แบร์นาร์โด ซิลวา ย้ายร่วม เรอัล มาดริด แบบไม่มีค่าตัว หลังอำลา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อร่วมงานกับ โชเซ มูรินโญ
สมศักดิ์ พงษ์ไทย June 18, 2026 01:53 AM

ห้ามพลาดทุกช่วงเวลาของศึกฟุตบอลโลก


แบร์นาร์โด ซิลวา ย้ายร่วมทีม เรอัล มาดริด แบบไม่มีค่าตัว หลังจากกลายเป็นตำนานของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อร่วมงานกับ โชเซ มูรินโญ


เรอัล มาดริด ประกาศยืนยันการคว้าตัว แบร์นาร์โด ซิลวา มิดฟิลด์ชาวโปรตุเกสจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบไม่มีค่าตัวอย่างเป็นทางการ ถือเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่สร้างความฮือฮามากที่สุดในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์นี้ โดยจอมทัพเลือดฝอยทองจะเดินทางสู่ถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว เพื่อเริ่มต้นยุคใหม่ภายใต้การนำของ โชเซ มูรินโญ ที่กลับมาคุมทีมอีกครั้ง หลังจากสิ้นสุดช่วงเวลาเกือบสิบปีแห่งการครองความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีก


ปัจจัยสำคัญคือมูรินโญ


การแต่งตั้ง มูรินโญ เป็นหัวหน้าโค้ชของ เรอัล มาดริด เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาได้ส่งผลเชิงบวกต่อการเสริมทัพทันที รายงานระบุว่า การปรากฏตัวของกุนซือระดับตำนานชาวโปรตุเกสเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ซิลวา ตัดสินใจเลือกย้ายมาร่วมทีมราชันชุดขาว แทนที่จะไปอยู่กับสโมสรยักษ์ใหญ่รายอื่นในยุโรป มาดริดได้ขยับอย่างรวดเร็วเพื่อปรับโฉมทีม หลังจากพลาดแชมป์รายการใหญ่ตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเลือกคว้าผู้เล่นที่พิสูจน์ฝีมือมาแล้วอย่าง ซิลวา เข้ามาเติมเต็มทีม


แม้คู่แข่งร่วมลีกอย่าง บาร์เซโลนา และ แอตเลติโก มาดริด จะให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 31 ปีอย่างจริงจัง แต่รายงานจาก The Athletic ระบุว่าทั้งสองทีมได้ถอนตัวในที่สุด เมื่อ มาดริด กลายเป็นตัวเต็งเบอร์หนึ่ง ทีมอื่นในลาลีกาจึงไม่ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติม เปิดทางให้การย้ายทีมเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่น เรอัล มาดริด ยืนยันการย้ายทีมอย่างเป็นทางการโดยระบุว่า “เรอัล มาดริด ซี.เอฟ. และ แบร์นาร์โด ซิลวา ได้บรรลุข้อตกลงให้เขาเป็นนักเตะของ เรอัล มาดริด เป็นเวลา 2 ฤดูกาล จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2028”


สิ้นสุดยุคทองที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้


การอำลาของ ซิลวา ถือเป็นจุดสิ้นสุดของช่วงเวลายิ่งใหญ่ที่สนามเอติฮัด สเตเดียม นับตั้งแต่ย้ายมาจาก โมนาโก เมื่อปี 2017 มิดฟิลด์รายนี้ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิวัติแท็กติกภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา โดยลงสนามไปถึง 460 นัด และกลายเป็นขวัญใจแฟนบอลจากความทุ่มเทและความสามารถทางเทคนิคอันยอดเยี่ยม เขาออกจากอังกฤษในฐานะผู้เล่นที่คว้าแชมป์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยเก็บได้ถึง 19 ถ้วยรางวัลตลอด 9 ปีที่ค้าแข้งในเมืองแมนเชสเตอร์


ในฤดูกาลสุดท้ายกับ ซิตี้ ซิลวา ได้รับบทบาทผู้นำมากขึ้นหลังการจากไปของ ไคล์ วอล์กเกอร์ โดยเขาลงเล่นครบทั้ง 38 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา ช่วยให้ทีมจบอันดับสอง และยังคว้าแชมป์คาราบาวคัพกับเอฟเอคัพได้อีกด้วย


การปฏิวัติที่เบร์นาเบวกำลังเริ่มต้น


ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร เรอัล มาดริด แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการเสียเวลา หลังจากสโมสรต้องเจอกับช่วงเวลาที่ไร้ความสำเร็จ ซิลวา กลายเป็นนักเตะชื่อดังอีกรายที่ย้ายเข้ามาในช่วงตลาดซัมเมอร์ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง มาดริด ได้เสริมแนวรับด้วยการคว้าตัว มาร์ค คูคูเรญา จาก เชลซี และคาดว่าจะได้ อิบราฮิมา โกนาเต จาก ลิเวอร์พูล รวมถึง เดนเซล ดุมฟรีส์ จาก อินเตอร์ มิลาน เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในการทวงคืนความยิ่งใหญ่ทั้งในลาลีกาและยุโรป


การมาของนักเตะระดับ ซิลวา คือสัญญาณที่ชัดเจนถึงความทะเยอทะยานของทีม ราชันชุดขาว ภายใต้การคุมทีมของ มูรินโญ ที่จะเริ่มต้นยุคใหม่ในกรุงมาดริดด้วยเครื่องจักรสร้างสรรค์เกมระดับโลกในทีม


โฟกัสไปที่ฟุตบอลโลก


แม้ข่าวการย้ายทีมจะเป็นประเด็นใหญ่ แต่ในขณะนี้ ซิลวา กำลังอยู่ระหว่างภารกิจระดับชาติ เขาเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติโปรตุเกสที่กำลังลงแข่งขันฟุตบอลโลก โดยยังคงเป็นกำลังหลักของทีม เขาเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยม หลังลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องทั้งสองนัดในเดือนมิถุนายน ก่อนเดินทางสู่รอบสุดท้าย


แฟนบอล เรอัล มาดริด จะจับตาผลงานของเขาในเวทีระดับโลกอย่างใกล้ชิด ก่อนที่เขาจะกลับมาร่วมทีมใหม่ช่วงปรีซีซั่น สัญญา 2 ปี จะทำให้จอมทัพโปรตุเกสรายนี้ยังคงโลดแล่นในระดับสูงสุดของฟุตบอลยุโรปจนถึงเดือนมิถุนายน 2028 โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มแชมป์ลาลีกาในประวัติการค้าแข้งของเขา


ทีมชาติโปรตุเกสจะไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลโลกครั้งนี้?

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.