บรูโน แฟร์นันด์ส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ตัดสินใจชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของเขาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ท่ามกลางความสนใจอย่างต่อเนื่องจากซาอุดี โปร ลีก แม้จะมีค่าฉีกสัญญามูลค่ามหาศาลและโอกาสในการกลับมาร่วมงานกับคริสเตียโน โรนัลโดอีกครั้ง เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโปรตุเกสรายนี้ได้แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะอยู่กับปีศาจแดงต่อไปอย่างน้อยอีกหนึ่งฤดูกาล
แฟร์นันด์สยืนยันอยู่ต่อที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ตามรายงานของ talkSPORT ระบุว่า แฟร์นันด์สเตรียมอยู่กับยูไนเต็ดต่อไป แม้จะมีข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับการย้ายไปเล่นในซาอุดี โปร ลีก แม้เจ้าตัวจะไม่ได้มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการกับสโมสรเกี่ยวกับอนาคตก่อนฟุตบอลโลก แต่เขาได้บอกกับเพื่อนร่วมทีมและคนใกล้ชิดแล้วว่า ตั้งใจจะอยู่ที่แมนเชสเตอร์ต่อไป
แข้งวัย 31 ปียังคงเป็นกำลังหลักในโครงการระยะยาวของยูไนเต็ด แม้จะมีความสงสัยเกี่ยวกับก้าวต่อไปของเขา แต่กองกลางรายนี้ดูเหมือนจะพอใจกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยยูไนเต็ดมีสัญญากับเขาเหลืออีกหนึ่งปี พร้อมออปชันขยายต่ออีกหนึ่งปี ฝ่ายบริหารของสโมสรจึงไม่กังวลมากนัก แม้จะมีค่าฉีกสัญญา 65 ล้านยูโร (56 ล้านปอนด์) ซึ่งใช้ได้เฉพาะกับสโมสรนอกอังกฤษ
อัล-นาสเซอร์และทีมยักษ์ใหญ่ซาอุดียังคงจับตาใกล้ชิด
ความสนใจจากตะวันออกกลางไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากทีมอย่างอัล-ฮิลาล, อัล-นาสเซอร์ และอัล-อิตติฮัด เคยพยายามคว้าตัวเขาเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว โดยเฉพาะอัล-ฮิลาลที่แฟร์นันด์สเคยเกือบย้ายไปก่อนศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกปี 2025 แต่สุดท้ายเขาเลือกที่จะอยู่กับยูไนเต็ดต่อไป เพื่อเหตุผลด้านอาชีพและครอบครัว
จากรายงานของ talkSPORT ความสนใจจากซาอุดียังไม่ลดลง โดยอัล-นาสเซอร์ยังคงต้องการให้แฟร์นันด์สกลับมาร่วมงานกับคริสเตียโน โรนัลโดอีกครั้ง ขณะที่สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้น เมื่อมีรายงานว่าโรแบร์โต มาร์ติเนซ กุนซือทีมชาติโปรตุเกส กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อรับตำแหน่งผู้จัดการทีมอัล-นาสเซอร์หลังจบฟุตบอลโลก
ความไม่แน่นอนในอดีตและอิทธิพลของอาโมริม
อนาคตของแฟร์นันด์สไม่ได้มั่นคงเสมอไป โดยเฉพาะหลังจากการให้สัมภาษณ์ที่สร้างความฮือฮา ซึ่งเขาเคยบอกว่า ผู้บริหารยูไนเต็ดอาจพร้อมปล่อยตัวเขา “สโมสรต้องการให้ผมย้ายออก ผมบอกกับผู้อำนวยการว่า ผมคิดว่าพวกเขาไม่มีความกล้าพอจะตัดสินใจแบบนั้น เพราะผู้จัดการทีมต้องการให้ผมอยู่ต่อ แต่ถ้าผมพูดว่าผมอยากย้าย แม้ผู้จัดการทีมอยากให้ผมอยู่ สโมสรคงปล่อยผมแน่” แฟร์นันด์สเคยกล่าวกับสถานี Canal 11
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่แคร์ริงตันเปลี่ยนไปอย่างมากตั้งแต่ตอนนั้น อดีตกุนซือรูเบน อาโมริม มีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวให้แฟร์นันด์สอยู่ต่อ และไมเคิล คาร์ริก ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันก็ต้องการให้กัปตันของเขายังเป็นศูนย์กลางของทีมเช่นเดิม
สถิติที่สร้างประวัติศาสตร์
นับตั้งแต่ย้ายมาจากสปอร์ติง ซีพี ในเดือนมกราคม 2020 แฟร์นันด์สได้กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทำผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรยุคใหม่ โดยทำไปแล้ว 107 ประตู และ 108 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 327 นัด ผลงานของเขายังคงยอดเยี่ยมแม้อายุเพิ่มขึ้น โดยฤดูกาลที่ผ่านมา เขาทำ 21 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในฤดูกาลเดียว แซงหน้าสถิติเดิมของเธียร์รี อองรี และเควิน เดอ บรอยน์
ฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเขายังต่อเนื่องไปถึงทีมชาติในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก โดยในเกมที่โปรตุเกสถล่มอุซเบกิสถาน 5-0 เขาทำแอสซิสต์ให้คริสเตียโน โรนัลโดยิงประตูที่สองของเกม ถือเป็นผลงานโดดเด่นอีกครั้งในเวทีระดับนานาชาติ