อย่าพลาดทุกช่วงเวลาของศึกฟุตบอลโลก
ลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่สามารถซื้อมาร์คัส แรชฟอร์ดได้ในราคา 40 ล้านปอนด์ แต่สโมสรอื่นสามารถทำได้ หลังมีการเปิดเผยเงื่อนไขในสัญญาของเขากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
มาร์คัส แรชฟอร์ดกำลังเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอนในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังกลับมาที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจากการถูกยืมตัวไปเล่นในลาลีกา ขณะที่กองหน้ารายนี้ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป ล่าสุดมีการเปิดเผยเงื่อนไขในสัญญาที่อาจส่งผลต่อเส้นทางอาชีพของเขาในอนาคตอันใกล้
บาร์เซโลนาไม่ใช้สิทธิ์ซื้อขาดแรชฟอร์ด
บาร์เซโลนาได้ตัดสินใจไม่ใช้ออปชั่นซื้อขาดมูลค่า 30 ล้านยูโรในสัญญายืมตัวของแรชฟอร์ดก่อนถึงเส้นตายวันจันทร์ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นกาตาลุญญาตัดสินใจนำงบประมาณที่จำกัดไปใช้กับเป้าหมายอื่นแทน ทำให้กองหน้ารายนี้ต้องกลับมาพิจารณาเส้นทางต่อไปของตนเองอีกครั้ง
ณ ขณะนี้ แรชฟอร์ดมีกำหนดกลับไปยังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเดือนหน้า แต่อนาคตระยะยาวของเขาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดยังคงไม่ชัดเจน
แม้โอกาสที่บาร์เซโลนาจะกลับมาสนใจอีกครั้งยังไม่ถูกตัดขาด และยังมีทีมจากยุโรปหลายแห่งที่ติดตามสถานการณ์อยู่ แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าพวกเขาจะพิจารณาเฉพาะข้อเสนอซื้อขาดสำหรับกองหน้าวัย 28 ปีเท่านั้น ไม่รับการยืมตัวเพิ่มเติม
เงื่อนไขค่าฉีกสัญญาตัดสิทธิ์คู่แข่งสำคัญ
ค่าฉีกสัญญามูลค่า 40 ล้านปอนด์ (ราว 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ถือเป็นราคาที่ถูกมากในตลาดซื้อขายนักเตะที่มีความผันผวนสูง และแม้ว่าจะมีหลายทีมในพรีเมียร์ลีกให้ความสนใจในตัวแรชฟอร์ด แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้วางเงื่อนไขพิเศษไว้ในรายละเอียดสัญญา
จากรายงานของ The Athletic ระบุว่า ผู้บริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้เพิ่มเงื่อนไขที่เรียกว่า “ภาษีคู่แข่ง” โดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้คู่ปรับร่วมภูมิภาคอย่างลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้สามารถใช้เงื่อนไขค่าฉีกสัญญาราคาถูกนี้ได้
อย่างไรก็ตาม เดวิด เจมส์ อดีตผู้รักษาประตูของลิเวอร์พูลได้ออกมาเรียกร้องให้ต้นสังกัดเก่าของเขาไม่สนใจอุปสรรคดังกล่าว และพยายามคว้าตัวกองหน้าวัย 28 ปีรายนี้มาร่วมทีม โดยเขาให้เหตุผลว่าคุณภาพทางเทคนิคและความเข้าใจเกมในระดับสูงของแรชฟอร์ดควรอยู่เหนือความเป็นศัตรูระหว่างสโมสร ถึงแม้ว่าการย้ายจากโอลด์ แทรฟฟอร์ดไปแอนฟิลด์จะเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ก็ตาม
คาร์ริคยังเปิดประตูต้อนรับที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
หากแรชฟอร์ดกลับมาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มีรายงานว่าเจ้าตัวต้องการอยู่ครบสัญญาอีก 24 เดือน มากกว่าจะย้ายไปทีมอื่นในอังกฤษ ซึ่งท่าทีนี้อาจเป็นโอกาสให้เขากลับมาสร้างผลงานอีกครั้งในถิ่น “โรงละครแห่งความฝัน” โดยไมเคิล คาร์ริค ผู้จัดการทีม มีท่าทีเปิดกว้างที่จะดึงตัวเขากลับมามีส่วนร่วมกับทีม หลังจากใช้เวลาห่างออกไปในช่วงยืมตัว
สถานการณ์เช่นนี้อาจทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่จำเป็นต้องเสริมผู้เล่นในตำแหน่งแนวรุกเพิ่มเติมในตลาดซื้อขายรอบนี้
คาร์ริคยังคงติดต่อกับแรชฟอร์ดอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะให้เขากลับมาร่วมทีม หากไม่มีการย้ายทีมแบบถาวรเกิดขึ้นในช่วงหน้าต่างซื้อขายนี้
ยูไนเต็ดหันไปเสริมแดนกลาง
ในขณะที่อนาคตของแรชฟอร์ดยังไม่แน่นอน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้หันไปให้ความสำคัญกับการเสริมทัพในตำแหน่งอื่น โดยเฉพาะแดนกลาง ซึ่งถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด หลังจากที่เอ็ดเดอร์สันเตรียมย้ายมาจากอตาลันตา สโมสรยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างทีมที่สมดุลมากขึ้นให้สอดคล้องกับแนวทางของคาร์ริค
ในเวลานี้ ยูไนเต็ดกำลังเร่งเจรจากับมาเตอุส แฟร์นานเดส จากเวสต์แฮม โดยมีจอร์จ เมนเดส เอเยนต์ชื่อดังเป็นผู้ดูแลการเจรจา ทั้งนี้ไม่มีอุปสรรคในเรื่องเงื่อนไขส่วนตัวของนักเตะ