World economic forum รายงานว่า ในเดือนเมษายน 2026 สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้แนะนำคำศัพท์ใหม่ว่า “kokushobi” เพื่อใช้อธิบายวันที่อุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส โดยสื่อมวลชนได้แปลความหมายของคำดังกล่าวว่า “ร้อนอย่างโหดร้าย” “ร้อนอย่างรุนแรง” หรือ “ร้อนอย่างหนัก”
นี่เป็นคำศัพท์ด้านสภาพอากาศที่เกี่ยวข้องกับความร้อนคำใหม่คำแรกของญี่ปุ่นนับตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งเป็นปีที่มีการใช้คำว่า “moshobi” เพื่ออธิบายวันที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 35 องศาเซลเซียส แม้ว่าคำว่า kokushobi จะถูกใช้มาตั้งแต่ปี 2022 โดยสมาคมสภาพอากาศญี่ปุ่น (Japan Weather Association) แต่ JMA ได้ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการในปีนี้ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักและเฝ้าระวังความร้อนรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางความรุนแรงของความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้นจากภาวะโลกร้อน
ตามข้อมูลของ Copernicus Climate Change Service หน่วยงานด้านสภาพอากาศของสหภาพยุโรป สามปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมาเกิดขึ้นในช่วงปี 2023-2025 นับเป็นครั้งแรกที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในช่วงสามปีสูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
คาดการณ์ว่าอุณหภูมิในปี 2026 จะยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก
เเต่ญี่ปุ่นก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้เครื่องปรับอากาศและมาตรการลดความร้อนอื่น ๆ
ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อนและการลดลงของประสิทธิภาพการทำงาน ญี่ปุ่นกำลังเร่งดำเนินมาตรการเชิงป้องกันในระดับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่น
การสนับสนุนการใช้เครื่องปรับอากาศ
ฤดูร้อนของญี่ปุ่นมีลักษณะเด่นคืออุณหภูมิสูงและความชื้นรุนแรง ทำให้เหงื่อระเหยได้ยาก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดดอย่างมีนัยสำคัญ ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ การใช้เครื่องปรับอากาศไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสบาย แต่เป็นการปกป้องชีวิต
ดังนั้น ข่าวดีจึงเกิดขึ้นเมื่อในเดือนพฤษภาคม 2026 กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ประกาศว่าสามารถจัดหาไฟฟ้าได้เพียงพอสำหรับรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในช่วงฤดูร้อน และได้ยกเว้นคำขอประหยัดไฟฟ้าทั่วประเทศเป็นปีที่สามติดต่อกัน
รัฐบาลยังส่งเสริมการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน
แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับการจัดหาเชื้อเพลิงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่กระทรวงระบุว่าการพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันของญี่ปุ่นยังอยู่ในระดับค่อนข้างจำกัด และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รวมถึงแหล่งพลังงานอื่น ๆ จะช่วยรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในฤดูร้อนปีนี้ได้ นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งเสริมการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานเพื่อกระตุ้นให้มีการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในกรุงโตเกียว รัฐบาลมหานครโตเกียวประกาศยกเว้นค่าน้ำประปาเป็นเวลา 4 เดือนสำหรับครัวเรือนราว 8 ล้านครัวเรือน มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนลงได้ประมาณ 5,000 เยนต่อเดือน เนื่องจากผู้ป่วยโรคลมแดดจำนวนมากเกิดขึ้นภายในอาคาร นโยบายนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค และกระตุ้นให้ประชาชนใช้เครื่องปรับอากาศโดยไม่ลังเล แม้ค่าครองชีพจะปรับตัวสูงขึ้น
การส่งเสริมการปรับสภาพร่างกายให้คุ้นชินกับความร้อน
ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถปรับตัวต่อสภาพอากาศร้อนอย่างฉับพลันได้ทันที และการปรับตัวที่ไม่เพียงพอจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดดอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงส่งเสริมแนวคิด “การปรับสภาพร่างกายให้คุ้นชินกับความร้อน” (heat acclimatization) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศร้อนก่อนที่ฤดูร้อนจะมาถึงจุดสูงสุด
ด้วยเหตุนี้ กิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสริมการออกกำลังกายเบา ๆ การอาบน้ำอุ่น และกิจกรรมอื่นที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับเหงื่อของร่างกายจึงได้รับความสนใจมากขึ้น ปัจจุบัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บริษัทเอกชน และสื่อมวลชน ต่างเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการและความสำคัญของการปรับสภาพร่างกายให้คุ้นชินกับความร้อนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยยกระดับการตระหนักรู้ของประชาชนในการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือความร้อนก่อนที่ฤดูร้อนจะรุนแรงที่สุด
ตลาดใหม่ของการป้องกันโรคลมแดด
มาตรการป้องกันโรคลมแดดถูกกำหนดให้เป็นข้อบังคับในสถานที่ทำงานของญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดในสถานที่ทำงานลดลงครึ่งหนึ่งในปี 2025 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน ตลาดบริการด้านการป้องกันโรคลมแดดกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ซันโทรี่ (Suntory) บริษัทอาหารและเครื่องดื่มของญี่ปุ่น ได้พัฒนาบริการป้องกันโรคลมแดดสำหรับองค์กร ซึ่งผสานการใช้เครื่องดื่มเสริมอิเล็กโทรไลต์ การเพิ่มการเข้าถึงเครื่องดื่มผ่านตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ รวมถึงการให้ความรู้และการจัดสัมมนาด้านความปลอดภัยแก่พนักงาน เพื่อสนับสนุนการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง
ด้านไดกิ้น (Daikin) ผู้ผลิตระบบปรับอากาศและทำความร้อน ได้ร่วมมือกับ Future Design Shibuya และมหาวิทยาลัยโอซากา เปิดตัวโครงการ Shibuya Green Shift Project โดยทดลองดำเนินโครงการต่าง ๆ เช่น จุดพักคลายร้อน การบริหารจัดการอาคารอย่างมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน และแผนที่แสดงความเสี่ยงโรคลมแดด
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่นเช่นนี้ กำลังช่วยสร้างสังคมที่สามารถปรับตัวต่อความร้อนได้ดียิ่งขึ้น
การสร้างความยืดหยุ่นในยุคแห่งความร้อนรุนแรง
ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงมากขึ้น การปกป้องประชาชนจากความร้อนรุนแรงได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการคุ้มครองชีวิต และรักษาการดำเนินงานตามปกติของสังคม ทั้งด้านการทำงานและการสร้างชุมชน
การตอบสนองแบบบูรณาการข้ามภาคส่วนของญี่ปุ่น เป็นตัวอย่างของแนวทางที่สังคมสามารถปรับตัวต่อสภาพอากาศร้อนที่อันตรายมากขึ้น พร้อมเสริมสร้างความสามารถในการรับมือความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
ขณะที่อุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความพยายามเหล่านี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญอนาคตที่ร้อนขึ้นเช่นเดียวกัน