ทีมชาติอังกฤษเริ่มต้นศึกฟุตบอลโลกได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยฟอร์มเกมรุกที่ดุดันเอาชนะโครเอเชียไป 4-2 ที่เมืองดัลลัส ขณะที่ทีมชาติโปรตุเกสต้องเจอกับผลเสมอในนัดเปิดสนาม
แฮร์รี เคน เหมาคนเดียวสองประตูช่วยให้อังกฤษคว้าชัยชนะเหนือโครเอเชีย 4-2 ในเกมที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ดัลลัส
ลูกทีมของโธมัส ทูเคิล แสดงให้เห็นถึงพลังในแนวรุก แม้แนวรับจะยังมีจุดอ่อน แต่พวกเขาก็มีความเฉียบคมเพียงพอที่จะฝ่าด่านโครเอเชียได้สำเร็จ
เคนยิงให้อังกฤษขึ้นนำในนาทีที่ 12 จากจุดโทษที่ต้องยิงซ้ำ หลังลูก้า โมดริช ทำฟาวล์ใส่ โนนี มาดูเอเก้ โดยผู้รักษาประตูของโครเอเชีย โดมินิก ลิวาโควิช เซฟลูกแรกได้ แต่ถูกตัดสินว่าขยับออกจากเส้นก่อนเวลา
โครเอเชีย ซึ่งเป็นคู่แข่งที่อันตรายเสมอ ตีเสมอในนาทีที่ 36 จากลูกยิงสุดแรงของมาร์ติน บาตูรินา ที่พุ่งผ่านมือของจอร์แดน พิกฟอร์ด แม้จะได้สัมผัสบอลแต่ไม่สามารถป้องกันได้
ก่อนหมดครึ่งแรกสามนาที เคนโหม่งจากลูกเตะมุมของดีแคลน ไรซ์ ให้อังกฤษนำอีกครั้ง กลายเป็นประตูฟุตบอลโลกที่ 10 ของเขา เท่ากับแกรี ลินิเกอร์ และยังเป็นประตูที่ 81 จากการลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ 115 นัด
แต่โครเอเชียกลับมาตีเสมออีกครั้งก่อนหมดครึ่งแรกเพียงไม่กี่วินาที เมื่อปีตาร์ มูซา ส่งบอลเข้าประตูจากลูกโหม่งของอีวาน เปริซิช ผ่านมือพิกฟอร์ด
เข้าสู่ครึ่งหลัง อังกฤษกลับมาขึ้นนำอีกครั้งจากจูด เบลลิงแฮม ที่โชว์เหตุผลว่าทำไมทูเคิลถึงเลือกเขาแทนมอร์แกน โรเจอร์ส ด้วยการพาบอลแหวกแนวรับและยิงเข้าไปอย่างเฉียบขาด ทำให้อังกฤษกลับมาคุมเกมได้อีกครั้ง
คริสเตียโน โรนัลโด และทีมชาติโปรตุเกส ต้องพบกับผลเสมอ 1-1 ที่น่าผิดหวังในการเจอกับทีมชาติคองโก ดีอาร์ ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในเกมเปิดสนาม
เจา เนเวส กองกลางของโปรตุเกส โหม่งให้ทีมขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 6 แต่ลูกทีมของโรแบร์โต มาร์ติเนซ ไม่สามารถเปลี่ยนการครองบอลเหนือคู่แข่งให้กลายเป็นโอกาสยิงได้มากพอ
และพวกเขาต้องถูกลงโทษในช่วงทดเวลาครึ่งแรกนาทีที่ 5 เมื่อโยอัน วิสซา กองหน้าของนิวคาสเซิล ได้โหม่งลูกเปิดจากอาร์เธอร์ มาซูอากู ระยะเพียงหกหลา เข้าประตู กลายเป็นประตูแรกในฟุตบอลโลกของคองโก ดีอาร์
ในการลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งก่อนเมื่อปี 1974 ซึ่งขณะนั้นใช้ชื่อประเทศว่าแซอีร์ พวกเขาแพ้ทั้งสามนัดรวมประตู 14-0
คาเล็บ เยเรนกี ของทีมชาติกานา กลายเป็นฮีโร่ยิงประตูชัยในนาทีที่ 95 ช่วยให้ทีมเอาชนะปานามา 1-0 ที่โตรอนโต และปฏิเสธไม่ให้ปานามาได้แต้มแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บหกนาที แบรนดอน โธมัส-อาซานเต วิ่งทะลุทางกราบซ้าย หลบแนวรับ และจ่ายบอลให้เยเรนกี แปบอลเข้าประตูอย่างเฉียบคม
ผลการแข่งขันถือว่าโหดร้ายกับปานามา ซึ่งต่อกรกับอดีตแชมป์แอฟริกา 4 สมัยได้สูสีในฟุตบอลโลกครั้งที่ 4 ของพวกเขา นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018
ทีมชาติโคลอมเบียกลับมาคว้าชัยในฟุตบอลโลกอีกครั้ง ด้วยการเอาชนะทีมหน้าใหม่อุซเบกิสถาน โดยมีอดีตกองหน้าลิเวอร์พูล หลุยส์ ดิอาซ และกองหลังคริสตัล พาเลซ ดาเนียล มูนญอซ เป็นผู้ทำประตู
มูนญอซยิงประตูแรกด้วยการวอลเลย์สุดสวยจากการจ่ายของดิอาซ ซึ่งก่อนหน้านั้นยิงชนเสา
อุซเบกิสถาน ที่มีฟาบิโอ คันนาวาโร อดีตกองหลังทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลกเป็นโค้ช ตีเสมอในนาทีที่ 60 จากลูกโหม่งระยะเผาขนของอับบอสเบค ฟายซุลลาเยฟ
แต่ทีมจากอเมริกาใต้กลับมานำอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เมื่อดิอาซยิงประตูเข้าแม้ว่ายูตคีร์ ยูซูปอฟ ผู้รักษาประตูของอุซเบกิสถานจะปัดได้สองมือก็ตาม
และช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ฮามินตัน กัมปาซ ตัวสำรองของโคลอมเบีย โหม่งประตูที่สามปิดกล่องให้ทีมคว้าชัยชนะไปอย่างเด็ดขาด