คู่รักยูทูบเบอร์ถูกขู่ฆ่า หลังยุติการตั้งครรภ์ทารกเสี่ยงดาวน์ซินโดรม 95% เจ้าตัวหวังสร้างความเข้าใจในสังคม พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจและเตรียมวางแผนมีลูกอีกครั้ง
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวกรณี ยูทูบเบอร์วัย 33 ปี Jesse Ridgway หรือที่รู้จักในโลกออนไลน์ว่า McJuggerNuggets ออกมาเปิดเผยว่าเขาและ Ashley Ridgway ภรรยาเจอคำขู่ฆ่าจำนวนมาก เพราะตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์หลังรู้ว่าลูกในท้องมีโอกาสสูงที่จะเกิดมาพร้อมกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม
ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2025 และประกาศข่าวดีเรื่องการตั้งครรภ์ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ต่อมาในเดือนเมษายน ผลการตรวจพันธุกรรมพบว่าทารกมีโอกาสถึง 95 เปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นดาวน์ซินโดรม หรือไตรโซมี 21 (Trisomy 21) ซึ่งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ระบุว่าเป็นภาวะทางพันธุกรรมที่มีโครโมโซมเกินมา
สามีชี้แจงว่าเขากังวลเรื่องสุขภาพของลูกและสุขภาพของภรรยา ยอมรับว่าผลการวินิจฉัยทำให้รู้สึกเหมือนมีหมัดชกเข้าที่ท้องอย่างจังและเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ก่อนที่ทั้งคู่จะตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในเวลาต่อมา ตนเองโพสต์ข้อความยาวผ่านอินสตาแกรมสตอรีเพื่อปกป้องภรรยา ระบุว่าไม่เคยเห็นความเกลียดชังรุนแรงขนาดนี้พุ่งเป้ามาที่คนสองคนที่กำลังเสียใจกับการสูญเสียลูกและต้องตัดสินใจในเรื่องที่ยากลำบาก ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเผยให้เห็นด้านที่น่ากลัวของมนุษย์ ชาวเน็ตด่าทอพวกเขาว่าเป็นฆาตกร เป็นคนเลวทราม เปรียบเทียบกับฮิตเลอร์ และส่งคำขู่ฆ่ามาอย่างไม่หยุดหย่อน
เขากล่าวต่อว่าหลายคนอ้างชื่อพระเจ้าหรือพระเยซูมาสร้างความชอบธรรมในการขู่ฆ่าและแช่งให้พวกเขาตกนรก แต่ตนเองคิดว่าเป็นเรื่องย้อนแย้ง นอกจากนี้คนที่มาต่อว่าหลายคนยังไม่มีลูกและไม่เคยมีลูกที่ป่วยด้วยซ้ำ คนเหล่านี้คงไม่กล้าทำตามที่ขู่ไว้จริง
สามีประหลาดใจที่ชาวเน็ตหลายคนโพสต์ข้อความหยาบคายใส่เขาและภรรยา โดยแนะนำว่าหากไม่มีความเห็นที่เป็นประโยชน์นอกจากการด่าทอก็ไม่ควรโพสต์อะไรเลย พร้อมกับชื่นชมพ่อแม่คนอื่น ๆ ที่ตัดสินใจเลี้ยงลูกที่เป็นดาวน์ซินโดรมว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมและกล้าหาญมาก แต่เขาอยากให้ทุกคนยอมรับความแตกต่างในเมื่อเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อชีวิตของคนวิจารณ์
ยูทูบเบอร์หนุ่มอธิบายเพิ่มเติมว่า แต่ละปีผู้หญิงทำแท้งกว่า 1 ล้านครั้งด้วยเหตุผลหลายประการ และนี่คือทางออกที่พบบ่อยที่สุดสำหรับภาวะไตรโซมี 21 แต่กรณีของเขากลับกลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะไม่มีใครนำเรื่องนี้มาพูดคุยในที่สาธารณะ เขาเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงไม่กล้าเล่าเรื่องเปราะบางนี้ เพราะต้องเจอกับกระแสต่อต้านที่รุนแรง โชคดีที่เขาทำงานบนโซเชียลมา 20 ปี จึงรู้วิธีรับมือกับคนเหล่านี้ และดีใจที่ได้ช่วยให้เกิดการพูดคุยในสังคม นี่คือเหตุผลที่เขาต้องการแบ่งปันเรื่องราว
เขาหวังว่าเรื่องนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นกล้าเปิดใจและสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน แม้จะมีความเกลียดชัง แต่รู้สึกขอบคุณที่เรื่องราวการตัดสินใจของพวกเขากระจายออกไปในวงกว้าง พร้อมชวนให้คนที่เผชิญสถานการณ์คล้ายกันทักมาหาเขาเพื่อพูดคุยให้กำลังใจได้ พร้อมอัปเดตว่าเขาและภรรยาจะพยายามมีลูกอีกครั้งในอนาคตอันใกล้
ในตอนท้ายเขาขอบคุณทุกคนที่คอยสนับสนุนและปกป้องการตัดสินใจของพวกเขาในฐานะพ่อแม่ พร้อมชื่นชมความเข้มแข็งของภรรยาว่ารับมือกับบาดแผลทางจิตใจและคนแปลกหน้าบนอินเทอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี และทิ้งท้ายว่า “รักนะที่รัก เรามามองไปสู่อนาคตกันเถอะ!”
ข้อมูลจาก : pagesix
ข่าวล่าสุด