โอลี โรมินี เฉลิมฉลองหลังทำประตูได้ในเกมฟีฟ่าแมตช์เดย์ ระหว่างทีมชาติอินโดนีเซีย พบ ทีมชาติโอมาน ที่สนามกีฬาแห่งชาติ เกโลรา บุง การ์โน เซนายัน จาการ์ตา เมื่อวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2026
SUPERBALL.ID – สื่อในประเทศเนเธอร์แลนด์แสดงท่าทีเสียดสีต่อชัยชนะของทีมชาติอินโดนีเซียเหนือโอมานในศึกฟีฟ่าแมตช์เดย์ โดยกล่าวถึงบทบาทของนักเตะลูกครึ่งเชื้อสายดัตช์ที่มีส่วนสำคัญในชัยชนะครั้งนี้
ทีมชาติอินโดนีเซียเปิดศึกฟีฟ่าแมตช์เดย์ เดือนมิถุนายน 2026 ด้วยชัยชนะที่น่าประทับใจเหนือทีมชาติโอมาน
การแข่งขันจัดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติ เกโลรา บุง การ์โน (SUGBK) เซนายัน จาการ์ตา โดยลูกทีมของจอห์น เฮิร์ดแมน เอาชนะโอมานไปด้วยสกอร์ 3-0
ทั้งสามประตูของอินโดนีเซียในเกมนี้มาจากฝีเท้าของผู้เล่นลูกครึ่งต่างประเทศ ได้แก่ จัสติน ฮึบนาร์, โอลี โรมินี และ แรกนาร์ ออรัตมังอุน
นี่ถือเป็นชัยชนะนัดที่สองของเฮิร์ดแมนในการคุมทีมชาติอินโดนีเซียจากสามนัดที่ผ่านมา โดยใช้ผู้เล่นที่มีการปรับเปลี่ยนจากเกมก่อนหน้า
ในเกมนี้ เฮิร์ดแมนไม่ได้ส่งผู้เล่นลูกครึ่งทั้งหมดลงสนาม แต่เลือกผสมผสานระหว่างนักเตะท้องถิ่นและลูกครึ่ง
นักเตะอย่าง ริสกี ริดโฮ, เบ็คแฮม ปุตรา, โดนี ตรี ปามุงกัส และ ยาคอบ ซายูรี ได้รับโอกาสลงสนาม แม้กระนั้นโฟกัสของสื่อยังคงอยู่ที่นักเตะลูกครึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเชื้อสายดัตช์
สื่อในเนเธอร์แลนด์บางแห่งถึงกับออกความเห็นเชิงแดกดันต่อชัยชนะของอินโดนีเซีย โดยชี้ว่าผลการแข่งขันนี้คงเป็นไปไม่ได้หากไม่มีผลงานของนักเตะเชื้อสายดัตช์
สื่อกีฬาชื่อดังของเนเธอร์แลนด์อย่าง Voetbal Primeur รายงานว่า ผู้เล่นเชื้อสายดัตช์มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อทีมชาติอินโดนีเซีย ซึ่งไม่สามารถผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 ได้
“อินโดนีเซียคว้าชัยได้อย่างง่ายดายในเกมกระชับมิตรกับโอมาน ด้วยความช่วยเหลืออย่างมหาศาลจากเหล่านักเตะเชื้อสายดัตช์” Voetbal Primeur รายงาน
“ด้วยประตูที่มีนักเตะดัตช์มีส่วนร่วมหลายครั้ง สกอร์สุดท้ายจึงกลายเป็น 3-0 สำหรับชาติที่ไม่ได้ไปฟุตบอลโลกหนนี้” สื่อดังกล่าวเสริม
แม้นักเตะเชื้อสายดัตช์จะเป็นกำลังหลักของทัพการูดา แต่พวกเขาไม่ได้ควบคุมเกมทั้งหมด
ทีมชาติอินโดนีเซียเป็นการผสมผสานระหว่างผู้เล่นท้องถิ่นและลูกครึ่ง ซึ่งสะท้อนถึงความชาญฉลาดของจอห์น เฮิร์ดแมนในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งและลงตัว
นักเตะโอนสัญชาติยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของทีมชาติอินโดนีเซีย ไม่เพียงในเส้นทางสู่ศึกเอเชียนคัพ 2027 แต่ยังรวมถึงเป้าหมายฟุตบอลโลก 2030 ด้วย
เฮิร์ดแมนตั้งใจพัฒนาความแข็งแกร่งของทีมชาติอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการบ่มเพาะนักเตะเยาวชนในประเทศและการดึงผู้เล่นเชื้อสายอินโดนีเซียในต่างแดนเข้ามาเสริม
นอกจากนี้ เฮิร์ดแมนยังมองว่าทีมชาติจะเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักเตะที่ต้องการก้าวไปสู่การเล่นในลีกชั้นนำระดับโลก
“เรากำลังปรับปรุงทักษะในทุกภาคส่วนของทีม เพื่อให้พวกเขามีความรู้ เครื่องมือ และประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการพัฒนา” จอห์น เฮิร์ดแมน กล่าว
“เป้าหมายต่อไปคือการดึงนักเตะระดับหนึ่งและระดับสองเข้ามาเพิ่มเติม”
“ระดับหนึ่งคือผู้เล่นที่ค้าแข้งในห้าลีกชั้นนำของโลก ส่วนระดับสองคือผู้ที่เล่นอยู่นอกลีกเหล่านั้น”
“ไม่ว่าจะเป็นการเร่งพัฒนาผู้เล่นในประเทศให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวเข้าสู่ลีกใหญ่ หรือการดึงนักเตะเชื้อสายอินโดนีเซียจากต่างแดนมาร่วมทีมชาติ” เฮิร์ดแมนกล่าวปิดท้าย