชี จึงไม่ใช่ “เมืองปลายทาง” แต่กำลังกลายเป็น “จุดตัดใหม่ของโลก”
ตลาดจีนด้านทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ แม้จะยังมีส่วนแบ่งตลาดเข้าไทยอยู่ที่ 3 % น้อยกว่าเมืองหลักๆ อย่าง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉินตู แต่เป็นตลาดใหม่ ที่มีการเติบโตสูง เนื่องจากซินเจียงเป็นมณฑลขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 5 เท่า มีประชากรถึง 26.2 คน
ขณะที่หลานโจว มณฑลกานซู เป็นศูนย์ กลางเศรษฐกิจทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งแอตต้าได้โรดโชว์มาที่นี่เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลุ่มที่คุ้นเคยกับไทยอยู่แล้วกลับมาเดินทางซ้ำ ดังนั้นการเข้าไปทำตลาดของไทยในภูมิภาคนี้ ก็จะช่วยขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวจีน เพื่อกู้ตลาดจีนให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง


จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย
นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่าการทำตลาดในตอนนี้ รัฐบาลหรือหน่วยงานภาครัฐในด้านการท่องเที่ยวต้องทบทวนโครงสร้างการส่งเสริมการท่องเที่ยว ไม่ควรมุ่งเน้นเพียงแค่การดึงคนเข้า (Inbound) แต่ต้องสนับสนุนการส่งเสริมคนไทยไปต่างประเทศ (Outbound) ควบคู่กันไป


ธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)
เพื่อให้เกิดสมดุลในการทำธุรกิจการบินและการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว และให้ความสำคัญในการทำตลาดโดยเฉพาะระดับผู้นำประเทศ ตัวอย่างมาเลเซีย ที่เป็นคู่แข่งสำคัญด้านท่องเที่ยวไทย
โดยในปี 2568 เห็นรัฐมนตรีท่องเที่ยวของมาเลเซียลงพื้นที่ทำตลาดในจีนอย่างเข้มข้นถึง 2 ครั้ง และมีการเปิดเที่ยวบินตรงกัวลาลัมเปอร์-อุรุมชี เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มมุสลิม ทำให้ไทยต้องเร่งเครื่องแล้วเช่นกัน
นายหนีเจียถี ยูซูฟุ ผู้จัดการ CYTS Travel Service และอุปนายกสมาคมท่องเที่ยวซินเจียง กล่าวว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวซินเจียงเดินทางมาไทยลดลง จากเดิมก่อนช่วงโควิดเคยสูงถึงปีละ 5-6 หมื่นคน ตอนนี้ลดลงเหลือราว 1-2 เหมือนคนเท่านั้น สาเหตุหลักมาจากค่าตั๋วเครื่องบินมาไทยที่มีราคาสูงมาก ส่งผลให้ราคาแพ็กเกจทัวร์ขยับขึ้นไปเริ่มต้นที่ 6,000 หยวน และอาจสูงถึง 8,000 - 9,000 หยวนสำหรับโรงแรมระดับหรู



หนีเจียถี ยูซูฟุ อุปนายกสมาคมท่องเที่ยวซินเจียง
นอกจากนี้ไทยยังเสียเปรียบด้านราคากับคู่แข่งอย่าง “เวียดนาม” และ “เมียนมา” ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกบินภายในประเทศจีนแล้วนั่งรถบัสข้ามพรมแดนทางบกไปเที่ยวเวียดนามได้
ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการมาไทยถึงครึ่งหนึ่ง ประกอบกับพฤติกรรมของชาวซินเจียงเริ่มเปลี่ยนไป เนื่องจากหลายคนเคยมาไทยแล้ว 2-3 ครั้ง จึงเริ่มกระจายตัวไปเที่ยวประเทศอื่น หรือเลือกเดินทางด้วยตัวเองแบบอิสระ (เอฟไอที) มากขึ้น
อย่างไรก็ตามเขาได้เสนอแนวคิด “Seasonal Synergy”หรือการท่องเที่ยวแบบเติมเต็มซึ่งกันและกันในช่วงฤดูหนาว (ตุลาค-มีนาคม) เนื่องจากซินเจียงมีอากาศหนาวจัดติดลบ 30- 40 องศาเซลเซียส และไม่มีภูมิประเทศที่เป็นทะเล ขณะที่ไทยจึงยังเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ที่ชาวซินเจียงโหยหาเพื่อมาสัมผัสความอบอุ่นและเที่ยวทะเลได้
นายเฉิง ซีหลง ผู้แทนจากบริษัท Xinjiang Chunqiu International Travel Service กล่าวว่าปัจจุบันประเทศไทยก็ยังคงเป็น “แชมป์ในใจ” ของนักท่องเที่ยวซินเจียงเสมอในเรื่องของความคุ้มค่า คุณภาพการบริการ และมาตรฐานโรงแรม



เฉิง ซีหลง บริษัท Xinjiang Chunqiu International Travel Service
แต่ติดปัญหาเพียงเรื่องเดียวคือราคาตั๋วเครื่องบินที่แพงเกินไปจากการขาดแคลนเที่ยวบิน เพื่อแก้ปัญหานี้ ผมได้เสนอแนวทางปฏิบัติ 3 ประเด็นหลักได้แก่

  1. เริ่มจากให้บริษัททัวร์ฝั่งไทยและซินเจียงร่วมมือกันจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เพื่อค่อยๆ ฟื้นฟูและสร้างความมั่นใจให้กับตลาด

  2. ใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งของซินเจียง ที่มีพรมแดนติดกับเอเชียกลางและอยู่ใกล้รัสเซีย พัฒนาให้ซินเจียงเป็นศูนย์กลาง (Hub) ในการส่งต่อนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศดังกล่าวที่ชื่นชอบประเทศไทย ให้เดินทางเชื่อมต่อเข้ามายังไทย

  3. สร้างความเชื่อมั่น แม้จะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยอยู่บ้าง แต่หากได้รับการสนับสนุนจากสมาคมท่องเที่ยวและรัฐบาลของทั้งสองฝ่ายในการร่วมกันแก้ไขปัญหาค่าเดินทาง ตลาดท่องเที่ยวซินเจียง-ไทย จะกลับมาเติบโตได้อย่างยั่งยืนแน่นอน

ด้านนายโจว ซินเว่ย รองผู้จัดการทั่วไป Xinjiang Wanli International Travel Service กล่าวว่า การขับเคลื่อน Two-Way Tourism จะแก้ปัญหาตั๋วเครื่องบินแพงและเที่ยวบินน้อย โดยชี้ว่าหากสามารถทำตลาดดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยให้เดินทางไปสัมผัสหิมะที่ซินเจียงในช่วงฤดูหนาวได้ จะช่วยเพิ่มอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ให้กับสายการบินทั้งขาไปและขากลับ ซึ่งจะส่งผลให้มีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้นและค่าตั๋วเครื่องบินถูกลงในที่สุด



เฉิง ซีหลง ผู้แทนจากบริษัท Xinjiang Chunqiu International Travel Service

ดันไทยเวียตเจ็ท เปิดบินเช่าเหมาลำกรุงเทพ-ตุนหวง

อีกทั้งการเดินทางมาโรดโชว์ครั้งนี้ ยังกระตุ้นให้เกิดดีมานต์การเดินทาง โดยล่าสุดผลักดันให้สายการบินไทยเวียตเจ็ต เปิดเส้นทางบินตรง แบบชาร์เตอร์ไฟล์ท หรือ เช่าเหมาลำ จากกรุงเทพฯ สู่เมืองตุนหวง ประเทศจีน เชื่อมโยงการเดินทางจากไทยสู่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งตลาดเอ้าท์บาวด์ และอินบาวด์ กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เพราะการไม่มีเที่ยวบินตรง โอกาสที่คนจะเดินทางก็น้อยลง


เส้นทางสายไหม
ทั้งนี้เที่ยวบินเช่าเหมาลำกรุงเทพฯ-ตุนหวง จะเริ่มเปิดเส้นทางบินได้ ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นี้ เป็นต้นไป ทำให้การเดินทางเชื่อมโยงกันระหว่างไทยและภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีความสะดวกเพิ่มขึ้น แตกต่างจากเดิมที่การเดินทางไปยังพื้นที่ด้านนี้ค่อนข้างลำบากต้องผ่านการต่อเครื่องหลายจุด เช่น กวางโจว หลานโจว ซีอาน กว่าจะเข้าไทย
เบื้องต้นจะเปิดบิน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งเป้าว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคมนี้ จะสามารถผลักดันการขายแพ็คเกจทัวร์ได้ 72 เที่ยวบิน โดยราคาแพ็คเกจท่องเที่ยวมาเที่ยวจีนในเส้นทางสายไหม รวมทุกอย่าง 5 วัน 6 วัน หรือ 8 วัน ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป


แอตต้าโรดโชว์จีน บุกเส้นทางสายไหม บูสต์เที่ยว 2 ทาง ปั้มไฟล์บินเข้าไทย
ตุนหวงเป็นจุดเชื่อมต่อที่มีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมถึง 4-5 เมืองใหญ่อีกทั้งจากตุนหวง ภายในรัศมี 1,200 กิโลเมตร ยังสามารถเดินทางไปเที่ยวอุรุมชี หรือ หลานโจว ด้วยรถไฟความเร็วสูง การเปิดตลาดกรุงเทพฯ-ตุนหวง จึงเป็นการสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมที่จะทำให้เกิดตลาดท่องเที่ยวอย่างแท้จริง
นางจาง เสี่ยวหนิง รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ และการท่องเที่ยวเมืองตุนหวง มณฑลกานซู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่าการเปิดเส้นทางบินตรงนี้จะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางให้เหลือเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น จากเดิมที่นักท่องเที่ยวต้องเดินทางไปต่อเครื่องที่เมืองกวางโจวหรือเมืองอื่นๆ ซึ่งต้องใช้เวลารวมกว่า 7-8 ชั่วโมง



จาง เสี่ยวหนิง รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม การท่องเที่ยวตุนหวง
ความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นนี้คาดว่าจะช่วยส่งเสริมให้คนไทยเดินทางไปสัมผัสอารยธรรมและวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองของตุนหวงได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันก็เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เดินทางมาเยือนประเทศไทยมากขึ้นเช่นกัน
ด้านนายข่ง เหวิน ผู้จัดการ บริษัท Silk Road Shenyun ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในประเทศจีน ซึ่งทำตลาดอินบาวด์และเอ้าท์บาวด์ ในมณฑล กานซู่ ชิงไห่ ซินเจียง กล่าวว่า การมีเที่ยวบินตรงกรุงเทพ-ตุนหวง เป็นเรื่องที่รู้สึกเซอร์ไพรซ์มาก เพราะจะทำให้การเดินทางจากภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เข้าไทยมีความสะดวก



ข่ง เหวิน ผู้จัดการ บริษัท Silk Road Shenyun
ชาวตุนหวงรู้สึกดีใจมาก เพราะอยากให้คนไทยเดินทางมาเที่ยวภาคนี้ของจีน มาเรียนรู้วัฒนธรรมของที่นี่ และคนทางฝั่งนี้ก็อยากไปเที่ยวไทย
แต่การเดินทางจากตุนหวงไปไทยไม่สะดวก ต้องไปต่อเครื่องบินที่หลานโจว หรือ ซีอาน การเดินทางลำบาก ต้องใช้เวลามาก แต่เมื่อมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำเข้ามา ก็จะเกิดความสะดวก คนตุนหวงก็อยากไปไทย โดยในภูมิภาคอาเซียนคนตุนหวง นิยมไปเที่ยวไทย เพราะอากาศต่างกัน ที่ตุนหวงหนาวมาก จึงอยากเดินทางออกไปเที่ยวไทย


แอตต้าโรดโชว์จีน บุกเส้นทางสายไหม บูสต์เที่ยว 2 ทาง ปั้มไฟล์บินเข้าไทย
ทั้งนี้ในช่วง 3 เดือนแรก จะวิจัยการตลาดก่อน มองว่าไม่ยาก เพราะคุ้นเคยเกี่ยวกับไทย เช่น พัทยา การทำตลาดไม่ใช่แค่ตุนหวง แต่ยังสามารถขายไปยังตลาดที่พื้นที่ติดกัน อย่าง จิ่วเฉวียนได้ด้วย ก็คิดว่าขายตั๋วได้เยอะ
รวมถึงอยากให้คนไทย รู้ว่าคนจีนต้อนรับคนไทยเดินทางมาเที่ยว มณทลซินเจียง หรือกานซู่ ที่นี่น่าสนใจ และจากความสัมพันธ์ให้จีน-ไทย ที่ดีก็จะเกิดความร่วมมือระหว่างกันมากยิ่งขึ้นนายข่ง กล่าวทิ้งท้าย
กลยุทธ์ Two-way Tourism จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ในการสร้างดีมานต์ให้เกิดขึ้นใน 2 ประเทศ ซึ่งก็ win win กันทั้ง 2 ฝ่าย และยังเป็นการปลดล็อกให้เกิดการเปิดเที่ยวบินระหว่างกัน วันนี้อาจจะเริ่มจากเที่ยวบินเช่าเหมาลำ แต่ในอนาคตก็มีโอกาสพัฒนาให้เกิดเที่ยวบินประจำได้ในอนาคต

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.