SDG ปี 2569 ไทยคงอันดับ 43 ของโลก ครองอันดับ 1 อาเซียนปีที่ 8
June 26, 2026 03:48 PM

Sustainable Development Solutions Network (SDSN) เผยแพร่ รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Report) และ SDG Index ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นการจัดทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 นับตั้งแต่เริ่มเผยแพร่ครั้งแรกในปี 2558 โดยปีนี้ใช้ธีม "Implementing Sustainable Development: 2030 and Beyond" หรือ "จากแผนสู่การปฏิบัติ: การขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่ปี 2030 และทิศทางในอนาคต"
รายงานฉบับนี้รวบรวมข้อมูลความก้าวหน้าและอุปสรรคของการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค พร้อมข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อเร่งการดำเนินงานในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนครบกำหนดวาระปี 2030 รวมถึงการวางรากฐานสำหรับกรอบการพัฒนาหลังปี 2030
6 ประเด็นสำคัญของรายงาน SDG ปี 2569
รายงานสรุปสถานการณ์ SDGs ระดับโลกไว้ 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
ประเทศส่วนใหญ่ยังสนับสนุน SDGs
ในปี ค.ศ. 2025 มี 170 จาก 193 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ สนับสนุนมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีเพียง อาร์เจนตินาและสหรัฐอเมริกา ที่ลงคะแนนคัดค้านมติที่เกี่ยวข้องกับกรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

เอเชียตะวันออกและเอเชียใต้มีความก้าวหน้ามากที่สุด

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ยังคงเป็นภูมิภาคที่มีความก้าวหน้าในการขับเคลื่อน SDGs สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2015 โดยอินเดียขยับอันดับดีขึ้น 18 อันดับ และจีนดีขึ้น 14 อันดับ ขณะที่ฟินแลนด์ยังครองอันดับ 1 ของโลก ตามด้วยสวีเดนและเดนมาร์ก อย่างไรก็ตาม ประเทศกลุ่มผู้นำยังเผชิญความท้าทายด้าน SDG 12 SDG 13 SDG 14 และ SDG 15 จากรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ไม่ยั่งยืน
หลายเป้าหมายยังห่างไกลจากการบรรลุ
เป้าหมายด้านเมือง สิ่งแวดล้อม ระบบเกษตรอาหาร และสันติภาพ โดยเฉพาะ SDG 11, SDG 14, SDG 15 และ SDG 16 ยังมีแนวโน้มออกนอกลู่ทางสู่การบรรลุเป้าหมาย ขณะที่ตัวชี้วัดที่ยังล่าช้า ได้แก่ การเกษตรที่ยั่งยืน อัตราโรคอ้วน เสรีภาพสื่อ และดัชนีคอร์รัปชัน ส่วนตัวชี้วัดที่มีความก้าวหน้า ได้แก่ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การลดการติดเชื้อ HIV และการเข้าถึงไฟฟ้า
บาร์เบโดสนำด้านพหุภาคีนิยม ส่วนสหรัฐฯ รั้งท้าย
บาร์เบโดสครองอันดับ 1 ด้านความมุ่งมั่นต่อระบบพหุภาคีนิยมตามแนวทางของสหประชาชาติ (UN-based multilateralism: UN-Mi) ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ในอันดับสุดท้าย สะท้อนจากการถอนตัวออกจากองค์การระหว่างประเทศมากกว่า 60 แห่งในเดือนมกราคม 2026 การลงคะแนนสอดคล้องกับเสียงส่วนใหญ่ของนานาชาติเพียง 5% ในการลงมติของ UNGA ปี 2025 รวมถึงการคัดค้านวาระ SDGs ปี 2030 และความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การนำไปปฏิบัติยังเป็นความท้าทายสำคัญ

ผลสำรวจของ SDSN ใน 64 ประเทศและสหภาพยุโรป รวมถึงผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 1,000 คนจาก 127 ประเทศ พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ยังสนับสนุนให้ใช้กรอบ SDGs ต่อไปหลังปี 2030 พร้อมมองว่า การเงิน ธรรมาภิบาล วิทยาศาสตร์ และข้อมูล เป็นประเด็นที่ต้องได้รับการเสริมความเข้มแข็งมากที่สุด
เสนอ 8 แนวทางสำหรับทศวรรษถัดไป
รายงานเสนอแนวทางสำคัญ 8 ประการ ได้แก่ การยุติสงครามและปรับงบประมาณทางทหารสู่การพัฒนามนุษย์ การกำหนดกรอบเวลาดำเนินงาน SDGs ที่มีความทะเยอทะยาน การขับเคลื่อน Six Major Transformations การจัดทำแผนลงทุนระยะยาว การเสริมสร้างความร่วมมือทุกระดับ การจัดเก็บภาษีระดับโลกเพื่อสนับสนุน Global Public Goods การพัฒนากรอบธรรมาภิบาลสำหรับ AI เทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีเกิดใหม่ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ใหม่ของสหประชาชาติในเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกา
โลกยังบรรลุ SDGs ไม่ได้แม้แต่เป้าหมายเดียว
รายงานระบุว่า แม้เหลือเวลาไม่ถึง 4 ปีก่อนถึงเส้นตายปี 2030 แต่มีการคาดการณ์ว่า มีเพียงประมาณ 16% ของเป้าหมาย SDGs เท่านั้นที่จะสามารถบรรลุได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด
เมื่อพิจารณารายเป้าหมาย พบว่าโลกยังไม่สามารถบรรลุ SDGs ได้แม้แต่เป้าหมายเดียว โดยมี 5 เป้าหมาย ที่อยู่ในระดับ "ท้าทายมาก" (สีแดง) ได้แก่ SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี, SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน, SDG 14 ทรัพยากรทางทะเล, SDG 15 ระบบนิเวศบนบก และ SDG 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง ลดลงจาก 6 เป้าหมายในปีที่ผ่านมา ขณะที่อีก 10 เป้าหมายยังอยู่ในระดับท้าทาย และมีเพียง SDG 4 และ SDG 9 ที่อยู่ในระดับยังคงมีความท้าทายบางส่วน
ไทยคงอันดับ 43 ของโลก ครองแชมป์อาเซียนปีที่ 8
ปี 2569 มีการจัดอันดับทั้งหมด 169 ประเทศ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2 ประเทศ โดย 5 อันดับแรกของโลก ได้แก่ ฟินแลนด์ สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ และเยอรมนี ส่วน 5 อันดับสุดท้าย ได้แก่ ซูดาน โซมาเลีย ชาด สาธารณรัฐแอฟริกากลาง และซูดานใต้
ประเทศไทยอยู่ใน อันดับ 43 ของโลก คงอันดับจากปี 2568 มีคะแนนรวม 75.4 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.1 คะแนน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ที่ 70.5 คะแนน
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอาเซียน ไทยยังครอง อันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 (2562-2569) ตามด้วย เวียดนาม (อันดับ 58) สิงคโปร์ (อันดับ 59) อินโดนีเซีย (อันดับ 74) มาเลเซีย (อันดับ 76) ฟิลิปปินส์ (อันดับ 80) บรูไนดารุสซาลาม (อันดับ 87) กัมพูชา (อันดับ 108) ลาว (อันดับ 122) และเมียนมา (อันดับ 123)
หากเปรียบเทียบในระดับเอเชีย ไทยอยู่ใน อันดับ 3 รองจากญี่ปุ่น (อันดับ 20) และเกาหลีใต้ (อันดับ 34) และยังเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้
ไทยบรรลุ SDGs แล้ว 2 เป้าหมาย
ผลการประเมินรายเป้าหมายของไทยในปี 2569 พบว่า ไทยบรรลุเป้าหมายแล้ว 2 เป้าหมาย ได้แก่ SDG 1 ยุติความยากจน และ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งยังคงสถานะเดิมจากปี 2568
ขณะที่มี 11 เป้าหมาย อยู่ในระดับท้าทาย (สีส้ม) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3 เป้าหมาย ได้แก่ SDG 2, SDG 5, SDG 6, SDG 7, SDG 8, SDG 9, SDG 10, SDG 12, SDG 13, SDG 14 และ SDG 17 โดยในปีนี้ไม่มีเป้าหมายใดที่มีแนวโน้มบรรลุได้ แม้ SDG 5, SDG 7, SDG 9, SDG 10 และ SDG 14 จะมีแนวโน้มค่อนข้างก้าวหน้าก็ตาม
ส่วนเป้าหมายที่อยู่ในระดับ ท้าทายมาก (สีแดง) ลดลงจาก 6 เป้าหมายในปี 2568 เหลือ 4 เป้าหมาย ได้แก่ SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี, SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน, SDG 15 ระบบนิเวศบนบก และ SDG 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง ขณะที่ปีนี้ไม่มีเป้าหมายใดของไทยอยู่ในระดับ "ยังคงมีความท้าทายบางส่วน" (สีเหลือง) ซึ่งสะท้อนว่าภาพรวม SDG Index ของไทยปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน โดยจำนวนเป้าหมายที่อยู่ในระดับสีแดงลดลงเหลือ 4 เป้าหมายเท่านั้น

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.