“ผมไม่เสียใจที่ปฏิเสธ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด — ผมต้องการประสบการณ์กับ โบลตัน ในชีวิตของผม” ยูริ ฌอร์กาเอฟ กล่าวถึงการย้ายทีมในปี 2002
วรพล ศรีสมบูรณ์ June 22, 2026 04:08 AM

เมื่อ ยูริ ฌอร์กาเอฟ ย้ายมาค้าแข้งในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2002 เขาคือผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จแทบทุกอย่างในวงการฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกและแชมป์ยุโรปกับทีมชาติฝรั่งเศส รวมถึงแชมป์ยูฟ่าคัพกับ อินเตอร์ มิลาน


แม้ในวัย 33 ปี หลายคนคาดว่าเขาจะเลือกย้ายไปอยู่กับสโมสรที่มีชื่อเสียงในพรีเมียร์ลีก แต่เมื่อเขาตัดสินใจเซ็นสัญญากับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ทีมที่กำลังหนีตกชั้นในเวลานั้น ก็สร้างความแปลกใจให้หลายฝ่ายไม่น้อย


อย่างไรก็ตาม หลังจากเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งในสี่ของศตวรรษ ตำนานทีมชาติฝรั่งเศสมองว่านี่คือหนึ่งในช่วงเวลาที่คุ้มค่าที่สุดในอาชีพของเขา


“มันมากกว่าคำว่าท้าทาย — มันคือการพยายามสร้างปาฏิหาริย์” ฌอร์กาเอฟ กล่าวกับนิตยสาร FourFourTwo เกี่ยวกับการย้ายไปยังสโมสรเล็กๆ ในแถบตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ


“โบลตัน อยู่ใกล้ท้ายตารางพรีเมียร์ลีก และผมแทบไม่รู้จักสโมสรนี้เลย แต่ แซม อัลลาไดซ์ เดินทางไปถึงเยอรมนีเพื่อทานอาหารกลางวันกับผม และบอกว่าเขาต้องการให้ผมมาช่วยทีมหนีตกชั้น เมื่อได้ยินแบบนั้น มันรู้สึกเหมือนเป็นภารกิจ คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและทำให้ผมเชื่อ ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นั้น”


แชมป์ฟุตบอลโลกปี 1998 รายนี้คือหนึ่งในนักเตะชื่อดังชุดแรกๆ ที่ แซม อัลลาไดซ์ ดึงมาร่วมทีม และเขายอมรับว่าการตัดสินใจนั้นมีความเสี่ยงไม่น้อย


“ใช่ เสี่ยงอยู่บ้าง” เขากล่าวต่อ “ผมบอก บิ๊กแซม ว่า ในปี 2001 ผมเพิ่งคว้าแชมป์คอนเฟเดอเรชันส์คัพกับฝรั่งเศส ปี 2000 ได้แชมป์ยุโรป ปี 1998 ได้ทั้งแชมป์ฟุตบอลโลกและยูฟ่าคัพ และในปี 1996 ได้แชมป์คัพวินเนอร์สคัพ ครั้งนี้ผมไม่ได้ต้องการถ้วยแชมป์เพิ่มอีก แต่ผมอยากเผชิญกับความท้าทายในการช่วยสโมสรที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากจริงๆ”


ฌอร์กาเอฟ ยังยอมรับว่า เขาได้ปฏิเสธข้อเสนอจากทั้ง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อย้ายมาอยู่กับทีม โบลตัน


“ใช่ แต่สำหรับผม สิ่งสำคัญคือการได้ลงเล่น เพราะผมต้องการมีส่วนร่วมในฟุตบอลโลกปี 2002 อังกฤษไม่เคยเป็นเป้าหมายหลักในอาชีพของผม มันไม่ใช่สิ่งที่ผมฝันถึง แต่หลังจากใช้ชีวิตในอิตาลีและเยอรมนี ความคิดของผมก็เปิดกว้างมากขึ้น ผมมาถึงโบลตันในช่วงที่เหลือเพียง 12 นัดสุดท้ายของฤดูกาล บิ๊กแซมบอกผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะได้ลงเล่นทุกเกม แม้จะไม่ฟิตเต็มร้อยก็ตาม”


“นั่นคือสิ่งที่ เฌอราร์ อุลลิเยร์ หรือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่สามารถรับปากได้ ผมรู้สึกว่าการไปโบลตันเล่น 12 นัดนั้นดีกว่า เพราะผมจะไม่เสียความน่าเชื่อถือ หลังจากนั้นผมสามารถตัดสินใจได้ว่าจะอยู่ต่อหรือไป สุดท้ายผมเลือกที่จะอยู่ต่อ เพราะผมรู้สึกดีมากกับที่นั่น”


เมื่อถูกถามว่าเขาเสียใจไหมที่ปฏิเสธ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาตอบว่า “ไม่เลย ผมต้องการประสบการณ์กับโบลตันในชีวิตของผม”


หลังจากเคยค้าแข้งในสนามดังอย่าง ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ และ ซานซิโร่ ฌอร์กาเอฟ ยอมรับว่าเขาได้สัมผัสกับวัฒนธรรมที่แตกต่างอย่างมากเมื่อย้ายมาโบลตัน และมีหลายสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจ


“หลายอย่างเลยครับ แซม อัลลาไดซ์ ทำให้ผมประทับใจมาก บรรยากาศในสนามฟุตบอลอังกฤษก็น่าทึ่ง แม้แต่สนามซ้อมก็ยังต่างออกไป ถ้าเรียกว่าสนามซ้อมนะ มันไม่ได้ทันสมัยเหมือนทุกวันนี้ มีแค่ประตูสองฝั่งกับพื้นหญ้าก้อนหนึ่ง ทุกอย่างดูเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ ผมไม่เคยบ่นเลย ตอนที่มาถึงโบลตัน ผมมีภารกิจเดียวคือช่วยทีมให้อยู่รอด ผมอยากเจอเพื่อนร่วมทีมใหม่และเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา”


“ไม่มีพรมแดงปูรอผม ผมมาที่นี่เพื่อสู้เหมือนทุกคน สิ่งสำคัญที่สุดคือการยกระดับจิตใจของทีม ผมบอกกับเพื่อนร่วมทีมว่า ‘ผมคือแชมป์โลกก็จริง แต่ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเดินเล่น ผมมาที่นี่เพื่อทุ่มเททุกอย่างเพื่อโบลตัน’ ข้อความนั้นเข้าถึงพวกเขาได้จริงๆ”

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.