ขุนพล “ฝอยทอง” ทีมชาติโปรตุเกส ไฟต์บังคับต้องเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียวเท่านั้น เมื่อต้องมาเจอกับน้องใหม่ที่ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ อย่าง อุซเบกิสถาน โดยคู่นี้จะลงสนามฟาดแข้งกันค่ำคืนวันที่ 23 มิถุนายน หรือตรงกับเช้าตรู่วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 00.00น. ตามเวลาประเทศไทย
โปรตุเกส ภายใต้การคุมทีมของ โรแบร์โต มาร์ติเนซ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังฟอร์มไม่เอาไหนในแมตช์แรก รอบแบ่งกลุ่ม ทำได้แค่เสมอกับ ดีอาร์ คองโก 1-1 ซึ่งเกมดังกล่าวนักเตะหลายคนนัดกันโชว์ฟอร์มไม่ออก โดยเฉพาะผู้เล่นเกมรุก ไม่ว่าจะเป็นคริสเตียโน โรนัลโด, บรูโน แฟร์นันด์ส หรือ 2 มิดฟิลด์ ทั้ง ชูเอา เนเวส และวิตินญา
เกมนี้พวกเขาไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บ หรือติดโทษแบน ทุกคนพร้อมเป็นตัวเลือกให้ โรแบร์โต มาร์ติเนซ จัดทีมได้แบบเต็มที่ ต้องมารอลุ้นกันว่าเกมนี้ คริสเตียโน โรนัลโด จะได้ออกสตาร์ท 11 คนแรกอยู่หรือไม่ หลังจากเกมที่แล้วเจ้าตัวถูกวิจารณ์หนักพอสมควร หลังโชว์ฟอร์มไม่ออก และมีส่วนร่วมกับเกมน้อยมาก
ขณะที่ บรูโน แฟร์นันด์ส เพลย์เมคเกอร์ที่ซีซั่นล่าสุดฟอร์มเปรี้ยงปร้างกับต้นสังกัด แมนฯ ยูไนเต็ด แต่เมื่อมาเล่นในฟุตบอลโลก 2026 นัดแรก ผลงานยังไม่ดี เช่นเดียวกับ ชูเอา เนเวส ถ้าไม่นับลูกโหม่งที่ทำได้ ก็หาฟอร์มเก่งของตัวเองไม่เจอเช่นเดียวกัน
คาดว่า มาร์ติเนซ จะยังยึดแกนหลักจากในเกมแรก แม้ผลงานจะไม่ดี โดย 3 กองกลาง ทั้ง ชูเอา เนเวส, วิตินญา และบรูโน แฟร์นันด์ส จะได้เช่นเคย ส่วน 3 แนวรุก ไม่ชัวร์ว่า คริสเตียโน โรนัลโด จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงหรือไม่ หรืออาจลองให้โอกาส กอนซาโล รามอส เป็น 11 คนแรก
ทางฝั่ง อุซเบกิสถาน ของกุนซือฟาบิโอ คันนาวาโร ตัวแทนจากทวีปเอเชีย เกมที่แล้วจริงๆ รูปเกมไม่ได้เป็นรอง โคลอมเบีย มากเท่าไหร่ แต่ต่างกันที่จังหวะจบสกอร์ ซึ่งยอดทีมจากทวีปอเมริกาใต้ทำได้ดีกว่า ยัดเยียดความปราชัยให้ อุซเบฯ 3-1 โดยเกมนี้หากพวกเขาพ่ายแพ้ ก็แทบจะตกรอบโดยทันที
เกมนี้พวกเขาจะไม่สามารถใช้งาน จาโลลิดดิน มาชาริปอฟ ที่บาดเจ็บบริเวณหลัง ส่วนแกนหลักคนอื่นๆ อยู่กันครบ นำโดยหัวหอกกัปตันทีมตัวเก่ง อย่าง เอลดอร์ โชมูโรดอฟ รวมไปถึง อับบอสเบค ฟายซุลลาเอฟ, ดอนตอนเบค คามดามอฟ และปราการหลังระดับท็อป อย่าง อับดูโคเดียร์ คูซานอฟ แนวรับจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี
คาดว่าเกมนี้ โปรตุเกส จะเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกอย่างหนักเพื่อหวังเก็บ 3 คะแนนมาครอบครองให้ได้ ดูแล้วพวกเขาคงจะเน้นมากกว่าในเกมแรก และไม่น่ามีปัญหาในการปิดจ๊อบเอาชนะอุซเบกิสถาน ไปแบบขาดลอย 4-0
ส่วนอีกเกมที่น่าสนใจในกลุ่ม แอล ขวัญใจมหาชน ทีมชาติอังกฤษ จะลงสนามพบกับ กานา ตัวแทนจากทวีปแอฟริกา โดยหาก “สิงโตคำราม” เก็บชัยได้ ก็จะการันตีผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้ายได้ทันที
โธมัส ทูเคิล น่าจะยึด 11 คนแรกที่เป็นแกนหลักจากนัดแรก โดยเกมนี้คาดว่า บูกาโย ซากา น่าจะยังไม่ฟิต และจะยังเป็นโอกาสของ โนนี มาดูเอเก ปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งทางฝั่งขวา ส่วนทางฝั่งซ้ายอาจปรับมาใช้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงเล่นเป็นตัวจริงแทน แอนโธนี กอร์ดอน ขณะที่กองหน้าตัวเป้ายังคงเป็น แฮร์รี เคน ที่เกมที่แล้วเหมาคนเดียวสองประตู
อังกฤษ คงจะหมายมั่นปั้นมือที่จะปิดจ๊อบเก็บสามคะแนนให้ได้ 2 นัดติดต่อกัน เพื่อการันตีเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ต่อไป แต่ถึงแม้จะดูเหนือกว่าพอสมควร แต่ก็ห้ามประมาททีม “ดาวดำ” กานา โดยเด็ดขาด เพราะพวกเขามีทีเด็ดอยู่ที่เกมสวนกลับ ที่มักจะทำอันตรายคู่แข่งได้อยู่เสมอ คาด “สิงโตคำราม” ชนะ 2-0