กระต่าย พรรณนิภา เซ็นสัญญาเข้าค่ายไหทองคำ ประจักษ์ชัย เชื่อกลับมาดังเหมือนเสียงฟ้าผ่า
June 06, 2026 05:32 PM

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่โรงงานทนายเก่ง ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น ประจักษ์ชัย ไหทองคำ เจ้าของค่ายเพลงไหทองคำ ได้เดินทางมาเซ็นสัญญากับ “กระต่าย พรรณนิภา” เพื่อเข้ามาเป็นศิลปินใหม่ในสังกัดค่ายไหทองคำ โดยมี ทนายเก่ง วิษรุษ มณีรัตน์ ร่วมเป็นพยานในการเซ็นสัญญาครั้งนี้ ท่ามกลางเหตุการณ์ฟ้าผ่าลงบริเวณข้างโรงงานระหว่างการพูดคุย จนสร้างความตกใจให้กับนายประจักษ์ชัยและกระต่าย พรรณนิภา พร้อมถูกมองเป็นสัญญาณว่าเจ้าตัวอาจกลับมาดังเปรี้ยงปร้างอีกครั้งเหมือนเสียงฟ้าผ่าในวันเซ็นสัญญา

  

ประจักษ์ชัย เปิดเผยว่า กระต่าย พรรณนิภา เดิมเป็นศิลปินอินดี้ชื่อดังของเมืองไทย มีผลงานเพลงที่เคยทำยอดวิวสูงระดับ 100-200 ล้านวิวมาแล้ว การเข้ามาเป็นศิลปินใหม่ของค่ายไหทองคำในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดี เพราะตนรู้จักกับกระต่ายมากว่า 7 ปี เห็นว่าเป็นศิลปินที่มีน้ำเสียงดี และสามารถสร้างความสนุกสนานให้กับแฟนเพลงได้เป็นอย่างดี

ประจักษ์ชัยกล่าวต่อว่า การเซ็นสัญญาครั้งนี้ถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นบุพเพสันนิวาส หลังจากมีการพูดคุยปรับความเข้าใจกัน โดยมีทนายเก่งเป็นโซ่ข้อกลางในการเชื่อมต่อ ทั้งนี้ที่ผ่านมาไม่ได้มีปัญหาทะเลาะอะไรกัน จนกระทั่งกระต่ายยอมเข้ามาร่วมสังกัดค่ายไหทองคำ จึงถือเป็นเรื่องดี พร้อมขอฝากแฟนเพลงของกระต่าย พรรณนิภา ให้ติดตามผลงานเพลง รวมถึงผลิตภัณฑ์สินค้าของกระต่ายด้วย

 

ระหว่างการให้สัมภาษณ์ได้เกิดฟ้าผ่าลงบริเวณข้างโรงงานทนายเก่ง ทำให้ประจักษ์ชัยและกระต่าย พรรณนิภา ตกใจ โดยประจักษ์ชัยเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นสัญญาณที่ดี และเชื่อว่ากระต่ายจะกลับมาดังเปรี้ยงปร้างเหมือนเสียงฟ้าผ่าในวันเซ็นสัญญา

  

ขณะที่กระต่าย พรรณนิภา ได้เปิดใจถึงกรณีถูกแจ้งความกล่าวหาในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ มูลค่า 40 ล้านบาทว่า ตนเองไม่แน่ใจว่ามูลค่าความเสียหาย 40 ล้านบาทนั้นเป็นจริงหรือไม่ และอยากให้คู่กรณี พร้อมกับตนเอง นำสื่อมวลชนไปร่วมนับสต๊อกสินค้าด้วยกัน เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงว่าสต๊อกสินค้ามีมูลค่า 40 ล้านบาทจริงหรือไม่

กระต่ายระบุว่า หลังจากเซ็นสัญญาฉบับที่ 2 สินค้าที่สต๊อกไว้เป็นคอลลาเจนสีฟ้าและสีแดง ประมาณ 600,000 ชิ้น ต่อมาเมื่อตรวจสอบในสต๊อกพบว่าสินค้าถูกจำหน่ายออกไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่งของสต๊อก จึงอยากให้มีการออกมานับสินค้าร่วมกัน เพราะต้องการให้เรื่องที่เกิดขึ้นจบลงด้วยดี และไม่อยากให้เกิดดราม่าหรือปัญหาตามมา

ส่วนประเด็นเรื่องการโพสต์ข่มขู่นั้น กระต่ายกล่าวว่า ตนได้มีการเจรจากับอีกฝ่ายหลังบ้านแล้ว โดยพูดคุยกันเรื่องการทำงาน ซึ่งสัญญาเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 แต่สุดท้ายเจรจากันไม่ลงตัว เนื่องจากอีกฝ่ายเสนอให้ตนทำสัญญาต่อไปจนถึงปี 2572 และหลังหมดสัญญาปี 2572 ยังขอต่อสัญญาเพิ่มอีก 2 ปี รวมเป็น 5 ปี ตนมองว่าเป็นระยะเวลาที่นานเกินไป จึงไม่ได้ต่อสัญญา

 

กระต่ายกล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีดังกล่าวทำให้มีแชตลับที่พูดคุยเจรจาหลุดออกมา และยังมีการนำเรื่องบิลของตนไปแจ้งในเพจ หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการติดต่อกันอีก

สำหรับประเด็นเรื่องบิลที่มีการเบิกไป กระต่ายยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง โดยได้โพสต์ชี้แจงเรื่องบิลบนหน้าเฟซบุ๊กของตนเองแล้ว แต่ยืนยันว่าเป็นการนำเงินไปเบิกกับบริษัทของกระต่ายเองที่ดูแลอยู่ ไม่เกี่ยวกับบริษัทของอีกฝ่าย ที่ผ่านมาตนใช้วิธีสำรองค่าใช้จ่ายในบริษัทอยู่แล้ว เพราะเวลาออกไปทำงานนอกสถานที่จะมีพนักงานเดินทางไปด้วย จึงต้องดูแลเรื่องค่าอาหารและความเป็นอยู่ของลูกน้องทุกครั้ง

กระต่ายระบุอีกว่า ในวันที่อีกฝ่ายแชทมาแจ้งให้โอนเงินคืน ตนยอมรับว่าตนผิดจริง จึงโอนเงินคืนกลับไปให้ เพราะไม่อยากมีปัญหาเรื่องการฟ้องร้อง และเตรียมที่จะจ่ายเงินคืนให้กับบริษัทของตนเองต่อไป

 

 

 

ส่วนประเด็นการปิดช่องทางการขาย กระต่ายเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการปิดแล้ว เนื่องจากพบว่าในใบกำกับภาษีที่จะต้องนำไปยื่นต่อสำนักงานสรรพากร ไม่ใช่ชื่อบริษัทของตน ทำให้ไม่แน่ใจว่ามีบุคคลใดแอบเปลี่ยนข้อมูลหรือไม่ เพราะต้องการให้นำเอกสารส่งกลับมายังบริษัทของตนเอง

ทั้งนี้ การเซ็นสัญญาเข้าค่ายไหทองคำของกระต่าย พรรณนิภา ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางศิลปิน ท่ามกลางกระแสจับตาทั้งเรื่องผลงานเพลงในอนาคต และการชี้แจงข้อกล่าวหาทางธุรกิจที่เจ้าตัวยืนยันว่าต้องการให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.