การเดินทางไปทำโรดโชว์ที่ประเทศจีนของแอตต้า TAT & ATTA Roadshow To China 2026 เส้นทางสายไหม อุรุมชี -ตุนหวง-เจียยวี่กวน-จางเย่-หลานโจว เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม-4 มิถุนายน 2569 ถือเป็นครั้งแรกในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวแบบ 2 ทาง หรือ ยุทธศาสตร์ Two-way Tourism เชื่อมโยงการท่องเที่ยวของไทยกับภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน
TAT & ATTA Roadshow To China 2026
แอตต้าบุกเส้นทางสายไหม ดัน Two-way Tourism
โรดโชว์ในครั้งนี้ แอตต้า ได้นำคณะผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ทั้งอินบาวด์และเอ้าท์บาวด์กว่า 100 คน ร่วมเดินทางมายังมณฑลซินเจียงและกานซู เพื่อเจรจาธุรกิจกับเอเย่นต์จีนกว่า 300 คน โดยเป็นมิติใหม่ของการท่องเที่ยวแบบพึ่งพาอาศัยกัน (Give and Take) แตกต่างจากที่ผ่านมาการทำงานมักเป็นแบบต่างคนต่างทำ

แอตต้า โรดโชว์จีน บุกเส้นทางสายไหม

แต่ในปัจจุบันพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย หรือ อินบาวด์ และการเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศ (เอ้าท์บาวด์) มีความเชื่อมโยงกันอย่างมาก
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ แอตต้า (ATTA) กล่าวว่า การไปโรดโชว์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการไปเสนอขายสินค้าฝ่ายเดียว แต่เป็นการไปในฐานะ “หุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์” เพื่อสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืน
อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)
กลยุทธ์นี้ยังช่วยรักษาสมดุลของ Load Factor (อัตราการขนส่งผู้โดยสาร)ของสายการบิน เพราะเมื่อมีคนไทยเดินทางไปจีนและมีคนจีนเดินทางกลับ จะทำให้เที่ยวบินมีความคุ้มค่าและสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวของเส้นทางบินใหม่ๆ ระหว่างกันมากขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว
ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของ “การออกแบบเครือข่ายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวยุคใหม่” ของเอเชีย เพราะวันนี้ อุรุมชี มณฑลซินเจียงกำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ที่กำลังถูกยกระดับให้เป็น “Gateway of Eurasia” หรือ “ประตูเชื่อมเอเชีย-ยุโรป”
ATTA
เนื่องจากเมืองนี้สามารถเชื่อมต่อไปยัง เอเชียกลาง รัสเซีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ภายใต้ยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative ของจีน อูรุมชี จึงไม่ใช่ “เมืองปลายทาง” แต่กำลังกลายเป็น “จุดตัดใหม่ของโลก”
ตลาดจีนด้านทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ แม้จะยังมีส่วนแบ่งตลาดเข้าไทยอยู่ที่ 3 % น้อยกว่าเมืองหลักๆ อย่าง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉินตู แต่เป็นตลาดใหม่ ที่มีการเติบโตสูง เนื่องจากซินเจียงเป็นมณฑลขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 5 เท่า มีประชากรถึง 26.2 คน
ขณะที่หลานโจว มณฑลกานซู เป็นศูนย์ กลางเศรษฐกิจทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งแอตต้าได้โรดโชว์มาที่นี่เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลุ่มที่คุ้นเคยกับไทยอยู่แล้วกลับมาเดินทางซ้ำ ดังนั้นการเข้าไปทำตลาดของไทยในภูมิภาคนี้ ก็จะช่วยขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวจีน เพื่อกู้ตลาดจีนให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง
จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย
นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่าการทำตลาดในตอนนี้ รัฐบาลหรือหน่วยงานภาครัฐในด้านการท่องเที่ยวต้องทบทวนโครงสร้างการส่งเสริมการท่องเที่ยว ไม่ควรมุ่งเน้นเพียงแค่การดึงคนเข้า (Inbound) แต่ต้องสนับสนุนการส่งเสริมคนไทยไปต่างประเทศ (Outbound) ควบคู่กันไป
ธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)
เพื่อให้เกิดสมดุลในการทำธุรกิจการบินและการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว และให้ความสำคัญในการทำตลาดโดยเฉพาะระดับผู้นำประเทศ ตัวอย่างมาเลเซีย ที่เป็นคู่แข่งสำคัญด้านท่องเที่ยวไทย
โดยในปี 2568 เห็นรัฐมนตรีท่องเที่ยวของมาเลเซียลงพื้นที่ทำตลาดในจีนอย่างเข้มข้นถึง 2 ครั้ง และมีการเปิดเที่ยวบินตรงกัวลาลัมเปอร์-อุรุมชี เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มมุสลิม ทำให้ไทยต้องเร่งเครื่องแล้วเช่นกัน
นายหนีเจียถี ยูซูฟุ ผู้จัดการ CYTS Travel Service และอุปนายกสมาคมท่องเที่ยวซินเจียง กล่าวว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวซินเจียงเดินทางมาไทยลดลง จากเดิมก่อนช่วงโควิดเคยสูงถึงปีละ 5-6 หมื่นคน ตอนนี้ลดลงเหลือราว 1-2 เหมือนคนเท่านั้น สาเหตุหลักมาจากค่าตั๋วเครื่องบินมาไทยที่มีราคาสูงมาก ส่งผลให้ราคาแพ็กเกจทัวร์ขยับขึ้นไปเริ่มต้นที่ 6,000 หยวน และอาจสูงถึง 8,000 - 9,000 หยวนสำหรับโรงแรมระดับหรู

หนีเจียถี ยูซูฟุ อุปนายกสมาคมท่องเที่ยวซินเจียง
นอกจากนี้ไทยยังเสียเปรียบด้านราคากับคู่แข่งอย่าง “เวียดนาม” และ “เมียนมา” ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกบินภายในประเทศจีนแล้วนั่งรถบัสข้ามพรมแดนทางบกไปเที่ยวเวียดนามได้
ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการมาไทยถึงครึ่งหนึ่ง ประกอบกับพฤติกรรมของชาวซินเจียงเริ่มเปลี่ยนไป เนื่องจากหลายคนเคยมาไทยแล้ว 2-3 ครั้ง จึงเริ่มกระจายตัวไปเที่ยวประเทศอื่น หรือเลือกเดินทางด้วยตัวเองแบบอิสระ (เอฟไอที) มากขึ้น
อย่างไรก็ตามเขาได้เสนอแนวคิด “Seasonal Synergy”หรือการท่องเที่ยวแบบเติมเต็มซึ่งกันและกันในช่วงฤดูหนาว (ตุลาค-มีนาคม) เนื่องจากซินเจียงมีอากาศหนาวจัดติดลบ 30- 40 องศาเซลเซียส และไม่มีภูมิประเทศที่เป็นทะเล ขณะที่ไทยจึงยังเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ที่ชาวซินเจียงโหยหาเพื่อมาสัมผัสความอบอุ่นและเที่ยวทะเลได้
นายเฉิง ซีหลง ผู้แทนจากบริษัท Xinjiang Chunqiu International Travel Service กล่าวว่าปัจจุบันประเทศไทยก็ยังคงเป็น “แชมป์ในใจ” ของนักท่องเที่ยวซินเจียงเสมอในเรื่องของความคุ้มค่า คุณภาพการบริการ และมาตรฐานโรงแรม

เฉิง ซีหลง บริษัท Xinjiang Chunqiu International Travel Service
แต่ติดปัญหาเพียงเรื่องเดียวคือราคาตั๋วเครื่องบินที่แพงเกินไปจากการขาดแคลนเที่ยวบิน เพื่อแก้ปัญหานี้ ผมได้เสนอแนวทางปฏิบัติ 3 ประเด็นหลักได้แก่
เริ่มจากให้บริษัททัวร์ฝั่งไทยและซินเจียงร่วมมือกันจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เพื่อค่อยๆ ฟื้นฟูและสร้างความมั่นใจให้กับตลาด
ใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งของซินเจียง ที่มีพรมแดนติดกับเอเชียกลางและอยู่ใกล้รัสเซีย พัฒนาให้ซินเจียงเป็นศูนย์กลาง (Hub) ในการส่งต่อนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศดังกล่าวที่ชื่นชอบประเทศไทย ให้เดินทางเชื่อมต่อเข้ามายังไทย
สร้างความเชื่อมั่น แม้จะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยอยู่บ้าง แต่หากได้รับการสนับสนุนจากสมาคมท่องเที่ยวและรัฐบาลของทั้งสองฝ่ายในการร่วมกันแก้ไขปัญหาค่าเดินทาง ตลาดท่องเที่ยวซินเจียง-ไทย จะกลับมาเติบโตได้อย่างยั่งยืนแน่นอน
ด้านนายโจว ซินเว่ย รองผู้จัดการทั่วไป Xinjiang Wanli International Travel Service กล่าวว่า การขับเคลื่อน Two-Way Tourism จะแก้ปัญหาตั๋วเครื่องบินแพงและเที่ยวบินน้อย โดยชี้ว่าหากสามารถทำตลาดดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยให้เดินทางไปสัมผัสหิมะที่ซินเจียงในช่วงฤดูหนาวได้ จะช่วยเพิ่มอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ให้กับสายการบินทั้งขาไปและขากลับ ซึ่งจะส่งผลให้มีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้นและค่าตั๋วเครื่องบินถูกลงในที่สุด

เฉิง ซีหลง ผู้แทนจากบริษัท Xinjiang Chunqiu International Travel Service
ดันไทยเวียตเจ็ท เปิดบินเช่าเหมาลำกรุงเทพ-ตุนหวง
อีกทั้งการเดินทางมาโรดโชว์ครั้งนี้ ยังกระตุ้นให้เกิดดีมานต์การเดินทาง โดยล่าสุดผลักดันให้สายการบินไทยเวียตเจ็ต เปิดเส้นทางบินตรง แบบชาร์เตอร์ไฟล์ท หรือ เช่าเหมาลำ จากกรุงเทพฯ สู่เมืองตุนหวง ประเทศจีน เชื่อมโยงการเดินทางจากไทยสู่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งตลาดเอ้าท์บาวด์ และอินบาวด์ กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เพราะการไม่มีเที่ยวบินตรง โอกาสที่คนจะเดินทางก็น้อยลง
เส้นทางสายไหม
ทั้งนี้เที่ยวบินเช่าเหมาลำกรุงเทพฯ-ตุนหวง จะเริ่มเปิดเส้นทางบินได้ ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นี้ เป็นต้นไป ทำให้การเดินทางเชื่อมโยงกันระหว่างไทยและภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีความสะดวกเพิ่มขึ้น แตกต่างจากเดิมที่การเดินทางไปยังพื้นที่ด้านนี้ค่อนข้างลำบากต้องผ่านการต่อเครื่องหลายจุด เช่น กวางโจว หลานโจว ซีอาน กว่าจะเข้าไทย
เบื้องต้นจะเปิดบิน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งเป้าว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคมนี้ จะสามารถผลักดันการขายแพ็คเกจทัวร์ได้ 72 เที่ยวบิน โดยราคาแพ็คเกจท่องเที่ยวมาเที่ยวจีนในเส้นทางสายไหม รวมทุกอย่าง 5 วัน 6 วัน หรือ 8 วัน ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป

ตุนหวงเป็นจุดเชื่อมต่อที่มีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมถึง 4-5 เมืองใหญ่อีกทั้งจากตุนหวง ภายในรัศมี 1,200 กิโลเมตร ยังสามารถเดินทางไปเที่ยวอุรุมชี หรือ หลานโจว ด้วยรถไฟความเร็วสูง การเปิดตลาดกรุงเทพฯ-ตุนหวง จึงเป็นการสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมที่จะทำให้เกิดตลาดท่องเที่ยวอย่างแท้จริง
นางจาง เสี่ยวหนิง รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ และการท่องเที่ยวเมืองตุนหวง มณฑลกานซู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่าการเปิดเส้นทางบินตรงนี้จะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางให้เหลือเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น จากเดิมที่นักท่องเที่ยวต้องเดินทางไปต่อเครื่องที่เมืองกวางโจวหรือเมืองอื่นๆ ซึ่งต้องใช้เวลารวมกว่า 7-8 ชั่วโมง

จาง เสี่ยวหนิง รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม การท่องเที่ยวตุนหวง
ความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นนี้คาดว่าจะช่วยส่งเสริมให้คนไทยเดินทางไปสัมผัสอารยธรรมและวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองของตุนหวงได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันก็เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เดินทางมาเยือนประเทศไทยมากขึ้นเช่นกัน
ด้านนายข่ง เหวิน ผู้จัดการ บริษัท Silk Road Shenyun ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในประเทศจีน ซึ่งทำตลาดอินบาวด์และเอ้าท์บาวด์ ในมณฑล กานซู่ ชิงไห่ ซินเจียง กล่าวว่า การมีเที่ยวบินตรงกรุงเทพ-ตุนหวง เป็นเรื่องที่รู้สึกเซอร์ไพรซ์มาก เพราะจะทำให้การเดินทางจากภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เข้าไทยมีความสะดวก

ข่ง เหวิน ผู้จัดการ บริษัท Silk Road Shenyun
ชาวตุนหวงรู้สึกดีใจมาก เพราะอยากให้คนไทยเดินทางมาเที่ยวภาคนี้ของจีน มาเรียนรู้วัฒนธรรมของที่นี่ และคนทางฝั่งนี้ก็อยากไปเที่ยวไทย
แต่การเดินทางจากตุนหวงไปไทยไม่สะดวก ต้องไปต่อเครื่องบินที่หลานโจว หรือ ซีอาน การเดินทางลำบาก ต้องใช้เวลามาก แต่เมื่อมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำเข้ามา ก็จะเกิดความสะดวก คนตุนหวงก็อยากไปไทย โดยในภูมิภาคอาเซียนคนตุนหวง นิยมไปเที่ยวไทย เพราะอากาศต่างกัน ที่ตุนหวงหนาวมาก จึงอยากเดินทางออกไปเที่ยวไทย

ทั้งนี้ในช่วง 3 เดือนแรก จะวิจัยการตลาดก่อน มองว่าไม่ยาก เพราะคุ้นเคยเกี่ยวกับไทย เช่น พัทยา การทำตลาดไม่ใช่แค่ตุนหวง แต่ยังสามารถขายไปยังตลาดที่พื้นที่ติดกัน อย่าง จิ่วเฉวียนได้ด้วย ก็คิดว่าขายตั๋วได้เยอะ
รวมถึงอยากให้คนไทย รู้ว่าคนจีนต้อนรับคนไทยเดินทางมาเที่ยว มณทลซินเจียง หรือกานซู่ ที่นี่น่าสนใจ และจากความสัมพันธ์ให้จีน-ไทย ที่ดีก็จะเกิดความร่วมมือระหว่างกันมากยิ่งขึ้นนายข่ง กล่าวทิ้งท้าย
กลยุทธ์ Two-way Tourism จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ในการสร้างดีมานต์ให้เกิดขึ้นใน 2 ประเทศ ซึ่งก็ win win กันทั้ง 2 ฝ่าย และยังเป็นการปลดล็อกให้เกิดการเปิดเที่ยวบินระหว่างกัน วันนี้อาจจะเริ่มจากเที่ยวบินเช่าเหมาลำ แต่ในอนาคตก็มีโอกาสพัฒนาให้เกิดเที่ยวบินประจำได้ในอนาคต