ศึกเลบานอนฉุดอิหร่านเลื่อนเจรจานิวเคลียร์สหรัฐ สะเทือนแผนฟื้นฮอร์มุซ
June 20, 2026 03:28 PM

รัฐบาลอิหร่านประกาศเลื่อนการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่รุนแรงขึ้นระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ส่งผลให้ความพยายามของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ในการผลักดันข้อตกลงนิวเคลียร์และลดความตึงเครียดในตะวันออกกลางเผชิญความไม่แน่นอนอีกครั้ง
สำนักข่าว Bloomberg รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า การเจรจาซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ถูกเลื่อนออกไป หลังการปะทะระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น โดยอิหร่านกำหนดเงื่อนไขให้มีการหยุดยิงในเลบานอนก่อน จึงจะกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า สหรัฐต้องรับผิดชอบต่อสถานการณ์ในเลบานอนและปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล จึงตัดสินใจไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการเจรจา ขณะที่ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ยกเลิกกำหนดการเดินทางเช่นกัน โดยยังไม่มีการกำหนดวันเจรจารอบใหม่
การเลื่อนเจรจาครั้งนี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งเพิ่งลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับอิหร่านเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่ารัฐบาลสหรัฐยอมผ่อนปรนต่ออิหร่านมากเกินไป ทั้งในด้านผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและมาตรการคว่ำบาตร

สหรัฐไม่ได้อยู่ในสถานะที่ต้องเร่งรัดการเจรจา

ทรัมป์ยืนยันผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนว่า สหรัฐไม่ได้อยู่ในสถานะที่ต้องเร่งรัดการเจรจา พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ 60 วัน และอิหร่านจะไม่ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากการกดดันสหรัฐ
ขณะเดียวกัน ความเห็นต่างระหว่างสหรัฐและอิสราเอลเริ่มปรากฏชัดขึ้นในประเด็นสถานการณ์เลบานอน โดยมีรายงานว่าทรัมป์ไม่พอใจการยกระดับปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล เนื่องจากอาจกระทบต่อข้อตกลงที่สหรัฐทำไว้กับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่าอิสราเอลจะไม่ยอมรับการโจมตีใด ๆ และจะคงกำลังทหารในพื้นที่ความมั่นคงทางตอนใต้ของเลบานอนต่อไปตราบใดที่ยังมีภัยคุกคามจากฮิซบอลเลาะห์
ในประเด็นการเจรจานิวเคลียร์ ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่า กรอบเวลา 60 วันอาจไม่เพียงพอสำหรับการบรรลุข้อตกลงระยะยาว เนื่องจากประเด็นนิวเคลียร์มีความซับซ้อนสูง โดยข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2015 เคยใช้เวลาการเจรจานานถึง 2 ปีจึงแล้วเสร็จ
เรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะต้องได้รับอนุญาต
ด้านการขนส่งพลังงาน แม้สหรัฐและอิหร่านจะตกลงยุติการปิดล้อมทางทะเล แต่รัฐบาลอิหร่านประกาศว่า เรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะต้องได้รับอนุญาตและมีกรมธรรม์ประกันภัย แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม แต่มีความเป็นไปได้ที่จะมีการจัดเก็บในอนาคต ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับสหรัฐ ยุโรป และหลายประเทศในตะวันออกกลาง
ความไม่แน่นอนดังกล่าวยังส่งผลต่อแนวโน้มตลาดพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบยังคงสูงกว่าช่วงต้นปีประมาณ 30% เนื่องจากการฟื้นฟูเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ภาวะปกติ อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน
นอกจากนี้ หลายประเทศได้ระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินออกมาใช้ในช่วงสงครามเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านราคา และเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มต้องกลับเข้าซื้อน้ำมันเพื่อเติมคลังสำรอง ซึ่งอาจเพิ่มอุปสงค์ในตลาดและเป็นอีกปัจจัยที่กดดันให้ราคาน้ำมันโลกทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไป

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.