ข่าวจากกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลีเผยว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้ติดต่อกับ ราฟาเอล เลเอา และ คริสเตียน พูลิซิช หลัง มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี แนะนำให้ เอซี มิลาน ปล่อยตัวพวกเขาออกจากทีม
มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี ได้เสนอให้สโมสร เอซี มิลาน ขาย ราฟาเอล เลเอา และ คริสเตียน พูลิซิช ซึ่งกระตุ้นให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เข้ามาแทรกแซงในเรื่องนี้โดยตรง
หลังจากที่ เลเอา ประกาศแบบไม่คาดคิดว่าเขาต้องการย้ายออกจาก มิลาน ในช่วงซัมเมอร์นี้ เหตุผลต่าง ๆ ของเขาก็กลายเป็นหัวข้อพูดคุยของแฟนบอลอย่างกว้างขวาง
แม้การตัดสินใจดังกล่าวอาจไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่ก็ยังน่าสนใจที่จะเข้าใจให้ได้ว่าอะไรคือปัญหาที่แท้จริง
ตามที่ตัวนักเตะเองเคยอธิบายไว้ มีหลายปัจจัยที่สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ในฤดูกาลนี้ ทั้งการขาดความสม่ำเสมอ การถูกจับไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัด การบาดเจ็บ และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ใช่จุดจบทั้งหมด
การตัดสินใจของอัลเลกรีและบทบาทของอิบราฮิโมวิช
จากรายงานข่าวที่แพร่หลาย ความสัมพันธ์ระหว่าง เลเอา กับ อัลเลกรี เริ่มแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน
ทุกอย่างเริ่มต้นจากการประชุมเกี่ยวกับตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างผู้จัดการทีมและฝ่ายบริหารของสโมสร เพื่อหารือแนวทางการเสริมทัพ
หลังจากการประชุมดังกล่าว อิบราฮิโมวิช ได้โทรหานักเตะหมายเลข 10 ของทีมและ คริสเตียน พูลิซิช ทันที
“โค้ชต้องการให้พวกคุณถูกขาย แต่ขอให้ใจเย็นและมีสมาธิ เขาจะจากไปเอง” นักเตะชาวสวีเดนกล่าวกับสองแข้งคนสำคัญของ เอซี มิลาน
ในช่วงท้ายฤดูกาล เห็นได้ชัดว่า อัลเลกรี ไม่ได้ไว้วางใจทั้งสองนักเตะอย่างเต็มที่ และพวกเขาเองก็ดูเหมือนจะขาดแรงจูงใจในการทำตามแนวทางของเขา
โดยเฉพาะ เลเอา ที่รู้สึกเหมือนถูกหักหลัง หลังจากทุ่มเททำตามคำสั่งของโค้ชมาตลอดทั้งฤดูกาล
แม้ว่าฝ่ายบริหารของ เอซี มิลาน จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ความขัดแย้งทางมุมมองก็ยังคงมีอยู่
รายงานระบุว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เชื่อว่าเขาคือกุญแจสำคัญในการสร้างโครงสร้างใหม่ของ เอซี มิลาน ตามวิสัยทัศน์ของตนเอง
ในแนวคิดของเขา อาร์เน สลอต คือผู้จัดการทีมคนใหม่ และ รามอน ปลาเนส จะเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬา
อีกหนึ่งชื่อสำคัญคือ ราฟาเอลา พิเมนตา เอเยนต์คนดังซึ่งเป็นผู้สืบทอดจาก มิโน ไรโอลา และเคยเป็นตัวแทนของ อิบราฮิโมวิช มาหลายปี
ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่าง พิเมนตา และ อิบราฮิโมวิช ทำให้เธอมีบทบาทสำคัญในการเสนอแนวทางดึง ปลาเนส และ สลอต เข้ามาร่วมทีม
อีกทางเลือกหนึ่งคือการนำ ราล์ฟ รังนิค และ ออลิเวอร์ กลาสเนอร์ มาทำหน้าที่ผู้อำนวยการเทคนิคและหัวหน้าโค้ชตามลำดับ
กลาสเนอร์ มีกำหนดพบกับผู้บริหารของ รอสโซเนรี ในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่ เยสเซิล ศิษย์เก่าของ รังนิค ยังคงมีสัญญากับ อัล-อาห์ลี และค่าชดเชยที่สูงอาจทำให้การเจรจายากขึ้น
ยุคใหม่ของ ‘เอซี อิบรา’
ชื่อของ อาร์เน สลอต กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากมีการยืนยันการอำลาจาก ลิเวอร์พูล อย่างเป็นทางการ
กุนซือชาวดัตช์รายนี้พร้อมกลับเข้าสู่วงการฟุตบอลอีกครั้ง ด้วยความท้าทายใหม่ในเวทีเซเรีย อา ของอิตาลี
อิบราฮิโมวิช เชื่อมั่นว่าถึงเวลาที่ มิลาน ต้องก้าวข้ามยุคของ อัลเลกรี และแต่งตั้งผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์ระดับนานาชาติ ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งใน เอเรดิวิซี และ พรีเมียร์ลีก
พิเมนตา เคยมีบทบาทสำคัญเมื่อสามปีก่อน ตอนที่ สลอต เกือบย้ายไปคุม ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ หลังการจากไปของ อันโตนิโอ คอนเต้
แต่เส้นทางของเขาหันไปสู่ ลิเวอร์พูล แทน และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ในฤดูกาลแรก
ส่วน รังนิค มีแนวโน้มจะเข้ามาที่ เอซี มิลาน ในฐานะที่ปรึกษาพิเศษ พร้อมอำนาจการตัดสินใจที่กว้างขวาง โดยมีผู้จัดการทีมที่รู้จักดีอย่าง กลาสเนอร์ ซึ่งเคยร่วมงานกันในเครือ เรดบูลล์
ฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ถึงสิบวัน และ รังนิค ต้องให้คำตอบกับสมาคมฟุตบอลออสเตรียเกี่ยวกับแผนอนาคตของเขา
อดีตผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แอร์เบ ไลป์ซิก จะหารือกับผู้บริหารของสมาคมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ซึ่งการต้องแบ่งสมาธิกับทีมชาติออสเตรียในช่วงแรกอาจไม่เป็นผลดีต่อ มิลาน
ในทางกลับกัน กลาสเนอร์ พร้อมเริ่มงานได้ทันที หลังจากเพิ่งพา คริสตัล พาเลซ คว้าแชมป์ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่หลายสโมสรให้ความสนใจในตัวเขา โดยเฉพาะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ที่แสดงความสนใจอย่างชัดเจน
มิลานอาจต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทีมในฤดูกาลหน้า
การพลาดโอกาสไปเล่น ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และความไม่แน่นอนในฝ่ายบริหาร อาจทำให้นักเตะชื่อดังหลายคนตัดสินใจย้ายออก
ราฟาเอล เลเอา คือคนแรกที่ประกาศเจตนารมณ์อย่างเปิดเผย
หลังอยู่กับทีมมา 7 ปี แข้งชาวโปรตุเกสยอมรับว่าอยากลองหาประสบการณ์ใหม่ในลีกอื่น
นี่ถือเป็นคำอำลาหลังฤดูกาลที่ยากลำบาก ทั้งในแง่ผลงานและความสัมพันธ์กับแฟนบอลที่แย่ลง
ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เลเอา ถูกโห่จากแฟน ๆ อย่างต่อเนื่อง และถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวในซีซันนี้
เจ้าของสโมสร เจอร์รี คาร์ดินาเล เป็นคนแรกที่ตัดสินใจนำชื่อของเขาเข้าสู่ตลาดซื้อขาย หลังทราบถึงความต้องการของนักเตะ
อย่างไรก็ตาม เลเอา ก็ไม่อยู่เฉย และได้แสดงท่าทีตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่แข็งกร้าว
นักเตะชาวโปรตุเกสเริ่มมองหาสโมสรใหม่ในต่างประเทศ แต่ มิลาน ต้องการค่าตัวอย่างน้อย 50 ล้านยูโร
จนถึงตอนนี้ ข้อเสนอที่จริงจังมาจากตุรกี โดย กาลาตาซาราย และ เฟเนร์บาห์เช เป็นสองทีมที่ให้ความสนใจมากที่สุด
ทั้งสองทีมเสนอค่าเหนื่อยสูงถึง 10 ล้านยูโรต่อปีแบบสุทธิ
แต่ เลเอา ต้องการรอดูข้อเสนอจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งเป็นความฝันของเขาในการเล่นให้สโมสรระดับท็อป
เขาตั้งใจใช้ศึกฟุตบอลโลกเป็นเวทีสร้างความสนใจจากสโมสรในอังกฤษ
ส่วนความเป็นไปได้ในการย้ายไปเล่นที่ ซาอุดีอาระเบีย นั้นค่อนข้างต่ำ ขณะที่ บาร์เซโลนา ก็ยังคงติดตามสถานการณ์ของเขาอย่างใกล้ชิดในสเปน
นักเตะคนอื่น ๆ ก็มีแผนจะย้ายออกเช่นกัน
ราฟาเอล เลเอา ไม่ใช่คนเดียวที่ต้องการอำลา
ลูก้า โมดริช ก็เป็นอีกหนึ่งรายที่อนาคตยังไม่แน่นอน
กองกลางชาวโครแอตผิดหวังกับผลงานของทีม และกำลังพิจารณาทางเลือกในอนาคต
สัญญาของเขาจะหมดลงปลายเดือนมิถุนายน และหาก อัลเลกรี ยังคงอยู่ เขาอาจตัดสินใจอยู่ต่อ
แต่ตอนนี้เมื่อทีมพลาดโควตา แชมเปียนส์ลีก และไม่มีโค้ชที่ต้องการเขา รวมถึงผู้อำนวยการกีฬา อิกลี ตาเร ที่เคยพยายามดึงตัวเขาเข้าสู่ทีม ทำให้สถานการณ์ของเขาไม่แน่นอน
แม้ อิบราฮิโมวิช พยายามโน้มน้าว โมดริช แต่เจ้าตัวก็ยังลังเล
อาเดรียง ราบิโอต์ ก็อาจเก็บของออกจากทีมหลังผ่านไปหนึ่งปี แม้ยังมีสัญญาอยู่ แต่ มิลาน ก็พร้อมเปิดรับข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 15 ล้านยูโร
มีรายงานว่าเขาอาจย้ายไปอยู่กับ นาโปลี เพื่อกลับไปร่วมงานกับ อัลเลกรี อีกครั้ง
ส่วนผู้รักษาประตู ไมค์ เมญ็อง เพิ่งต่อสัญญาใหม่ไม่นาน หลังถูกชักชวนโดย อัลเลกรี และ ตาเร ให้เชื่อมั่นในแผนอนาคตของทีม
แต่ตอนนี้ เมญ็อง กำลังพิจารณาทางเลือกใหม่ในยุโรป แม้การย้ายทีมจะไม่ง่าย เนื่องจากเขายังมีสัญญาระยะยาวพร้อมค่าเหนื่อยราว 5 ล้านยูโรต่อปี
ยังมีนักเตะอีกหลายคนที่สโมสรพร้อมพิจารณาขายเพื่อสร้างผลกำไร และช่วยปิดงบขาดดุลจากการที่ทีมไม่ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก สองปีติดต่อกัน
ผู้บริหารของ มิลาน จะต้องทำงานอย่างหนักในตลาดซื้อขายฤดูร้อนนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของทีม และกำหนดทิศทางใหม่ให้กับสโมสร