เกาะติดศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 หากให้หยิบยกปัญหาของกรุงเทพมหานครนั้น มีมากมายหลากหลายเรื่อง ทั้งที่เป็นปัญหาสะสม ทับซ้อน เรื้อรังมานาน หลายเรื่องต้องใช้เวลาและความต่อเนื่องในการแก้ปัญหาเพราะมีความเชื่อมโยงในหลายมิติที่ต้องนำมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ดังเช่น เรื่องของหาบเร่แผงลอยที่มองว่า กีดขวางทางเท้าโดยเฉพาะในเวลาเร่งรีบ ปรากฎภาพคนเมืองต้องลงไปเดินริมถนนแทนในเวลาเร่งด่วน
ขณะเดียวกันในแง่ของการท่องเที่ยว หาบเร่แผงลอย เป็นส่วนหนึ่งของ สตรีดฟู้ดส์ ของเมืองไทยที่เป็นเสน่ห์ เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวที่หาไม่ได้จากเมืองใหญ่ ๆ ในหลายประเทศทั่วโลก นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยบอกตรงกันว่า อยากมาสัมผัสประสบการณ์จริงสักครั้งในชีวิต นับเป็นความท้าทายและโจทย์ใหญ่ของพ่อเมืองคนใหม่ที่จะต้องเข้ามาบริหารจัดการสร้างสมดุลเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
"ฐานเศรษฐกิจ" พาไปส่องวิสัยทัศน์ของเหล่าแคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในเรื่องนี้กันโดยไม่เรียงลำดับหมายเลขของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.
ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 10 เพิ่มจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอย ตั้ง Food Court ราคาย่อมเยา
นโยบายของพรรคประชาชนเน้นการเพิ่มจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอยเพื่อให้คน กทม.เข้าถึงอาหารราคาถูกได้ง่ายขึ้นโดยจะสำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น พื้นที่ใต้ทางด่วน พื้นที่ริมทางรถไฟ พื้นที่เอกชนที่เจ้าของยินยอมเข้าร่วมโครงการ หรืออาคารและตึกแถวที่ถูกปล่อยร้างเพื่อนำมาพัฒนาเป็นพื้นที่ค้าขายและฟื้นฟูเศรษฐกิจในย่านต่าง ๆ รวมถึงการใช้มาตรการจูงใจภาคเอกชน เช่น การลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือการให้สิทธิประโยชน์ด้านผังเมืองเพื่อสนับสนุนการจัดตั้ง Food Court ราคาย่อมเยาในย่านต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ให้มากขึ้น
นโยบายการจัดการหาบเร่แผงลอยจะยึดสิทธิของผู้ใช้ทางเท้าเป็นหลักโดยกำหนดจุดผ่อนผันใหม่จะคำนึงถึงสภาพแวดล้อมและบริบทของแต่ละพื้นที่เพื่อไม่ให้กระทบต่อการสัญจรและคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยจัดระเบียบพื้นที่ค้าขาย กำหนดจุดและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการประกอบการ เป็นต้น
ขณะที่จากเวที จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์แคนดิเดตผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร 2569 ซึ่งจัดโดยเนชั่นทีวีร่วมกับสถาบันพระปกเกล้าฯ ในหัวข้อ "วัดกึ๊นตัวตึงสังกัดอิสระ" มีผู้เข้าร่วมรายการ ประกอบด้วย ดร.หม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี, ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข, นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล, นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ จากกลุ่มกรุงเทพบินได้ ได้ตอบคำถามจาก รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าฯ
หนึ่งในคำถามไฮไลท์ที่น่าสนใจถามว่า ท่านมีแนวทางจัดสมดุลการใช้ทางเท้า ให้เป็นธรรมกับทั้งคนเดินเท้า ผู้พิการ และกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย?
พบว่า แคนดิเดตทุกคนต่างเป็นพ้องกันว่า ยังต้องคง สตรีทฟู้ด เอาไว้เนื่องจากเป็นเสน่ห์ที่สำคัญของกรุงเทพฯ ที่ไม่เหมือนใครที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทยได้เพียงแต่ต้องมีการจัดระเบียบเพื่อไม่ให้กีดขวางทางเดิน
ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 7 ชี้ หาบเร่แผงลอยเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว
กทม. ต้องจัดสรรปันส่วนในพื้นที่ที่ประชาชนได้ทำมาหากินในส่วนของหาบเร่แผงลอยซึ่งโดนร้องเรียนเพราะไปกินพื้นที่บนทางเท้า ในอนาคตเป็นไปได้สามารถไปคุยกับผู้ประกอบการหาบเร่แผงลอยโดยอาจจะอนุโลมได้ เนื่องจากสตรีทฟู้ดของบ้านเราเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งในดึงดูดนักท่องเที่ยว เราอาจจะไปคุยกับผู้ประกอบการ เจรจากัน หรืออาจจะให้มีแบบตั้งโต๊ะหรือตามที่ตกลงกันแต่ของดเว้นพื้นที่ไว้ หรือทำในลักษณะมีรถเข็นซื้อกลับทานเพื่อให้มีพื้นที่ทางเท้าให้คนได้เดินสัญจร เป็นต้น
"คงไม่ถึงกับกวาดล้างทั้งหมดเพื่อให้ได้ทางเท้าคืน อาจจะเป็นลักษณะของการจัดเป็นโซนนิ่ง หรือ ตรงไหนที่พื้นที่ทางเท้ากว้างมากพอก็อาจจะอนุโลมได้ แต่ขออย่าตั้งโต๊ะตั้งเก้าอี้อาจจะต้องเดินกิน เป็นต้น
เรื่องของหาบเร่แผงลอยยังมีความจำเป็นอยู่สำหรับนักท่องเที่ยวถวิลหาสตรีทฟู้ดบ้านเรา เขาต้องการสตรีทฟู้ดของแท้ การจัดโซนนิ่งบางครั้งอาจไม่ตอบโจทย์ ยกตัวอย่างเช่น ที่ถนนบรรทัดทอง หรือที่เยาวราช เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะไปตรงนั้นได้ บางครั้งนักท่องเที่ยวอยากจะได้สัมผัส ได้บรรยากาศสตรีทฟู้ดของแท้ถ้าไปจัดกระจุกอยู่จุดใดจุดหนึ่งนักท่องเที่ยวก็อาจจะไม่เข้าไปก็ได้ เรื่องนี้ต้องหารือพูดคุยกันเพื่อหาจุดสมดุลร่วมกัน
คมสัน พันธุ์วิชาติกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 13 ยัน หาบเร่แผงลอยกลไกขับเคลื่อนศก.สำคัญ
เรื่องหาบเร่แผงลอยเป็นปัญหาที่ไม่เคยจบและต้องยอมรับด้วยว่า พ่อค้าแม่ค้ากลุ่มนี้ถือเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักเหมือนกัน โดยตนเองนั้นมี นโยบายในเรื่องนี้โดยมองที่วิถีชีวิตของคน กทม. ก่อนว่า เป็นยังไง ซึ่งพบว่า มีความแตกต่างกันบางคนตื่นมา ตีสอง ตีสาม หิวอยากหาอะไรกินก็ต้องพึ่งสตรีทฟู้ดส์เหล่านี้ เห็นด้วยกับการจัดโซนนิ่ง
อย่างไรก็ดี สำหรับพื้นที่ในส่วนกรุงเทพมหานครนั้นสำหรับบริเวณฟุตบาทที่มีพื้นที่ขนาดกว้าง 1 เมตร จะไม่อนุญาต แต่ถ้าทางกว้าง 1.5-2 เมตรขึ้นไป อาจมีการอนุโลมให้ขายได้ เป็นต้น แต่จะมีการกำหนดด้วยว่าหาบเร่แผงลอยนั้นต้องมีขนาดเท่าไรเพื่อไม่กีดขวาง รวมถึงอาจจะต้องขอไม่ให้มีการตั้งโต๊ะ เน้นหาบเร่แผงลอยต้องมีคุณภาพ ต้องทำในลักษณะที่กำหนดไว้เพื่อที่จะไม่ให้เกะกะ คนที่ใช้ทางเดินเท้า
เบื้องต้นจะดูจากขนาด ความกว้างของทางเท้าก่อน คือ ถ้าเกิน 1 เมตรอนุญาตให้ตั้งขายได้แต่ถ้าต่ำกว่า 1 เมตร ต้องให้สิทธิ์ผู้ใช้ทางเท้าก่อน เป็นต้น หรือมีบางที่ บางโซนฝั่งหนึ่งทางเท้ากว้าง 1 เมตรแต่อีกฝั่งกว้าง 1.5-2 เมตรก็ข้ามไปขายฝั่งตรงข้าม เป็นต้น ซึ่งจะคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกรุงเทพมหานครเอาไว้
ขณะเดียวกันถ้าเราไปจัดโซนิ่งไปอยู่จุดใดจุดหนึ่งเหมือนในต่างประเทศก็กระจุกตัวเกินไปและคนก็อาจจะไม่อยากไปตรงนั้น ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าบางคนบ้านอยู่ใกล้ ๆ เขาก็อยากใกล้ ๆ บ้าน ไม่สะดวกที่จะไปตรงนั้น
มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 14 ใช้ AI จัดระเบียบหาบเร่แผงลอยเข้าระบบ ขจัดส่วย-มาเฟียในพื้นที่
เรื่องนี้เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ 14 ด้านที่มีอยู่แล้ว ตนเองมีนโยบายสนับสนุนเรื่องของ Street Food Paradise ซึ่งสามารถทำได้ภายใน 3 เดือนวัด KPI ได้เลย เริ่มจากการจัดโซนนิ่งเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบและส่วนที่ไม่ใช่พื้นที่โซนนิ่งจะให้มีการทำประชาคมกับพื้นที่ชุมชนก่อนเพื่อให้สามารถจัดระเบียบที่เหมาะสม มีข้อตกลงร่วมกัน สามารถได้ขาย 7 วัน ๆ วันละ 24 ชม. โดยแบ่งกันขายเป็นช่วงเวลา ตามวงจรวิถีชีวิตของพ่อค้าแม่ค้าแต่ละคน วนเวียนกันไปคนละ 8 ชม.
สอดรับกับนโยบายกรุงเทพฯไม่หลับใหลและนโยบายที่ต้องการผลักดันให้เกิดความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยเรื่องของการจับจ่ายใช้สอยในภาวะเศรษฐกิจที่ กำลังเกิดภาวะชะงักงันและตกต่ำในเวลานี้ได้ทางหนึ่ง อีกประการ คือ กรุงเทพฯสามารถจัดเก็บรายได้ทางหนึ่ง โดย กทม.เปิดให้ลงทะเบียนอย่างถูกต้องโดยใช้นวัตกรรม ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลงทะเบียนทำในลักษณะลงทะเบียนคนจน เกิดการจัดเก็บรายได้เข้ากทม.อย่างถูกต้อง ขจัดเรื่องส่วยเทศกิจ เรื่องคอร์รัปชั่นออกไป ขจัดเรื่องมาเฟียครองพื้นที่ นำไปสู่เรื่องของเสน่ห์ของเมืองท่องเที่ยว เป็น พาราไดซ์ ของการกินอร่อยได้ 24 ชั่วโมง ซึ่งจะดึงเม็ดเงินจากนัก ท่องเที่ยวจำนวนมากได้
หม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 1 ตั้งเป้าดัน สตรีตฟู้ดของไทยขึ้นอันดับ 1 อาเซียน
อัตลักษณ์หรือเสน่ห์ของเมืองไทย คือ การมี street food ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีจากนักท่องเที่ยว สิ่งที่อยากเห็น คือ ทำให้กรุงเทพฯ เป็น street food อันดับ 1 ของอาเซียน ดังนั้น สิ่งที่จะทำ คือ จัดระเบียบให้ค้าขายได้สำหรับที่ที่มีฟุตบาทกว้างซึ่งต้องควบคู่กันไปกับเรื่องของการดูแลเรื่องของความสะอาด ไม่ทิ้งขยะลงในท่อโดยจะมีอุปกรณ์จัดเก็บขยะเปียก ขยะแห้ง เทแยกกันไว้ แล้วจัดส่งไปที่โรงจัดการขยะ เช่น ทำโบโอแก๊ส เป็นต้น
ที่สำคัญ คำว่า โซนนิ่ง นั้น โดยส่วนตัวจะเป็นเรื่องของการโซนนิ่ง "เวลา" ไม่ใช่การโซนนิ่ง "สถานที่" ยกตัวอย่างเช่น ช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีคนต้องใช้ทางเท้าต้องเดินกันเยอะอาจจะขายไม่ได้แต่ถ้าพ้นช่วงเวลานั้นไปแล้วก็สามารถขายได้เต็มที่ เช่น ตั้งแต่เวลา 19:00 น.เรื่อยไป เป็นต้น หรือถ้าเป็นวันเสาร์ วันอาทิตย์อาจจะปิดถนนในบางพื้นที่
การโซนนิ่งของผมจึงเป็นเรื่องของเวลามากกว่าว่าเวลาไหนขายได้ เวลาไหนคนเดินเยอะอาจจะลดลงมา การจัดการเรื่องนี้ที่ผ่านมาเราใช้วิทยาศาสตร์มากเกินไป ใช้กฎหมายที่ตึงเกินไป ไม่มีการยืดหยุ่น ที่เป็นแนวทางที่ผมตั้งใจจะทำให้ สตรีตฟู้ดส์ ของไทยขึ้นเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนให้ได้