‘กรมทางหลวง’ ร่วมกับตำรวจทางหลวงและตำรวจนครบาล ติดตามตัวผู้ก่อเหตุทำ ‘น็อต-สกรู’ ตกหล่นบนมอเตอร์เวย์ M7 หลังตรวจสอบ ‘CCTV’ พบรถบรรทุกไม่รัดกุม ส่งผลรถเสียหายรวม43 คัน ยืนยันชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดแก่ผู้ได้รับผลกระทบ
13มิ.ย.2569-รายงานข่าวจากกรมทางหลวง(ทล) แจ้งว่าตามที่ได้รายงานกรณีพบวัสดุประเภทน็อตและสกรูตกหล่นบนผิวจราจรทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (M7) ขาออก บริเวณกิโลเมตรที่ 39+600 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ส่งผลให้รถยนต์ของประชาชนได้รับความเสียหายจากการเหยียบวัสดุดังกล่าวหลายคันนั้น แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ได้ตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ร่วมกับการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถติดตามผู้ก่อเหตุได้ภายในวันเดียวกัน โดยเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวได้เข้าพบพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจนครบาลอ่อนนุช เพื่อให้ข้อมูลและรับทราบข้อกล่าวหาตามกระบวนการทางกฎหมาย
ทั้งนี้ จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า สาเหตุเกิดจากการบรรทุกวัสดุประเภทน็อตและสกรูโดยปิดคลุมไม่เรียบร้อย ทำให้ตกหล่นลงบนผิวจราจร ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทางเป็นวงกว้าง โดยผู้ก่อเหตุยอมรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ได้รับผลกระทบทุกราย ตามเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ และในส่วนของค่าเสียหายที่อาจอยู่นอกเหนือความคุ้มครองของบริษัทประกันภัย เจ้าของกิจการได้ยืนยันรับผิดชอบค่าเสียหายเพิ่มเติมทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามข้อมูลจากร้านซ่อมยางรถยนต์บริเวณทางลงบางปะกง จำนวน 2 แห่ง พบว่ามีรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบเข้ารับบริการปะยางรวมประมาณ 43 คัน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อยืนยันจำนวนผู้เสียหายให้ครบถ้วนต่อไป สำหรับประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถเข้าแจ้งความและยื่นหลักฐานประกอบการพิจารณาค่าเสียหายได้ที่สถานีตำรวจนครบาลอ่อนนุช เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง และตำรวจนครบาลอ่อนนุช ที่ร่วมกันติดตามผู้ก่อเหตุและประสานการรับผิดชอบความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว โดยกรมทางหลวงขอย้ำเตือนไปยังผู้ประกอบการขนส่งและผู้ใช้รถใช้ถนนทุกประเภทให้ตรวจสอบการบรรทุกสิ่งของ การยึดตรึงวัสดุ และการปิดคลุมสินค้าให้ถูกต้องและรัดกุมก่อนออกเดินทาง เพื่อป้องกันวัสดุตกหล่นบนผิวทาง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งอาจมีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง