คีเลียน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ของ เรอัล มาดริด แสดงความภาคภูมิใจอย่างมาก หลังจากทำลายสถิติของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และก้าวขึ้นมาเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติฝรั่งเศส โดยหลังจากยิงสองประตูสำคัญในเกมเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 ที่ฝรั่งเศสเอาชนะ เซเนกัล 3-1 เขาก็ได้ตั้งเป้าหมายใหม่ในการไล่ล่าทำลายสถิติการยิงประตูในฟุตบอลโลกที่ ลิโอเนล เมสซี ครองอยู่ในปัจจุบัน
ค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ในนิวยอร์ก
เอ็มบัปเป้ได้จารึกชื่อของตนอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคาร หลังจากยิงประตูแซงหน้า โอลิวิเยร์ ชิรูด์ อดีตกองหน้าของ อาร์เซนอล และ เชลซี ขึ้นมาเป็นดาวซัลโวสูงสุดในประวัติศาสตร์ของทีมชาติฝรั่งเศส โดยกองหน้าของ เรอัล มาดริด ทำได้สองประตูในชัยชนะเหนือ เซเนกัล 3-1 ที่สนามเม็ทไลฟ์ สเตเดียม ในเกมเปิดสนามของศึกฟุตบอลโลก 2026 การทำได้ถึง 58 ประตูในระดับทีมชาติเมื่ออายุเพียง 27 ปี ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ เพื่อนร่วมทีมชาติได้มอบเสื้อพิเศษที่มีหมายเลข 58 อยู่ด้านหลังให้แก่เขา
เอ็มบัปเป้เผยความภาคภูมิใจอย่างเต็มเปี่ยม
กัปตันทีมชาติฝรั่งเศสได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อแสดงความรู้สึกขอบคุณและแรงบันดาลใจต่อแฟนๆ ในโพสต์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ เขาเขียนว่า “58 ประตู เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดในประวัติศาสตร์ของทีมชาติของเรา ประเทศที่มีนักเตะระดับตำนานมากมายผ่านมา ขอบคุณเพื่อนร่วมทีมทุกคน ทีมงาน และสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศส (FFF) ที่มอบความไว้วางใจให้ผมตั้งแต่วันแรก และขอบคุณทุกคนสำหรับการสนับสนุน เราจะเดินหน้าต่อไป ยังมีอีกมากที่ต้องทำ...”
ไล่ล่าตำนานฟุตบอลโลกของเมสซี
แม้จะทำลายสถิติของทีมชาติได้แล้ว แต่เอ็มบัปเป้ยังมีเป้าหมายใหญ่อีกหนึ่งอย่างอยู่ในสายตา ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกผู้นี้กำลังเข้าใกล้สถิติยิงประตูสูงสุดในการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งปัจจุบันเป็นของ ลิโอเนล เมสซี ตำนานทีมชาติอาร์เจนตินา และ มีโรสลาฟ โคลเซ อดีตกองหน้าทีมชาติเยอรมนี ที่ทำได้เท่ากันคนละ 16 ประตู หลังจากยิงสองประตูในเกมกับแชมป์แอฟริกา เอ็มบัปเป้มีจำนวนประตูรวมในฟุตบอลโลกเพิ่มเป็น 14 ประตู ซึ่งจากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมและอายุที่ยังน้อย นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าเขาจะสามารถทำลายสถิติของเมสซีและโคลเซได้ในอนาคตอันใกล้นี้
ก้าวต่อไปของทีมชาติฝรั่งเศส
ทีมชาติฝรั่งเศสและดาวยิงสูงสุดตลอดกาลคนใหม่จะกลับมาลงสนามอีกครั้งในวันจันทร์หน้า ในเกมนัดที่สองของรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2026 โดยลูกทีมของ ดิดิเยร์ เดช็องส์ จะพบกับทีมชาติอิรักที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ซึ่งพวกเขาหวังจะการันตีการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ให้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ จากนั้นฝรั่งเศสจะลงเล่นนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มกับนอร์เวย์
ทีมชาติอาร์เจนตินาจะไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลโลกครั้งนี้?