ซารีนา วีกมัน ต้องเจอกับอุปสรรคครั้งใหญ่ในเส้นทางเตรียมทีมฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก เมื่อทีมชาติอังกฤษพลาดโควตาเข้ารอบสุดท้ายแบบอัตโนมัติ และต้องไปชี้ชะตาผ่านรอบเพลย์ออฟแทน
เป็นเรื่องที่ยากเสมอสำหรับตัวแทนทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในการพูดถึงระบบคัดเลือกที่อาจไม่ยุติธรรม แต่ความผิดหวังของนักเตะอังกฤษในวันอังคารที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ หลังจากสิงโตสาวพลาดอันดับหนึ่งของกลุ่มซึ่งเป็นโควตาอัตโนมัติสำหรับฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกปี 2027
อังกฤษจบการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มด้วย 15 คะแนนจาก 6 นัด ชนะ 5 แพ้ 1 เกมเดียวให้กับทีมแชมป์โลกอย่างสเปน ซึ่งมีแต้มเท่ากันที่ 15 คะแนน แต่ทีมของโซเนีย เบร์มูเดซ ได้เปรียบจากผลการพบกัน โดยเอาชนะอังกฤษไป 4-0 เมื่อวันศุกร์ หลังจากที่เคยแพ้ 0-1 ที่สนามเวมบลีย์ในเดือนเมษายน ทำให้ ลา โรฆา คว้าตั๋วไปบราซิลได้ทันที
อังกฤษยังพอมีความหวังเล็กน้อยในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม แต่ความหวังที่จะให้อิสแลนด์ช่วยหยุดสเปนนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ และสุดท้ายแชมป์โลกก็ถล่มอิสแลนด์ 6-1 ที่เรคยาวิก ทำให้ชัยชนะ 3-0 ของอังกฤษเหนือยูเครนแทบไม่มีความหมายในเส้นทางคว้าโควตาอัตโนมัติ
ในกลุ่มลีก A มีเพียงเยอรมนีเท่านั้นที่เก็บได้มากกว่า 15 คะแนน โดยฝรั่งเศสและเดนมาร์กได้โควตาอัตโนมัติด้วยคะแนน 13 และ 14 ตามลำดับ นั่นทำให้ความรู้สึกของทีมชาติอังกฤษว่าระบบนี้ไม่เป็นธรรมยิ่งชัดเจน โดยยูฟ่าให้เพียง 4 โควตาอัตโนมัติ ส่วนอีก 7 ทีมต้องไปเพลย์ออฟ
เบธ มีด กล่าวกับ ITV ว่า “มันน่าผิดหวังจริง ๆ ไม่บ่อยนักที่ทีมจะไม่ได้เข้ารอบทั้งที่มี 15 คะแนน” ซึ่งจอร์เจีย สแตนเวย์ ก็เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ไม่อยากจมอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยมีดบอกว่านี่คือ “ธรรมชาติของการแข่งขัน” ส่วนสแตนเวย์มองว่าผลคะแนนสะท้อน “ระดับและความสม่ำเสมอ” ของอังกฤษ เมื่อถูกถามว่าวีกมันคิดว่ายูฟ่าควรปรับระบบหรือไม่ เธอตอบว่า “อย่างน้อยก็ควรพิจารณา” แต่ก็ชื่นชมความเข้มข้นของการแข่งขันในยุโรปหลังมีเนชันส์ลีก
แม้จะมีทั้งความผิดหวังและการยอมรับ แต่วีกมันและลูกทีมต้องมองไปข้างหน้า โดยอังกฤษจะรู้คู่แข่งในรอบเพลย์ออฟของศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกในสัปดาห์หน้า ซึ่งโค้ชชาวดัตช์ยังมั่นใจว่าทีมของเธอจะผ่านไปได้
คำถามคือ อังกฤษได้อะไรจากช่วงพักเบรกทีมชาติที่น่าผิดหวังครั้งนี้บ้าง? GOAL ได้วิเคราะห์ผู้ชนะและผู้แพ้จากเกมของอังกฤษในเดือนมิถุนายน
ผู้ชนะ: สเปน
ชัยชนะ 4-0 เหนืออังกฤษเมื่อวันศุกร์เป็นผลลัพธ์ที่สำคัญในหลายด้านสำหรับสเปน พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นและส่งสัญญาณเตือนถึงคู่แข่ง หลังจากที่เคยแพ้ให้กับอังกฤษในการดวลจุดโทษในรอบชิงชนะเลิศชิงแชมป์ยุโรปเมื่อซัมเมอร์ก่อน ลา โรฆา แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นแชมป์โลก ด้วยการถล่มอังกฤษอย่างขาดลอย ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ที่ย่อยยับที่สุดของสิงโตสาวในรอบ 17 ปี
ชัยชนะนั้นทำให้สเปนกลับมาครองจ่าฝูงของกลุ่ม และเพียง 4 วันต่อมาก็ปิดจ็อบด้วยการถล่มอิสแลนด์ คว้าตั๋วไปบราซิลได้สมบูรณ์แบบ
ผลลัพธ์นี้ยังหมายถึงอังกฤษต้องไปเล่นเพลย์ออฟ ทำให้หนึ่งในคู่แข่งสำคัญของสเปนในศึกฟุตบอลโลกปีหน้าต้องมีการเตรียมทีมที่ไม่สมบูรณ์แบบนัก ขณะที่ลา โรฆา สามารถจัดโปรแกรมอุ่นเครื่องตามต้องการ อังกฤษกลับต้องลงแข่งรอบคัดเลือกเพิ่มเติม
ถือเป็นช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบสำหรับทีมของเบร์มูเดซและลูกทีมของเธอ
ผู้แพ้: ซารีนา วีกมัน
อังกฤษหวังจะได้ประโยชน์จากการเข้ารอบอัตโนมัติเช่นเดียวกับสเปน และพวกเขาก็อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะทำได้ เพียงแค่ไม่แพ้ในเกมที่มายอร์กา แต่เมื่อ ปาตรี กีฆาร์โร ยิงเปิดหัวให้สเปนนำ ความมั่นใจของอังกฤษก็พังทลายทันที และจบลงด้วยความพ่ายแพ้ที่รุนแรงที่สุดในยุควีกมัน
ตอนนี้เธอต้องกลับมาวิเคราะห์สิ่งที่ผิดพลาด พร้อมทั้งเสียโอกาสในการจัดโปรแกรมอุ่นเครื่องกับทีมชั้นนำในช่วงปลายปี เพราะต้องเล่นรอบเพลย์ออฟ 4 นัดกับชาติยุโรปที่มีแรงกิ้งต่ำกว่าแทน
เมื่อเนชันส์ลีกจะกลับมาในปีใหม่ ช่องว่างสำหรับจัดเกมอุ่นเครื่องก็จะเหลือน้อย ทำให้ต้องรออีกระยะกว่าจะได้เจอกับคู่แข่งระดับสูงเพื่อปรับปรุงจุดอ่อนที่สเปนเปิดเผยออกมา
ผู้แพ้: เฟรยา ก็อดฟรีย์
หลังจากอังกฤษหมดลุ้นแชมป์กลุ่มที่มายอร์กา วีกมันกล่าวก่อนเกมกับยูเครนว่าจะมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่น เพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะหน้าใหม่ได้พิสูจน์ตัวเอง มีหลายคนคาดว่า เฟรยา ก็อดฟรีย์ เจ้าของรางวัลนักเตะแห่งปีของลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสส์ จะได้ลงเล่นนัดแรกในนามทีมชาติ
แต่สุดท้ายเธอกลับไม่มีชื่อในทีมเลยในวันอังคาร วีกมันยังคงเลือกใช้สามแนวรุกเดิมอย่าง ลอเรน เจมส์, ลอเรน เฮมป์ และ อเลสเซีย รุสโซ พร้อมใส่กองหลังถึงสามคนไว้บนม้านั่งสำรองแทน
“มันไม่ง่ายเลยที่จะคุยกับนักเตะที่คุณอยากให้ติดทีม แต่คุณเลือกได้แค่ 23 คน” วีกมันกล่าวหลังเกม “ฉันอธิบายเหตุผลให้เธอฟังแล้ว และตอนนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละ”
โอกาสลงสนามของปีกวัย 21 ปีรายนี้จึงยังไม่ชัดเจน และเกมกับยูเครนดูเหมือนจะเป็นโอกาสที่หลุดลอยไป
ผู้ชนะ: ลอรา บลินด์คิลด์ บราวน์
แม้การทดลองทีมจะมีจำกัด แต่วีกมันให้โอกาส ลอรา บลินด์คิลด์ บราวน์ ออกสตาร์ตในเกมกับยูเครน และมิดฟิลด์วัย 22 ปีตอบแทนด้วยผลงานยอดเยี่ยมที่สุดของเธอกับทีมชาติ ในการลงสนามนัดที่ 7
เธอทำผลงานโดดเด่นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งคว้าแชมป์ WSL แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้โอกาสมากนักในทีมชาติ ซึ่งตอนนี้เริ่มเปลี่ยนไป หลังจากเธอโชว์ฟอร์มเด่นในเกมล่าสุด
“ฉันคิดว่าเธอเล่นได้ดีมากคืนนี้” วีกมันกล่าวหลังเกม และให้สัมภาษณ์กับ ITV เพิ่มเติมว่า บลินด์คิลด์ บราวน์ เป็น “หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในสนาม” ในเกมที่อังกฤษชนะ 3-0
“เราต้องเจอกับทีมที่ตั้งรับแน่นมาก และเธอเล่นในพื้นที่กลางสนามซึ่งยาก เพราะต้องอ่านเกมและหาพื้นที่ได้ดี เธอทำได้ยอดเยี่ยมมาก เป็นตัวอย่างที่ดีของนักเตะรุ่นใหม่ที่เริ่มสร้างชื่อในทีม”
ตำแหน่งหมายเลข 10 ของอังกฤษยังเปิดกว้าง และฟอร์มของเธอในนัดนี้อาจเป็นก้าวสำคัญในการยึดพื้นที่ดังกล่าว
ผู้แพ้: อเล็กซ์ กรีนวูด
ปัญหาตำแหน่งแบ็กซ้ายของอังกฤษที่ยืดเยื้อมาหลายปี ดูเหมือนจะคลี่คลายในปี 2026 เมื่อ อเล็กซ์ กรีนวูด ถูกดันไปเล่นตำแหน่งนี้บ่อยขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจากก่อนหน้านี้เล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กระดับโลก ทำให้วีกมันสามารถเลือกเธอเป็นตัวหลักในตำแหน่งนี้ได้
อย่างไรก็ตาม เกมที่มายอร์กาเมื่อวันศุกร์กลับสะท้อนปัญหาเดิม กรีนวูดมีวันที่ยากลำบากในเกมที่แพ้สเปน 0-4 ทำให้การถกเถียงเรื่องการขาดแคลนแบ็กซ้ายกลับมาอีกครั้ง
ซิตี้กำลังมองหาแบ็กซ้ายรายใหม่หลัง ลีลา วาฮาบี อำลาทีม และมีข่าวว่า เนียม ชาร์ลส์ อาจย้ายมาร่วมทีม ซึ่งจะเป็นข่าวดีสำหรับวีกมัน เพราะจะทำให้มีตัวเลือกใหม่ในตำแหน่งนี้
หากชาร์ลส์สามารถทำผลงานได้ดีและยืนระยะได้ จะเป็นประโยชน์ต่ออังกฤษอย่างมาก เพราะแม้กรีนวูดจะเล่นได้หลายตำแหน่ง แต่ตำแหน่งที่เธอถนัดที่สุดคือเซ็นเตอร์แบ็ก
ผู้แพ้: แอ็กกี บีเวอร์-โจนส์
อีกหนึ่งนักเตะที่หลายคนคาดว่าจะได้โอกาสในเกมกับยูเครนคือ แอ็กกี บีเวอร์-โจนส์ อังกฤษยังคงพึ่งพา อเลสเซีย รุสโซ ในตำแหน่งกองหน้าเบอร์ 9 อย่างหนัก หลังจาก มิเชล อาเยมัง บาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าตั้งแต่เดือนตุลาคม
สิ่งที่น่ากังวลคือ บีเวอร์-โจนส์ ไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรองในเกมกับสเปน โดยวีกมันเลือกขยับ ลอเรน เฮมป์ ไปเล่นกองหน้าแทน และดันรุสโซไปเล่นหมายเลข 10
ในเกมกับยูเครน บีเวอร์-โจนส์กลับมามีชื่ออีกครั้งแต่ไม่ได้ลงสนามเลย แม้จะเป็นเกมที่สบายกว่า ขณะที่วีกมันยังคงเลือกใช้ผู้เล่นตัวหลักก่อนเปลี่ยนลงมาใช้ เบธ มีด และ โคลอี เคลลี จากม้านั่งสำรอง
เมื่อถูกถามว่ามีความคิดจะทดลองผู้เล่นใหม่มากกว่านี้หรือไม่ วีกมันตอบว่า “บางครั้งมันก็ถึงเวลาที่ต้องทดลอง แต่บางครั้งก็ถึงเวลาที่ต้องแสดงผลงานให้ดีที่สุด นักเตะทุกคนต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งตำแหน่ง วันนี้คุณเห็นแล้วว่าเราทำการเปลี่ยนตัว 5 คน และเราได้ตัดสินใจก่อนเกมแล้วว่าจะใช้แบบนี้”
การที่บีเวอร์-โจนส์ไม่ได้ลงเล่นเลยตลอดสองเกม ถือเป็นการปิดฉากช่วงคัดเลือกที่น่าผิดหวังสำหรับกองหน้าวัย 22 ปี ซึ่งในฤดูกาลกับเชลซีเธอก็เจ็บบ่อย ทำให้ได้ลงเล่นเพียง 17 นาทีในรอบคัดเลือกนี้ เธอจะหวังกลับมาอย่างแข็งแกร่งในฤดูกาล 2026-27