เพียงแค่พูดคำว่า ‘ดวลจุดโทษ’ กับแฟนบอลทีมชาติอังกฤษในช่วงอายุหนึ่ง ก็อาจเรียกอารมณ์ความทรงจำที่เจ็บปวดได้ทันที
สำหรับแฟนบอลทีมสิงโตคำรามในยุคหนึ่ง การพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษในปี 1990, 1996, 1998, 2004, 2006 และ 2012 ทำให้พวกเขาเชื่อว่า หากเกมเสมอกันหลังจาก 120 นาที นั่นหมายถึงการตกรอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ความฝันร้ายนี้สิ้นสุดลงในปี 2018 เมื่อทีมชาติอังกฤษสามารถเอาชนะโคลอมเบียได้ในการดวลจุดโทษรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซีย และหลังจากนั้น อังกฤษก็ชนะการดวลจุดโทษได้อีกสองครั้งจากสามครั้งที่ลงสนาม
โจ โคล และ แอชลีย์ โคล ต่างก็มีชื่ออยู่ในทีมตัวจริงของอังกฤษในเกมฟุตบอลโลกปี 2006 รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่พ่ายแพ้ให้กับโปรตุเกสในการดวลจุดโทษ เกมนั้นเกิดขึ้นเพียงสองปีหลังจากที่ทั้งคู่ก็เคยเจ็บปวดจากความพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษต่อทีมเดียวกันในยูโร 2004
แม้ความทรงจำเหล่านั้นจะไม่อาจลืมได้ แต่ทั้งสองก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นว่าทีมชาติอังกฤษสามารถพลิกสถานการณ์ล้างอาถรรพ์ดวลจุดโทษได้สำเร็จ
โจ โคล กล่าวกับนิตยสาร โฟร์โฟร์ทู ว่า “ผมคิดว่าอังกฤษเอาชนะเรื่องนี้ได้แล้วนะ แต่เราก็แพ้การดวลจุดโทษมาหลายครั้งตั้งแต่ปี 1990 จนกลายเป็นสิ่งที่ฝังใจ”
“ต้องยกเครดิตให้กับ จอร์แดน พิคฟอร์ด และลูกทีมทุกคน พวกเขาช่วยเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้ เกมกับโคลอมเบียในปี 2018 เป็นเกมที่สำคัญมากสำหรับประเทศนี้”
“ตอนนี้เรามีผู้รักษาประตูที่สามารถป้องกันจุดโทษได้ และนักเตะที่คุ้นเคยกับการยิงจุดโทษในช่วงเวลาสำคัญ ผมรู้สึกมั่นใจมากกับการดวลจุดโทษครั้งต่อไป”
ด้าน แอชลีย์ โคล เชื่อว่าผลงานที่ดีขึ้นของอังกฤษมาจากการที่ทีมงานโค้ชให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อมในเชิงองค์รวมมากขึ้น
อดีตกองหลังของ เชลซี และ อาร์เซนอล กล่าวเสริมว่า “เราทำได้แค่ฝึกซ้อมเท่านั้น ตอนนั้นเรามีประตูใหญ่สามประตูตั้งเรียงไว้ แล้วก็ผลัดกันยิงใส่ผู้รักษาประตูแต่ละคนเท่านั้น”
“แต่ตอนนี้มีกลยุทธ์มากมายที่ช่วยได้ ทั้งเรื่องการหายใจ การทำความเข้าใจ และอีกหลายอย่างมากมาย”
“สมัยก่อนเราก็แค่เอาบอลวาง เลือกมุม แล้วก็ยิงไปทางนั้นในเกมจริง เราไม่มีการฝึกด้านจิตใจหรือคำแนะนำจากโค้ชเลย”
“ทุกวันนี้มีข้อมูลและการวิเคราะห์มากมายที่ถูกนำมาใช้ ทำให้พวกเขาเตรียมตัวได้ดีมากในยุคนี้”
รายการ Could It Be Coming Home? กับ โจ โคล และ แอชลีย์ โคล จัดโดย คาร์ลิง ผู้สนับสนุนหลักของศึกเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ และ อะโดบี วีเมนส์ เอฟเอ คัพ สามารถรับชมได้ทางยูทูบและสปอติฟาย หรือฟังได้จากทุกช่องทางพอดแคสต์
บทความโดย คริส ฟลานาแกน นักเขียนอาวุโส