สุดยอดสารคดีเบื้องหลังในโลกฟุตบอล หลังจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศร่วมงานกับ Amazon ในซีรีส์ All or Nothing
วรพล ศรีสมบูรณ์ June 16, 2026 11:40 AM

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเปิดโอกาสให้กล้องจาก Amazon เข้ามาบันทึกภาพเบื้องหลังภายในสโมสร

เป็นทางการแล้ว – สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจเปิดประตูสู่โลกภายนอกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

ในยุคทองของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทีมถ่ายทำไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้พื้นที่ส่วนตัวของทีมเลย แต่สถานการณ์กำลังจะเปลี่ยนไปในฤดูกาลหน้า

ผู้บริหารที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ยืนยันว่า Amazon Prime ได้รับสิทธิ์ให้ถ่ายทำเบื้องหลังสำหรับซีรีส์ 'All or Nothing' ภาคใหม่ ซึ่งมีกำหนดออกอากาศในช่วงฤดูร้อนปี 2027

ตั้งแต่ซัมเมอร์นี้ ทีมถ่ายทำจะเริ่มเก็บภาพชีวิตประจำวันของเหล่าแข้งปีศาจแดง ในขณะที่ ไมเคิล คาร์ริก เตรียมเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมถาวรของสโมสร

ผู้ชมจะได้เห็นภาพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนของห้องแต่งตัวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และกิจกรรมประจำวันของทีมที่ศูนย์ฝึกแคร์ริงตัน

โทบี้ เคร็ก หัวหน้าฝ่ายสื่อสารของสโมสรกล่าวในแถลงการณ์ว่า “ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะเปิดประตูของเรา เพื่อให้แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นเบื้องหลังของสโมสรที่มีความหมายต่อผู้คนมากมายเป็นครั้งแรก”

“สารคดีนี้จะถ่ายทอดให้เห็นถึงผู้คน ความทะเยอทะยาน และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่บรรยากาศอันโด่งดังที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ไปจนถึงการทำงานเบื้องหลังที่เกิดขึ้นทุกวันในแคร์ริงตัน”

“เราจะถ่ายทอดเรื่องราวของสโมสรอันทรงเกียรติแห่งนี้ให้กับแฟนบอลและผู้ชมกลุ่มใหม่ทั่วโลก ในขณะที่เรายังคงแข่งขันในระดับสูงสุด ทั้งในประเทศและในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก”

ยูไนเต็ดจะกลายเป็นสโมสรที่สี่ในพรีเมียร์ลีกที่ร่วมงานกับ Amazon ในการสร้างซีรีส์ 'All or Nothing' ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมในหมู่ทีมฟุตบอลชั้นนำ

ต่อไปนี้คือห้าสารคดีเบื้องหลังที่ไม่ควรพลาดชม

ตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของการอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม สโมสรท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เปิดประตูให้ทีมถ่ายทำของ Amazon ในฤดูกาล 2019/20 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทีมอยู่ในภาวะเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริง

การตัดสินใจอันเป็นที่ถกเถียงในการปลด เมาริซิโอ โปเช็ตติโน และแต่งตั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ ระหว่างฤดูกาล กลายเป็นจุดเริ่มต้นของสารคดีที่น่าติดตาม

กุนซือชาวโปรตุเกสถูกถ่ายขณะกล่าวสุนทรพจน์แบบ “สเปเชียล วัน” ต่อผู้เล่น โดยยืนยันว่า “คนดีไม่มีวันชนะ”

อีกฉากเด่นได้แก่ การปะทะกันระหว่าง ซน ฮึง-มิน และ อูโก้ โยริส ในช่วงพักครึ่ง และการให้คำปรึกษาแบบเข้มงวดของมูรินโญ่กับ เดเล่ อัลลี เพื่อปลุกไฟในตัวเพลย์เมกเกอร์รายนี้

การบันทึกเรื่องราวของสเปอร์สในช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างตรงไปตรงมา ทำให้ซีรีส์นี้กลายเป็นหนึ่งในสารคดีที่น่าชมที่สุด ไม่เฉพาะแฟนฟุตบอลเท่านั้น

ในอีกด้านหนึ่ง ลิเวอร์พูล กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านคล้ายกันในซัมเมอร์นี้ เมื่อผู้จัดการทีมหนุ่มไฟแรงคนใหม่ต้องพยายามฟื้นความยิ่งใหญ่ของสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ

โชคดีสำหรับ อันโดนี อิราโอลา ที่ทุกการเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้ถูกบันทึกไว้ตลอดเวลาเหมือนเมื่อ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เข้ามาแทน เคนนี ดัลกลิช ในปี 2012

ร็อดเจอร์สสร้างความกระอักกระอ่วนด้วยการบอกนักเตะว่าเขาได้เขียนชื่อผู้เล่นสามคนที่ “จะทำให้ทีมผิดหวัง” ลงในซองปิดผนึก

เขายังตำหนิ ราฮีม สเตอร์ลิง ดาวรุ่งในขณะนั้นอย่างรุนแรงระหว่างการฝึกซ้อม ขณะที่ ไอแอน แอร์ ซีอีโอวัยกลางคน สร้างเสียงหัวเราะ (และความเขิน) ด้วยมุกตลกหยาบๆ และการขี่มอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ไปทั่วเมือง

แฟนบอลที่แอนฟิลด์ยังคงหัวเราะและรู้สึกกระอักกระอ่วนกับสารคดีนั้น แม้เวลาผ่านไปเกือบ 15 ปี

เมื่อ ไรอัน เรย์โนลด์ส และ ร็อบ แมคเอลเฮนนีย์ ประกาศว่าจะพา เร็กซ์แฮม จากเนชันแนล ลีก ขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก แฟนบอลหลายคนต่างสงสัยในความเป็นไปได้

แต่สองดาราฮอลลีวูดยังคงรักษาคำพูดของตนไว้ โดยพาทีมเลื่อนชั้นติดต่อกันสามครั้ง และเฉียดคว้าเลื่อนชั้นครั้งที่สี่ในแชมเปียนชิพฤดูกาลที่ผ่านมา

สารคดีนี้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงของสโมสรฟุตบอลอาชีพที่เก่าแก่เป็นอันดับสามของโลก ผ่านมุมมองหลากหลาย รวมถึงผู้คนในแคว้นนอร์ทเวลส์ที่ยืนหยัดเคียงข้างทีมในช่วงเวลายากลำบาก

สารคดีไม่หลีกเลี่ยงหัวข้ออ่อนไหวและสะท้อนปัญหาสังคม ซึ่งตัดกันอย่างชัดเจนกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ “เรด ดรากอนส์” ที่ไต่ระดับขึ้นมาอย่างน่าทึ่ง

ปัจจุบันสารคดีนี้เดินทางเข้าสู่ซีซันที่ห้า และได้รับไฟเขียวให้สร้างต่ออีกสามซีซัน หากจะหาสารคดีฟุตบอลที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นใจมากกว่านี้ คงหายากกว่า “Welcome to Wrexham”

แม้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะเพิ่งอำลาตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปไม่นาน สารคดีนี้ได้เปิดเผยมุมมองใหม่ของยุคสมัยที่เขานำทีมครองความยิ่งใหญ่ที่สุดทีมหนึ่งของศตวรรษที่ 21

ในฤดูกาลที่เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำแต้มครบ 100 คะแนน กล้องได้จับภาพกวาร์ดิโอลาในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

การพูดปลุกใจแบบเต็มอารมณ์ รวมถึงการตำหนิลูกทีมอย่างดุเดือดในช่วงพักครึ่งของเกมเอฟเอ คัพ ที่แพ้ให้ วีแกน แสดงให้เห็นตัวตนของชายที่อยู่เบื้องหลังอัจฉริยะทางแท็กติก

นอกจากนี้ ยังมีภาพเหตุการณ์จริงเมื่อรถบัสของทีมถูกโจมตีก่อนการแข่งขันยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่แอนฟิลด์ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้ผู้ชม

ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ที่เพื่อนร่วมทีมให้กำลังใจ ดาบิด ซิลบา เมื่อบุตรชายของเขา มาเตโอ เกิดก่อนกำหนด ก็ช่วยลบคำวิจารณ์ว่าทีมจากเอติฮัดขาดความเป็นมนุษย์

ในช่วงที่ มิเกล อาร์เตตา ยังถูกมองว่าใช้วิธีการคุมทีมแปลกประหลาด ซีรีส์นี้เผยให้เห็นเบื้องหลังที่หลายคนคาดไม่ถึง เช่น การเปิดเพลง “You'll Never Walk Alone” ระหว่างการซ้อม หรือการถือหลอดไฟขณะกล่าวปลุกใจลูกทีม

แต่ตอนนี้ อาร์เซนอล คือฝ่ายที่ได้หัวเราะเป็นคนสุดท้าย หลังจากคว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 22 ปี และเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลที่ผ่านมา

สารคดีนี้ยังเจาะลึกเรื่องราวของ บูกาโย ซากา หลังจากความผิดหวังในยูโร 2020 และพัฒนาเยาวชนจากศูนย์ฝึก เฮล เอนด์ รวมถึงการตามติดภารกิจลุ้นแชมป์ของทีมฟุตบอลหญิงอาร์เซนอล ซึ่งสะท้อนแนวคิด “สโมสรเดียวกัน” ที่หล่อหลอมวัฒนธรรมในลอนดอนเหนือได้อย่างลงตัว

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.