บราซิลสวมชุดเหลืองและเขียว อังกฤษสวมชุดขาว ฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาสวมชุดแดง ขาว และน้ำเงิน... แล้วทำไมญี่ปุ่นถึงไม่เลือกสีแดงหรือขาวให้เป็นสีหลักของชุดเหย้า ทั้งที่เป็นสีของธงชาติ?
ทีมชาติญี่ปุ่นได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกทุกครั้งนับตั้งแต่ผ่านการคัดเลือกครั้งแรกในปี 1998 และในฟุตบอลหญิง ญี่ปุ่นถือเป็นมหาอำนาจระดับโลก หลังจากเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกหญิงติดต่อกันในปี 2011 และ 2015 โดยคว้าแชมป์ในปีแรก
อย่างไรก็ตาม พวกเขาทำทั้งหมดนี้ในชุดเหย้าสีน้ำเงิน และคำอธิบายถึงเหตุผลนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตำนานซามูไรที่หลายคนเชื่อ แต่มีที่มาที่เป็นเหตุเป็นผลมากกว่านั้น
ญี่ปุ่นมีชื่อเล่นว่า “ซามูไรบลู” ซึ่งมีเรื่องเล่ากันว่าการเลือกสีน้ำเงินเป็นการให้เกียรติแก่เหล่านักรบซามูไรในอดีต ก่อนยุคอุตสาหกรรม แต่คำอธิบายที่เป็นไปได้มากกว่าคือ ทีมชาติญี่ปุ่นเคยสวมชุดสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 1930 และมีข้อสันนิษฐานว่าทีมในยุคนั้นประกอบด้วยนักเตะจากมหาวิทยาลัยโตเกียวอิมพีเรียล ซึ่งมีชุดแข่งสีน้ำเงินอ่อนเป็นเอกลักษณ์
ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ก็อาจเหมือนกับถ้าทีมชาติอังกฤษถูกก่อตั้งโดยนักเตะจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดหรือเคมบริดจ์ ซึ่งต่างก็มีสีประจำสถาบันเป็นสีน้ำเงินเช่นกัน
แม้สีน้ำเงินจะเป็นเอกลักษณ์ของทีมชาติญี่ปุ่นในปัจจุบัน แต่ในประวัติศาสตร์ก็ไม่ได้ใช้สีน้ำเงินตลอดมา ในช่วงทศวรรษ 1980 ญี่ปุ่นเคยใส่ชุดสีขาวขลิบน้ำเงิน และในระหว่างปี 1988 ถึง 1992 พวกเขาเคยสวมชุดสีแดงและขาวเพื่อให้เข้ากับสีของธงชาติ
อย่างไรก็ตาม การสวมชุดสีแดงและขาวกลับไม่ได้นำโชคดีมาให้ เพราะญี่ปุ่นพลาดการผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกปี 1990 และโอลิมปิกปี 1992 ทำให้พวกเขาตัดสินใจเลิกใช้ชุดสีดังกล่าวและกลับไปสู่สีน้ำเงินอีกครั้ง ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขามาจนถึงปัจจุบัน
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การกลับมาใช้สีน้ำเงินดูสมเหตุสมผลก็คือ สองชาติคู่แข่งในภูมิภาคเอเชียอย่างจีนและเกาหลีใต้ต่างก็ใช้สีแดงเป็นสีหลักของชุดแข่ง การเลือกสีน้ำเงินจึงช่วยให้ทีมญี่ปุ่นโดดเด่นกว่าในเวทีระดับทวีป และสร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจนในช่วงเวลาที่การสร้างแบรนด์ทีมชาติเริ่มมีความสำคัญมากขึ้น