ญี่ปุ่นและสวีเดนเตรียมลงสนามพบกันในศึกกลุ่มเอฟสุดมันส์ที่สนามเอทีแอนด์ที สเตเดียม เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส ในเช้าวันศุกร์นี้ โดยทั้งสองทีมต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือการครองตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม
ทั้งสองชาติมีโอกาสผ่านเข้ารอบสูง หากไม่มีเหตุการณ์พลิกผัน โดยสวีเดนรั้งอันดับสามของกลุ่ม มี 3 คะแนน ผลต่างประตูได้เสีย 0 ส่วนญี่ปุ่นเก็บได้ 4 คะแนน และมีผลต่างประตูได้เสีย +4
อย่างไรก็ตาม เนเธอร์แลนด์ซึ่งนำกลุ่มอยู่ในขณะนี้มีแต้มเท่ากับญี่ปุ่นแต่เหนือกว่าเพียงจำนวนประตูที่ทำได้ ทำให้ทั้งญี่ปุ่นและสวีเดนยังมีโอกาสแซงทีมของโรนัลด์ คูมันได้ โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่มีโอกาสมากกว่าในทางปฏิบัติ
สำหรับทีมซามูไรบลู สมการถือว่าง่ายมาก หากพวกเขาเอาชนะสวีเดนด้วยสกอร์ที่ดีกว่าเนเธอร์แลนด์ที่อาจชนะตูนิเซีย ญี่ปุ่นก็จะคว้าแชมป์กลุ่มไปครองได้ทันที
ในทางกลับกัน สำหรับลูกทีมของแกรม พ็อตเตอร์ เส้นทางสู่จ่าฝูงซับซ้อนกว่ามาก เพราะพวกเขาต้องเอาชนะญี่ปุ่นให้ได้ และต้องหวังว่าตูนิเซียจะสร้างเซอร์ไพรส์เอาชนะเนเธอร์แลนด์ในอีกคู่หนึ่ง ซึ่งดูแล้วเป็นไปได้ยาก
ลูกทีมของแอร์เว่ เรอนาร์ เสียไปถึง 9 ประตูจากสองนัดแรกที่พบกับสวีเดนและญี่ปุ่น และยังอยู่ในช่วงปรับทีมหลังจากปลดซาบรี ลามูชี พ้นตำแหน่งผู้จัดการทีมภายหลังพ่ายสวีเดนไป 5-1 ในนัดเปิดสนาม
เมื่อเทียบสถิติการพบกันระหว่างทั้งสองทีม ถือว่าสูสีอย่างมาก โดยสวีเดนเคยชนะได้เพียง 1 จาก 4 นัด ส่วนอีก 3 นัดจบลงด้วยผลเสมอ
การเจอกันครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเกมกระชับมิตรปี 2002 ก่อนที่ญี่ปุ่นจะร่วมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกกับเกาหลีใต้ ซึ่งในเวลานั้นทีมจากเอเชียตะวันออกยังไม่ถูกมองว่าเป็นทีมม้ามืดเหมือนในปัจจุบัน เกมนั้นจบลงด้วยผลเสมอเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากญี่ปุ่นสามารถผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้ทั้งในฟุตบอลโลกที่รัสเซียและกาตาร์ พวกเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถเก็บชัยชนะเหนือสวีเดนได้ในครั้งนี้ โดยอายาเสะ อูเอดะ กองหน้าเฟเยนูร์ดจะเป็นกำลังสำคัญ หลังทำไป 2 ประตูและ 1 แอสซิสต์ในเกมล่าสุดที่ถล่มตูนิเซีย
ไดอิจิ คามาดะ ก็ทำประตูในเกมเดียวกัน และมีแนวโน้มจะได้ออกสตาร์ทเช่นกัน หลังจากโชว์ฟอร์มเด่นทั้งในสโมสรแฟรงค์เฟิร์ตและคริสตัล พาเลซ จนกลายเป็นหนึ่งในตัวหลักของฮาจิเมะ โมริยาสุ
ขณะเดียวกัน จุนยะ อิโตะ จากเกงค์ และเคอิโตะ นากามูระ ของแร็งส์ ก็มีสิทธิ์ลุ้นลงสนามต่อเนื่อง หลังทั้งคู่มีส่วนร่วมทำประตูในเกมกับทีมจากแอฟริกาเหนือ โดยอิโตะทำไป 11 ประตูรวมแอสซิสต์ในลีกเบลเยียม ส่วนผลงาน 14 ประตูในลีกเอิงของนากามูระช่วยให้ต้นสังกัดจบอันดับที่ 6
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นจะไม่มีวาตารุ เอ็นโดะ จากลิเวอร์พูล และทาเคฟุสะ คุโบะ จากเรอัล โซเซียดัด ซึ่งบาดเจ็บทั้งคู่ โดยเฉพาะคุโบะที่ถือเป็นการขาดหายสำคัญ หลังจากทำแอสซิสต์ในเกมกับเนเธอร์แลนด์ และถูกคาดหมายว่าจะเป็นผู้นำแนวรุกของทีมก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์
ด้านสวีเดนก็หวังล้างอายหลังพ่ายให้กับทีมออเรนเยไป 5-1 ในนัดที่ผ่านมา โดยอเล็กซานเดอร์ อิซัค และวิกเตอร์ เกียคีเรส คาดว่าจะเป็นคู่หัวหอกหลักของทีม ส่วนแอนโธนี อีลังกา ก็มีโอกาสได้ลงสนามอีกครั้งหลังยิงได้ในเกมกับเนเธอร์แลนด์
ยาซิน อยารี ก็โชว์ฟอร์มโดดเด่นเช่นกัน ด้วยพลังและความขยันที่กลายเป็นหนึ่งในจุดสว่างไม่กี่อย่างของทีมในเกมนั้น
วิกเตอร์ ลินเดเลิฟ จะยังคงได้สวมปลอกแขนกัปตันทีม แม้จะเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานในเกมรับนัดก่อน ส่วนตำแหน่งของอิซัค ฮายน์ อาจไม่มั่นคงนักหลังทำผลงานได้น่าผิดหวัง
การแข่งขันระหว่างญี่ปุ่นกับสวีเดนจะเริ่มขึ้นในเวลาเที่ยงคืนของวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน ถ่ายทอดสดทาง BBC Two, BBC iPlayer และเว็บไซต์ BBC Sport
ติดตามรายงาน ผลการแข่งขัน และบทวิเคราะห์เชิงลึกของศึกฟุตบอลโลกได้แบบเรียลไทม์บนเว็บไซต์ของเรา