ไมอามี การ์เดนส์ (สหรัฐอเมริกา) | อับดุลเอลาห์ อัล-อัมรี ยิงซ้ำตุงตาข่ายในนาทีที่ 41 ให้กับทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ก่อนที่ มักซี อาเราโฆ ของทีมชาติอุรุกวัย จะซัดประตูตีเสมอในนาทีที่ 80 ส่งผลให้ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ในนัดเปิดสนามฟุตบอลโลกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
อุรุกวัยครองเกมได้เหนือกว่าเกือบตลอดครึ่งหลัง แต่ต้องรอจนถึงช่วงท้ายเกมเมื่อ อาเราโฆ ยิงซ้ำจากจังหวะรีบาวด์ผ่านมือผู้รักษาประตู โมฮัมเหม็ด อัล-โอไวส์ เข้าไปจากระยะเผาขน “ลา เซเลสเต” ครองบอลได้มากกว่าและมีโอกาสยิงถึง 28 ครั้ง ขณะที่ซาอุดิอาระเบียมีเพียง 7 ครั้ง แต่ก็ยังตามหลังอยู่จนกระทั่งช่วงท้ายครึ่งหลัง
ประตูนี้ถือเป็นประตูที่ 4 ในระดับทีมชาติของ อาเราโฆ และเป็นลูกที่สองของเขาที่สนามฮาร์ดร็อก สเตเดียม สนามเหย้าของทีมอเมริกันฟุตบอล ไมอามี ดอลฟินส์
อัล-อัมรี ซึ่งก่อนหน้านี้ในครึ่งแรกเคยมีจังหวะยิงที่ถูก เฟร์นันโด มุสเลรา ผู้รักษาประตูของอุรุกวัยป้องกันไว้ได้ คราวนี้พาทีมออกนำด้วยการยิงซ้ำระยะใกล้หลังจากที่ มุสเลรา ปัดลูกโหม่งออกมาเข้าทาง
หลังทำประตูได้ อัล-อัมรี ทรุดตัวลงคุกเข่าพร้อมก้มศีรษะลงกับพื้นสนาม ท่ามกลางเสียงเฮสนั่นจากแฟนบอลซาอุดิอาระเบียที่แม้จะมีจำนวนน้อยกว่า แต่ก็ส่งเสียงเชียร์ดังกึกก้องทั่วสนามในฟลอริดาใต้
ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน แฟนบอลกลุ่มเดียวกันนี้เคยเห็นทีมชาติของพวกเขาสร้างหนึ่งในโมเมนต์ที่น่าจดจำที่สุดของฟุตบอลโลก 2022 ด้วยการพลิกล็อกเอาชนะทีมชาติอาร์เจนตินาของ ลิโอเนล เมสซี่ 2-1 ในนัดเปิดสนาม
ผลการแข่งขันในวันจันทร์นี้อาจไม่ตื่นเต้นเท่าครั้งนั้น แต่ซาอุดิอาระเบียที่มีผลงานยอดเยี่ยมจาก อัล-โอไวส์ ก็สามารถต้านทานอุรุกวัย แชมป์โลก 2 สมัย ได้จนเกือบถึงจบเกม
อุรุกวัยมีโอกาสมากมาย โดย อัล-โอไวส์ เซฟลูกโหม่งจ่อ ๆ ของ เฟเดริโก วินญัส ในครึ่งแรกได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนจะปลายนิ้วปัดลูกยิงของ มานูเอล อูการ์เต ในช่วงนาทีที่ 61 และยังปฏิเสธลูกยิงของ เฟเดริโก บัลเบร์เด ได้อีกครั้งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
ผลเสมอนี้ถือเป็นการปิดฉากวันที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของกลุ่มเอช ซึ่งประกอบด้วย ซาอุดิอาระเบีย, อุรุกวัย, สเปน และเคปเวิร์ด
ทีมชาติเคปเวิร์ด ซึ่งลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก สามารถยันเสมอสเปนที่เป็นต่ออย่างมากได้แบบไร้สกอร์ที่เมืองแอตแลนตา
นัดนี้ยังถือเป็นการเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต อุรุกวัยเคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อปี 1930 และจะได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันนัดพิเศษฉลองครบ 100 ปีในปี 2030 ขณะที่ซาอุดิอาระเบียจะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 2034
บุคคลสำคัญที่เข้าชมเกมนี้มีทั้ง จานนี อินฟันติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า), แบม อเดบาโย ซูเปอร์สตาร์จาก ไมอามี ฮีต, อดีตนักอเมริกันฟุตบอลชื่อดัง แชด โอโชซินโก และ หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงระดับตำนานของอุรุกวัย ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมของ เมสซี่ ที่ อินเตอร์ ไมอามี แต่ไม่ได้ถูกเรียกติดทีมชาติในทัวร์นาเมนต์นี้