ทีมฟุตบอลชายสหรัฐอเมริกา (USMNT)
·18 มิถุนายน 2026
ทอรี เพนโซ ผู้ตัดสินชาวอเมริกัน พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ตัดสิน บรูค เมโย และแคทรีน เนสบิต เตรียมเปิดตัวในการแข่งขันฟุตบอลโลกฟีฟ่า 2026 ในวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน โดยทั้งสามจะทำหน้าที่ตัดสินในเกมกลุ่ม A ระหว่างทีมชาติเช็กเกียและทีมชาติแอฟริกาใต้ ที่สนามแอตแลนตา สเตเดียม
ไม่เพียงแต่ทั้งสามจะได้ลงทำหน้าที่ในเกมแรกของทัวร์นาเมนต์ปีนี้เท่านั้น แต่พวกเธอยังสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันในฐานะทีมผู้ตัดสินหญิงล้วนชุดเดียวของฟุตบอลโลกฟีฟ่า 2026 อีกด้วย
ทั้งสามคนไม่ใช่คนแปลกหน้าในการสร้างสถิติใหม่ในช่วงเวลาสำคัญ ก่อนหน้านี้ในปี 2025 เพนโซ เมโย และเนสบิต เคยเป็นทีมผู้ตัดสินหญิงล้วนชุดแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำหน้าที่ในรอบชิงชนะเลิศรายการ ลามาร์ ฮันต์ ยูเอส โอเพ่น คัพ ระหว่างทีมออสติน เอฟซี และแนชวิลล์ เอสซี แชมป์เก่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2025
ก่อนหน้านี้ ผู้ตัดสินชาวอเมริกันชุดแรกได้ทำหน้าที่ในเกมรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลกฟีฟ่า 2026 ระหว่างทีมชาติเนเธอร์แลนด์กับทีมชาติญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส และในวันพฤหัสบดีนี้จะมีผู้ตัดสินชาวอเมริกันอีกสามคนลงทำหน้าที่ ซึ่งนับรวมแล้วมีผู้ตัดสินจากสหรัฐอเมริกาทั้งหมด 8 คนที่ได้รับการแต่งตั้งในทัวร์นาเมนต์นี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความหลากหลายของวงการผู้ตัดสินอเมริกัน และพิสูจน์ว่าผู้ตัดสินจากสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในโลก
ในฐานะหนึ่งในผู้ตัดสินที่จะได้เปิดตัวในฟุตบอลโลกฟีฟ่าครั้งนี้ เราได้พูดคุยกับเมโยเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตในวงการฟุตบอลของเธอ ตั้งแต่การตัดสินเกมแรกเมื่ออายุ 13 ปี ที่เมืองการ์แลนด์ รัฐเท็กซัส การเล่นฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยเทนเนสซี เทค จนถึงวันนี้ที่เธอกำลังจะสร้างประวัติศาสตร์บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการกีฬา
เมื่อคุณรู้ว่าตัวเองได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ในฟุตบอลโลกฟีฟ่า 2026 คุณรู้สึกอย่างไร?
เมื่อฉันรู้ในปี 2023 ว่าเรามีโอกาสจริงที่จะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ฉันจึงตั้งเป้าหมายทั้งหมดเพื่อทำให้ความฝันนี้เป็นจริง ฉันพยายามลงทำหน้าที่ในเกมระดับนานาชาติและเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ให้ได้มากที่สุดเพื่อเพิ่มประสบการณ์ในสนาม และทำงานร่วมกับโค้ชฟิตเนสเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้ถึงขีดสุด เมื่อรู้ว่าเราได้รับเลือก ฉันรู้สึกตื่นเต้นและภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของสมาคมฟุตบอลสหรัฐฯ และคอนคาเคฟ เพื่อแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของความทุ่มเททั้งหมด
อิสมาอิล เอลฟาธ เคยบอกว่าเขามีขั้นตอนเตรียมตัวที่ชัดเจนเมื่อรู้ว่าจะได้ตัดสินเกมใหญ่ แล้วสำหรับคุณ 48 ชั่วโมงก่อนลงสนามเป็นอย่างไร?
พูดตรง ๆ เลย มันเป็นช่วงเวลา 48 ชั่วโมงที่วุ่นวายมาก อย่างแรกคือฉันจะรีบแจ้งข่าวให้เพื่อนและครอบครัวรู้ทันทีและช่วยจัดการเรื่องการเดินทาง โทรศัพท์ของฉันก็จะไม่หยุดดังเลย จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน โค้ชฟิตเนสและเทคนิคของเราจะปรับการฝึกให้เหมาะสมเพื่อให้เราพร้อมที่สุดทั้งทางร่างกายและเทคนิค เราจะพบกับโค้ชแท็กติกของฟีฟ่าเพื่อวิเคราะห์รูปแบบการเล่นของทีมที่เราจะตัดสิน เมื่อเดินทางถึงเมืองที่จัดการแข่งขัน เรามักจะมีการรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อวางแผนแนวทางการทำงานให้ไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากนั้นก็ถึงเวลาพักผ่อนและจินตนาการถึงความสำเร็จ ช่วงที่ฉันชอบที่สุดคือการสูดหายใจลึก ๆ ระหว่างเดินเข้าสนาม มองไปรอบ ๆ และรู้สึกขอบคุณในทุกสิ่ง แล้วก็ถึงเวลาเริ่มเกม!
ครอบครัวและเพื่อนของคุณรู้สึกอย่างไรกับอาชีพนี้ และพวกเขามีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อรู้ว่าคุณได้ทำงานในฟุตบอลโลก?
หากไม่มีการสนับสนุนจากพวกเขา ฉันคงไม่มีวันนี้ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว ทุกคนต้องมีทีมที่คอยอยู่ข้างหลัง และฉันโชคดีที่มีทีมสนับสนุนที่ยอดเยี่ยม พ่อแม่ของฉันดูทุกเกมที่ฉันตัดสินมานานกว่าสิบปี ส่วนภรรยาของฉันที่อยู่เคียงข้างทั้งช่วงดีและแย่ก็ภูมิใจมากและจะมาชมทุกแมตช์ที่ฉันได้รับหน้าที่ พร้อมกับพี่สาวของฉันที่เป็นอีกหนึ่งผู้สนับสนุนสำคัญ
คุณอยากให้แฟนบอลเข้าใจอะไรเกี่ยวกับผู้ตัดสินมากขึ้น?
เรารักและใช้ชีวิตอยู่กับฟุตบอล ฉันอยากให้ทุกคนได้เห็นเบื้องหลังของชีวิตผู้ตัดสิน ทั้งการฝึกซ้อมทางกายภาพ การเตรียมตัวก่อนเกม และการประเมินผลงานหลังจบการแข่งขันที่เข้มงวดมาก
คุณต้องเสียสละอะไรบ้างเพื่อมาถึงจุดนี้?
สำหรับฉัน ฉันพลาดโอกาสร่วมงานสำคัญของเพื่อนและครอบครัวหลายครั้ง ในช่วงเริ่มต้น ฉันต้องลงทุนเองสำหรับค่าเดินทางและลางานจากตำแหน่งครูเพื่อไปตัดสินในทัวร์นาเมนต์ต่าง ๆ เราต้องวางแผนจัดงานแต่งในเดือนธันวาคมเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงฤดูกาลแข่งขัน และหลังจากทำงานเป็นครูและโค้ชมานานกว่า 10 ปี ฉันต้องตัดสินใจลาออกเพื่อโฟกัสกับอาชีพระดับนานาชาติ ความฝันต้องใช้การเสียสละไม่ใช่แค่ตัวเรา แต่คนรอบข้างด้วย ดังนั้นเมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญ เราต้องแบ่งปันความสำเร็จนั้นกับพวกเขา
เมื่อจบการแข่งขันแล้ว คุณผ่อนคลายอย่างไรจากความตึงเครียดของเกมใหญ่?
มันไม่ง่ายเลยที่จะสลัดความคิดหลังเกมออกไป เพราะผู้ตัดสินมักจะเป็นพวกที่มุ่งมั่นและชอบความสมบูรณ์แบบ ฉันไม่มีสูตรลับอะไร แม้อยู่คนเดียวในห้องพัก ฉันก็มักจะคิดถึงสิ่งที่อาจทำได้ดีกว่านั้น วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้เวลากับครอบครัว เพื่อน หรือเพื่อนร่วมงานหลังเกม เพื่อให้จิตใจได้พักจริง ๆ
การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้ตัดสินหญิงล้วนมีความหมายอย่างไรสำหรับคุณ?
ส่วนใหญ่ฉันไม่รู้สึกว่ามันแตกต่างอะไร เราเป็นเพียงทีมผู้ตัดสินทีมหนึ่ง แต่แล้วก็จะมีคนมาขอถ่ายรูปเพราะลูกสาวของเขาได้แรงบันดาลใจจากเรา หรืออาสาสมัครหญิงของฟีฟ่ามาบอกว่าเธอภูมิใจมากที่ได้เห็นผู้หญิงในระดับนี้ ซึ่งเมื่อก่อนเธอคิดว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นทำให้ฉันรู้ว่าเรากำลังเป็นตัวแทนของสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเราเอง ไม่มีขีดจำกัดสำหรับความฝัน ถ้าคุณพร้อมจะทุ่มเทและไขว่คว้าโอกาสเมื่อมันมาถึง
ใครคือแบบอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณในเส้นทางนี้?
ฉันต้องขอบคุณ ซูซาน วิลเลียมสัน จากรัฐเทนเนสซี ผู้ประเมินหญิงคนแรกที่ฉันเคยเจอ การมีเธอเป็นแบบอย่างใกล้ตัวสร้างความแตกต่างอย่างมากสำหรับฉัน อีกทั้งการได้เห็นผู้หญิงบนหน้าจอทีวีอย่าง คารี ไซทซ์, บิเบียนา สไตน์เฮาส์, เอดินา บาติสตา, นาตาลี แอสปินอล, เซียน มาสซี-เอลลิส และผู้หญิงทั้งหกที่ได้รับแต่งตั้งในฟุตบอลโลกครั้งก่อน เป็นแรงผลักดันอย่างมาก ฉันยังได้รับแรงบันดาลใจจากการเห็นผลงานของ มาร์ก ไกเกอร์ และทีมผู้ตัดสินของเขาในฟุตบอลโลก 2014 และแน่นอนจากเพื่อนร่วมงานหญิงทุกคนที่คอยสนับสนุนและผลักดันกันให้ก้าวไปข้างหน้า
คุณเป็นทีมผู้ตัดสินหญิงล้วนชุดเดียวในทัวร์นาเมนต์นี้ คุณคิดว่ามุมมองและโอกาสของผู้ตัดสินหญิงเปลี่ยนไปอย่างไร และจะมีมากขึ้นในอนาคตหรือไม่?
ตลอดอาชีพของฉัน ฉันได้เห็นและมีส่วนร่วมใน ‘ครั้งแรก’ หลายครั้งสำหรับผู้หญิง และรู้ว่ามันไม่ใช่เพราะเราเป็นผู้หญิงกลุ่มแรกที่มีความสามารถ แต่เพราะเราเพิ่งได้รับโอกาส เราต้องทำงานหนักกว่าเล็กน้อยเพื่อให้ได้โอกาสเท่าเทียมกับผู้ชาย และนั่นหมายถึงแรงกดดันที่ต้องทำผลงานให้สมบูรณ์แบบ เพื่อเปิดทางให้ผู้หญิงรุ่นต่อไป เมื่อคุณแตกต่าง มักจะมีสายตาที่จับตามองมากขึ้น แต่ฉันมั่นใจว่าผู้ตัดสินหญิงที่ทำผลงานได้ดีในระดับสูงได้เปิดประตูนี้อย่างถาวรแล้ว ตอนนี้เราทุกคนได้รับความเคารพจากเพื่อนร่วมงานและผู้บริหาร และฉันเชื่อว่าผู้ตัดสินที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย จะได้รับเลือกในฟุตบอลโลกครั้งต่อไป
คุณคิดว่าความรู้สึกจะเป็นอย่างไรเมื่อเดินออกจากอุโมงค์ในเกมเช็กเกียกับแอฟริกาใต้และได้ยินเพลงชาติ?
ฉันเป็นคนที่อ่อนไหวทางอารมณ์มากและรักฟุตบอลอย่างสุดหัวใจ ทุกครั้งที่ได้ตัดสินเกมใหญ่ ฉันมักจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ระหว่างเดินเข้าสนาม ฉันรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้ใช้ชีวิตตามความฝัน โดยมีครอบครัวและเพื่อนคอยให้กำลังใจ นี่คือสิ่งที่ฉันจะไม่มองข้ามเลย
อะไรคือสิ่งที่คุณรักที่สุดในงานนี้?
สิ่งที่ฉันรักที่สุดคือการได้ทำหน้าที่ในเกมจริงและได้สัมผัสกับวัฒนธรรมต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางหรือการทำงานร่วมกับผู้ตัดสินจากประเทศอื่น ฟุตบอลคือสิ่งที่รวมผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน
การได้ทำหน้าที่ในฟุตบอลโลกที่บ้านเกิดของคุณมีความหมายอย่างไร?
มันคือความฝันที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ เพื่อนและครอบครัวของฉันที่รักฟุตบอลต่างรู้ดีถึงความสำคัญของฟุตบอลโลก แต่การได้เป็นส่วนหนึ่งของทัวร์นาเมนต์นี้ทำให้เพื่อนที่ไม่ค่อยสนใจฟุตบอลได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลโลกและความสำคัญของมันต่อผู้คนทั่วโลก
คุณอยากให้เด็กผู้หญิงที่ดูคุณทำหน้าที่ในฟุตบอลโลกได้เรียนรู้อะไร?
ฉันหวังว่าพวกเธอจะรู้ว่าพวกเธอเข้มแข็งและมีความสามารถ แม้จะเจอคำพูดเชิงลบทั้งออนไลน์หรือในชีวิตจริง เช่น การเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ หรืออคติอื่น ๆ ให้รู้ไว้ว่าความคิดเหล่านั้นมาจากคนที่ฉันเรียกว่า “พวกควรจะทำได้แต่ไม่เคยทำ” พวกเขาพยายามลดคุณค่าคนอื่นเพราะขาดความมั่นใจในตัวเอง ฉันอยากให้ข้อความนี้ส่งถึงทุกคน ไม่ใช่แค่เด็กผู้หญิง ใครก็ตามที่รู้สึกว่าไม่เคยเห็นคนที่เหมือนตัวเองในระดับสูงสุดของวงการกีฬา เราเห็นคุณ เราสนับสนุนคุณ และพร้อมเชียร์คุณเสมอถ้าคุณพร้อมจะทำงานหนัก คุณคู่ควรกับที่ตรงนี้
สุดท้ายนี้ คุณอยากให้ผู้ตัดสินในอนาคตจดจำคุณและทีมนี้อย่างไร?
ฉันหวังว่าพวกเขาจะได้รับแรงบันดาลใจให้ฝันให้ใหญ่ ทำงานให้หนัก และสำคัญที่สุดคือสนับสนุนกันและกัน