เที่ยวข้ามแดน สัมผัสวิถีและวัดงาม'ท่าขี้เหล็ก'
GH News June 07, 2026 03:10 PM

เพียงข้ามสะพานจากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ไปไม่กี่นาที ก็ได้สัมผัสอีกหนึ่งบรรยากาศของเมืองชายแดนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง “ท่าขี้เหล็ก” ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นชุมชนเล็กๆ ริมแม่น้ำสาย แต่วันนี้ได้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาค ท่ามกลางอาคารสมัยใหม่ โรงแรม และและคาสิโนที่ผุดขึ้นมา ทำให้ความคึกคักของเมืองขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีอีกมุมหนึ่งของท่าขี้เหล็กที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างงดงาม นั่นคือวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวไทใหญ่และชาวเมียนมา ซึ่งสะท้อนผ่านวัดวาอารามที่ตั้งอยู่ทั่วเมือง

วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังเป็นศูนย์กลางของผู้คนกับพระพุทธศาสนาที่อาศัยอยู่ในท่าขี้เหล็ก ที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม และยังได้มาทำบุญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหมาะกับวันเดย์ทริปที่จะเปิดมุมมองสู่เสน่ห์อีกด้านของท่าขี้เหล็ก

พระเจ้าอินทร์สาน(แบบพระสิงห์1 องค์สีทอง)- ด้านล่างเป็นแบบสิงห์ 3 ที่แสดงให้เห็นฝีมือการสานองค์พระ

เมื่อมาถึงด่านพรมแดนแม่สาย สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความคึกคักของเมืองชายแดน การจราจรบริเวณจุดผ่านแดนแน่นขนัดไปด้วยรถขนส่งสินค้า รถรับส่งผู้โดยสารขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายรถกะป๊อของไทย รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ที่สัญจรไปมาไม่ขาดสาย ผู้คนที่เดินทางผ่านเข้าออกในแต่ละวันมีทั้งพ่อค้าแม่ค้า นักเรียน คนทำงาน และนักท่องเที่ยว ระหว่างยืนข้ามแดน ภาพวิถีชีวิตของชาวเมียนมาวัยหนุ่มสาวที่เดินทางเข้ามาทำงานฝั่งไทย เอกลักษณ์ที่สะดุดตาคือใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยแป้งทานาคา ภูมิปัญญาความงามที่อยู่คู่ชาวเมียนมามาอย่างยาวนาน ขณะที่ผู้ชายบางส่วนยังคงนุ่งโสร่งให้เห็นอยู่บ้าง สะท้อนถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ยังคงปรากฏอยู่ในชีวิตประจำวัน และหลายคนสามารถสื่อสารภาษาไทยได้เป็นอย่างดี

อนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนอง

สำหรับการเดินทางเข้าสู่เมืองท่าขี้เหล็ก นักท่องเที่ยวจะต้องทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวและผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองของเมียนมา ซึ่งดำเนินการได้ไม่ยุ่งยาก เพียงใช้บัตรประชาชนก็สามารถยื่นขอเอกสารได้ โดยมีค่าธรรมเนียมทำหนังสือผ่านแดนประมาณ 30 บาท และค่าข้ามแดนอีก 10 บาท รวมแล้วเพียง 40 บาทต่อคน จากนั้นก็พร้อมก้าวข้ามพรมแดนไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองชายแดนฝั่งเมียนมาที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว

ทันทีที่ข้ามฝั่งเข้าสู่ท่าขี้เหล็ก ก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเมืองชายแดนแห่งนี้ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว บริเวณวงเวียนนาฬิกาซึ่งเป็นศูนย์กลางของเมือง รายล้อมด้วยอาคารพาณิชย์ ร้านค้า และวินมอเตอร์ไซค์ที่จอดรอให้บริการ ไม่ไกลจากจุดผ่านแดนที่มีโซนขายสินค้าริมชายแดนที่เต็มไปด้วยร้านค้าจำหน่ายสินค้านำเข้าจากจีน ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และของใช้ในชีวิตประจำวัน  ระหว่างนั่งรถชมเมืองการจราจรบนท้องถนนก็เป็นอีกภาพหนึ่งที่สะท้อนจังหวะชีวิตของเมืองแห่งนี้ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และผู้คนสัญจรไปมาอย่างต่อเนื่อง จนบางช่วงดูแน่นขนัด ผู้ขับขี่และคนเดินเท้าต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นกลับเติมสีสันและความมีชีวิตชีวาไปอีกแบบ

องค์พระธาตุสายเมือง

จุดหมายแรกของการเดินทางครั้งนี้คือ วัดพระธาตุสายเมือง  วัดสำคัญกลางเมืองที่เคยเป็นพำนักของ ครูบาแสงหล้า อาชญาธรรม พระมหาเถระผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวเมียนมาและชาวไทย ที่ในวันนี้ชาวไทใหญ่และเมียนมาต่างมาทำบุญในวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา แต่งกายด้วยชุดลองยีหรือชุดประจำชาติ แต่มีความร่วมสมัยดูสวยงาม ภายในวัดโดดเด่นด้วย องค์พระธาตุสายเมือง ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในอาคารทรงแปดเหลี่ยม มีบันไดทางขึ้นสำหรับสักการะทั้ง 4 ทิศ เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เดินเวียนสักการะและชมความงดงามของสถาปัตยกรรมอย่างใกล้ชิด

พระสงฆ์พม่าที่ยังคงมีการไว้คิ้ว
พระสงฆ์พม่า เดินบิณฑบาตร

จากนั้นเดินขึ้นไปยังวิหาร 2 ชั้น โดยชั้นบนประดิษฐานพระประธานนามว่า พระเจ้าอินทร์สาน พระพุทธรูปศิลปะสมัยเชียงแสน หรือที่รู้จักกันในรูปแบบพระสิงห์ ความพิเศษอยู่ที่องค์พระสร้างขึ้นโดยช่างท้องถิ่นจากการสานไม้ไผ่ขนาดใหญ่ ก่อนลงรักปิดทองอย่างวิจิตร เป็นพระพุทธรูปแบบพระสิงห์ 1 ที่มีลักษณะเด่นคือชายสังฆาฏิสั้น ส่วนชั้นล่างก็ประดิษฐานพระเจ้าอินทร์สานเช่นกัน แต่มีความโดดเด่นแตกต่างจากองค์ด้านบนตรงที่ไม่ได้ลงรักปิดทอง ทำให้มองเห็นสีธรรมชาติและลวดลายการสานไม้ไผ่อันประณีต องค์พระเป็นพระพุทธรูปแบบพระสิงห์ 3 ซึ่งมีจุดสังเ

 ชาย-หญิงชาวพม่าในชุดลองยีที่มีความร่วมสมัย

กตสำคัญคือชายสังฆาฏิที่ยาวลงมาถึงพระนาภี หรือบริเวณสะดือ องค์พระยังมีการวาดคิ้ว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนอิทธิพลของศิลปะพม่า หากสังเกตพระสงฆ์ในเมียนมาปัจจุบัน จะพบว่ายังคงมีคิ้วตามธรรมเนียม แตกต่างจากพระสงฆ์ไทยที่นิยมโกนคิ้ว ถือเป็นความเชื่อและวัฒนธรรมทางพุทธศาสนาของเมียนมาที่นังคงสืบทอดเรื่อยมา

 วัดพระธาตุสายเมือง

เดินทางต่อไปยัง เจดีย์ชเวดากองจำลอง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าเล่าต่อกันมาว่า สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนที่ไม่สามารถเดินทางไปสักการะเจดีย์ชเวดากององค์จริง ณ เมืองย่างกุ้ง ได้มีโอกาสกราบไหว้บูชา เนื่องจากในอดีตการคมนาคมยังไม่สะดวกนัก ทำให้หลายเมืองที่อยู่ห่างไกลต่างมีการสร้างองค์จำลองขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธา แม้จะมีขนาดเล็กกว่าองค์จริง แต่ความงดงามของเจดีย์แห่งนี้ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย รอบองค์เจดีย์ประดิษฐานพระประจำวันเกิดครบทั้ง 7 วัน ให้ผู้ศรัทธาได้สรงน้ำและสักการะตามความเชื่อ ด้านข้างยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ 4 องค์ ให้ผู้มาเยือนได้กราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

วงเวียนนาฬิกา ใกล้กับด่านพรมแดนท่าขี้เหล็ก

อีกหนึ่งความประทับใจคือจุดที่ตั้งของเจดีย์ สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้อย่างสวยงาม ทั้งบ้านเรือนของชาวเมือง ทิวเขาสลับซับซ้อน และผืนป่าเขียวขจีที่ทอดยาวสุดสายตา มาต่อที่วัดพระเจ้าระแข่ง หรือที่ชาวพม่าเรียกกันว่า วัดไทใหญ่ ภายในวัดประดิษฐาน พระมหามัยมุนี องค์จำลอง ซึ่งจำลองแบบมาจากพระมหามัยมุนีอันศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองมัณฑะเลย์ พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้วอันงดงาม ใต้หลังคาไม้จันทน์หอมที่แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตร โดยมีการสันนิษฐานว่าเป็นผลงานของช่างชาวมอญโบราณที่ถ่ายทอดฝีมืออันประณีตผ่านงานแกะสลักชิ้นนี้

ซุ้มเรือนแก้วอันงดงาม 

หลังจากกราบไหว้ขอพรเรียบร้อยแล้ว เดินออกมายังบริเวณด้านหน้าวัด จะมีตลาดท้องถิ่น มีสินค้านานาชนิดวางจำหน่ายเรียงรายตลอดสองข้างทาง ทั้งอาหาร ของใช้ และสินค้าพื้นเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้คนที่สัญจรไปมา ทั้งคนเดินเท้าและผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เรียกว่าคึกตักเลยทีเดียว

เด็กสาวชาวพม่าปะแป้งทานาคา เอกลักษณ์ที่ยังคงสืบทอดมาถึงปัจจุบัน

ก่อนข้ามกลับประเทศไทย แวะเก็บภาพความประทับใจส่งท้ายที่ อนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากวงเวียนนาฬิกา บริเวณจุดผ่านแดนท่าขี้เหล็ก ตัวองค์พระเจ้าบุเรงนองมีสีทองอร่ามตั้งเด่นเป็นสง่า สมกับที่ทรงเป็นกษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และนักปกครองที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์เมียนมา หลายคนอาจคุ้นเคยกับพระนามของพระองค์จากนวนิยายอิงพงศาวดารเรื่องผู้ชนะสิบทิศ ที่บอกเล่าเรื่องราวการสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ในอดีต จึงไม่น่าแปลกใจที่พระองค์ยังคงได้รับการเคารพและจดจำจากชาวเมียนมาจนถึงปัจจุบัน และจะพบอนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนองตั้งอยู่ในจุดสำคัญของเมือง สะท้อนถึงความภาคภูมิใจและความเคารพที่ชาวเมียนมามีต่อกษัตริย์ผู้ทรงสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่บ้านเมือง

หลังคาไม้จันทน์หอมที่แกะสลัก วัดพระเจ้าระแข่ง

ตลอดหนึ่งวันในท่าขี้เหล็กได้สัมผัสทั้งเรื่องราวความศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ผ่านการเยี่ยมชมวัดสำคัญและวิถีชีวิตอันคึกคักของผู้คนในตลาดท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ต้องลองมาสักครั้ง

ชาวไทใหญ่จะนิยมมาสวดมนต์ที่เจดีย์ชเวดากองจำลอง 
ข้าวแกงชาวเมียนมา 
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.