ประเสริฐ สั่ง ศธ.เบรก ''โครงการ Digital Skill' 1.5 พันล้าน ก่อนโดนตรวจบ่ายนี้
June 24, 2026 04:54 PM

เกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในการตรวจสอบงบประมาณแผ่นดิน เมื่อนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ สั่งทบทวนโครงการ Digital Skill/Credit Portfolio มูลค่า 1,500 ล้านบาท ทันที เพื่อตรวจสอบความจำเป็นและความซ้ำซ้อนก่อนที่ 3 หน่วยงานตรวจสอบหลัก ประกอบด้วย ป.ป.ท., สตง. และ ป.ป.ช. จะลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกในบ่ายวันนี้เวลา 15.30 น. 

"ประเสริฐ" สั่งทบทวน Digital Skill 1.5 พันล้าน สกัดการลงทุนซ้ำซ้อน

โดยเวลา 12.40 น. วันนี้ (24มิ.ย.) ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกระทรวงศึกษาธิการ ได้เผยแพร่ข่าวนายประเสริฐ สั่งการให้ทบทวน โครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ ในส่วนของกรอบวงเงินงบประมาณเบื้องต้น 1,500 ล้านบาท สำหรับปีงบประมาณ 2569–2570 โดยเนื้อหาระบุว่า 
ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายประเสริฐ ได้แถลงข้อสั่งการและแนวทางการดำเนินงาน กรณี "โครงการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (Digital Skill/Credit Portfolio)" เพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลและข้อสังเกตจากสังคม พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและทบทวนโครงการดังกล่าวอย่างละเอียดในทุกมิติให้คุ้มค่าภาษีประชาชน

สถานะปัจจุบันของโครงการ ยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างใด ๆ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น กระทรวงศึกษาธิการขอชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการจัดทำรายละเอียดและพิจารณาร่างขอบเขตงาน (TOR) สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ซึ่งมีการเสนอกรอบวงเงินงบประมาณเบื้องต้นจำนวน 1,500 ล้านบาท ปัจจุบันยังไม่มีการอนุมัติงบประมาณขั้นสุดท้าย ยังไม่มีการอนุมัติรายละเอียดโครงการ และยังไม่มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างใด ๆ ทั้งสิ้น

สั่งการตรวจสอบเชิงลึก ป้องกันการลงทุนซ้ำซ้อน

แม้โครงการจะยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา แต่กระทรวงศึกษาธิการเล็งเห็นว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องทบทวนอย่างรอบคอบที่สุด นายประเสริฐได้สั่งการให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) หน่วยงานด้านการพัฒนาทักษะ หน่วยงานรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ และหน่วยงานภาครัฐที่มีระบบฐานข้อมูลหรือแพลตฟอร์มใกล้เคียงกัน ร่วมกันตรวจสอบเชิงลึกถึงความซ้ำซ้อนของภารกิจ ข้อมูล หรือระบบงาน เพื่อป้องกันการลงทุนซ้ำซ้อน ลดภาระงบประมาณของรัฐ และให้เกิดการใช้ทรัพยากรสาธารณะอย่างคุ้มค่าสูงสุด

ยึดหลัก 4 ประการในการใช้งบประมาณแผ่นดิน

กระทรวงศึกษาธิการขอยืนยันหลักการสำคัญในการบริหารงานว่า "ทุกโครงการที่ใช้งบประมาณของประชาชนจะต้องผ่านการพิจารณาบนพื้นฐานของ  

  1. ความจำเป็น

  2. ความคุ้มค่า

  3. ความโปร่งใส

  4. ความสามารถในการตรวจสอบได้

การลงทุนด้านเทคโนโลยีของภาครัฐในยุคปัจจุบัน ต้องสามารถตอบคำถามสังคมได้อย่างชัดเจนว่า โครงการนี้แก้ปัญหาอะไร ประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร มีทางเลือกอื่นที่ใช้งบประมาณน้อยกว่าแต่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันหรือไม่ และที่สำคัญต้องไม่ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่มีอยู่เดิม
"ผมขอยืนยันว่า หากผลการทบทวนพบว่ามีประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน มีความซ้ำซ้อน ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน หรือยังไม่แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าในการลงทุนอย่างเพียงพอ กระทรวงศึกษาธิการจะทำการปรับปรุง ทบทวน หรือชะลอการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทันที จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าโครงการดังกล่าวมีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ" นายประเสริฐ กล่าวย้ำในที่ประชุม
พร้อมระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการพร้อมเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่กฎหมายกำหนด และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากการตรวจสอบของทุกภาคส่วน ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งบประมาณด้านการศึกษาของประเทศจะเป็นไปอย่างโปร่งใส รอบคอบ และเกิดความคุ้มค่าต่อเงินภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.