เสียงสะท้อนจากประชาชนในโครงการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ส่วนใหญ่สะท้อนถึงความเดือดร้อนจากปัญหา ความล่าช้าในการตรวจสอบสิทธิ และ เกณฑ์การคัดกรองที่สร้างผลกระทบต่อชีวิตจริง โดยมีประเด็นหลักๆ ที่ประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแก้ไข โดยปัญหาและเสียงสะท้อนหลักดังนี้
คนจนจริงแต่ตกหล่น (ตกสำรวจ)
ผู้สูงอายุและผู้พิการจำนวนมากที่มีรายได้น้อย ไม่มีทรัพย์สิน อาศัยอยู่บ้านคนอื่น แต่ถูกตัดสิทธิโดยระบบคัดกรองส่วนกลาง ทำให้เกิดความเครียดและบางส่วนยังต้องแห่ต่อคิวร้องเรียนและยืนยันสิทธิกันอย่างวุ่นวาย
โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)
ผลกระทบจากการนำพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี
เกิดปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว กรณีที่ลูกนำพ่อแม่ไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนบุคคล ทำให้กรมสรรพากรตีความว่าพ่อแม่มีผู้ดูแลและมีรายได้ ส่งผลให้พ่อแม่ถูกตัดสิทธิบัตรคนจนทันที
การนับรวมทรัพย์สินครอบครัว
หลายคนสะท้อนว่าการนำเกณฑ์รายได้และทรัพย์สินของสมาชิกในครอบครัวมารวมกัน ทำให้ลูกหลานที่มีงานทำแต่แยกทางกันอยู่หรือไม่ได้ส่งเสีย นำไปสู่การตัดสิทธิผู้สูงอายุที่แท้จริงในบ้าน
ความคุ้มค่าของวงเงิน
ผู้ถือบัตรบางส่วนระบุว่า วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้รับ 300 บาทต่อเดือน) อาจไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบันโดยหลายครอบครัวมองว่าควรเพิ่มสัดส่วนให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป
ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา
ปรับปรุงเกณฑ์การคัดกรองให้เป็นธรรม ประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาจาก "สถานะความยากจนตัวบุคคล" มากกว่าการนำระบบบัญชีครอบครัวหรืองานภาษีของลูกหลานมาเหมารวมตัดสิทธิ
เปิดอุทธรณ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว ต้องการช่องทางร้องทุกข์ที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้ที่สมควรได้รับสิทธิสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้ทันที
ทบทวนวงเงินสวัสดิการ เสนอให้ภาครัฐพิจารณาปรับฐานวงเงินค่าครองชีพให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามประชาชน ได้ติดตาม สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ และต้องการทราบแนวทางแก้ไขปัญหาการถูกตัดสิทธิ หรือตรวจสอบขั้นตอนการอุทธรณ์ ที่ภาครัฐต้องทำความเข้าใจและเร่งดำเนินการให้ตรงจุด