การเปิดตัวในศึกฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2026 ของทีมชาติ เคปเวิร์ด กลายเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขาสามารถผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ แม้จะเสมอทั้งสามนัดในรอบแบ่งกลุ่ม โดยผลเสมอแบบไร้สกอร์ 0-0 กับ ซาอุดีอาระเบีย ประกอบกับชัยชนะของ สเปน ที่เฉือนชนะ อุรุกวัย 1-0 ทำให้ทีมจากแอฟริกาน้องใหม่รายนี้จบเป็นอันดับสองของกลุ่ม H ตามหลังแชมป์กลุ่มอย่างสเปน
นี่ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่เหลือเชื่อที่สุดของทัวร์นาเมนต์ เมื่อประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กที่มีประชากรเพียงราว 500,000 คน สามารถผ่านเข้ารอบจากกลุ่มที่มีอดีตแชมป์โลกอย่างสเปนและอุรุกวัยได้สำเร็จ กลายเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เข้าสู่รอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลกชาย
สามนัดสามแต้ม แต่ได้ไปต่อ
ก่อนลงสนามในเกมสุดท้ายของกลุ่ม H ทีมเคปเวิร์ดรู้ดีว่ายังมีโอกาสเข้ารอบ แต่ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับการแข่งขันอีกคู่ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในเมืองกวาดาลาฮารา ทีม “บลูชาร์กส์” ทำผลงานเกินความคาดหมายไปแล้ว หลังจากยันเสมอสเปนแบบไร้สกอร์ และตามตีเสมออุรุกวัยได้ในเกมที่จบลงด้วยสกอร์ 2-2 ซึ่งอีกหนึ่งแต้มจากการพบซาอุดีอาระเบียจะทำให้พวกเขามีสามคะแนน แต่ต้องลุ้นให้สเปนไม่แพ้ทีมของ มาร์เซโล บิเอลซา
ในสนาม ทีมเคปเวิร์ดแสดงให้เห็นถึงเกมรับที่มีวินัยอีกครั้ง โดยสามารถยันเสมอซาอุดีอาระเบียได้ 0-0 และรอข่าวจากอีกสนามอย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย ผลยืนยันจากอีกสนามว่าทีมสเปนชนะอุรุกวัย 1-0 ทำให้เกิดภาพแห่งความดีใจสุดขีดของนักเตะ ทีมงาน และแฟนบอลเคปเวิร์ดที่ต่างโผเข้ากอดกันและหลั่งน้ำตาเมื่อการเข้ารอบได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
รางวัลสำหรับผลงานอันยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่มคือการได้พบกับแชมป์โลกทีมปัจจุบันอย่าง อาร์เจนตินา ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่เมืองไมอามี วันที่ 3 กรกฎาคมนี้
สถิติหายากที่มีเพียงสามชาติเท่านั้นที่เคยทำได้
ด้วยการเสมอทั้งสามนัดในรอบแบ่งกลุ่มแต่ยังสามารถผ่านเข้ารอบได้ ทำให้เคปเวิร์ดกลายเป็นหนึ่งในสี่ชาติในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ทำได้เช่นนี้ ก่อนหน้านี้มีเพียงสามชาติเท่านั้นที่เคยผ่านเข้ารอบในลักษณะนี้ ได้แก่
ขณะที่ แคเมอรูน เคยเสมอทั้งสามนัดในฟุตบอลโลกปี 1982 แต่ไม่สามารถผ่านเข้ารอบได้ เช่นเดียวกับ นิวซีแลนด์ ที่ทำได้สามแต้มจากสามนัดในปี 2010 แต่ต้องตกรอบเช่นกัน
นอกจากนี้ เคปเวิร์ดยังเป็นชาติแรกที่สามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มในการเข้าร่วมฟุตบอลโลกครั้งแรก นับตั้งแต่ สโลวาเกีย ในปี 2010 และยังเป็นทีมหน้าใหม่ทีมแรกที่ไม่แพ้ใครในรอบแบ่งกลุ่มนับตั้งแต่การสร้างชื่อของ เซเนกัล ในปี 2002 อีกด้วย
โวซินญา นายทวารตัวเก๋าโชว์ฟอร์มสุดเหนียว
ความสำเร็จของเคปเวิร์ดส่วนใหญ่มาจากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของผู้รักษาประตูมากประสบการณ์วัย 40 ปี โวซินญา ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในดาวเด่นของทัวร์นาเมนต์ เขาโชว์ฟอร์มเหนียวอีกครั้งในเกมกับซาอุดีอาระเบีย โดยป้องกันลูกโหม่งอันตรายของ โมฮัมเหม็ด กันโน ในช่วงทดเวลาครึ่งแรก ก่อนจะพุ่งเซฟลูกยิงของ โมฮัมเหม็ด อาบู อัล-ชามัต ใน นาทีที่ 66 และในช่วงทดเวลานาทีที่ 92 ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่สุด เขายังสามารถป้องกันประตูจาก อับดุลลาห์ อัล-ฮัมดาน ได้อีกครั้ง
ผลงานของเขาตลอดทัวร์นาเมนต์ได้รับความสนใจจากทั่วโลก จนทำให้จำนวนผู้ติดตามบนอินสตาแกรมเพิ่มขึ้นมากกว่า 16 ล้านคนในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้
ในเกมนัดนี้ แม่ของเขา อานา คานดิดา เอโวรา นั่งชมอยู่ในห้องรับรองสุดหรู พร้อมโบกธงเล็กของเคปเวิร์ดตลอดการแข่งขัน โดยนี่เป็นเพียงครั้งที่สองที่เธอได้ชมลูกชายเล่นในสนาม หลังจากที่ถูกปัญหาวีซ่าขัดขวางไม่ให้เข้าชมเกมที่โวซินญาทำผลงานสุดยอดในการเซฟถึงเจ็ดครั้งในเกมเสมอสเปนก่อนหน้านี้
จากทีมรองบ่อนสู่ผู้ล้มยักษ์ในฟุตบอลโลก
ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ แทบไม่มีใครคาดคิดว่าเคปเวิร์ดจะสามารถเอาตัวรอดจากกลุ่มที่ประกอบด้วยสเปน อุรุกวัย และซาอุดีอาระเบียได้ แต่พวกเขากลับจบในฐานะทีมไร้พ่าย ด้วยการหยุดยั้งอดีตแชมป์โลกถึงสองทีม และกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลโลกหนนี้
สเปนครองแชมป์กลุ่ม H ด้วยคะแนน 7 แต้ม จากชัยชนะเหนือซาอุดีอาระเบียและอุรุกวัย หลังจากเสมอเคปเวิร์ดในนัดเปิดสนาม ส่วนทีม “บลูชาร์กส์” เก็บได้ 3 แต้มจากสามนัด และคว้าอันดับสองเหนืออุรุกวัยกับซาอุดีอาระเบีย เพื่อเดินหน้าต่อในเส้นทางประวัติศาสตร์ของพวกเขา
คู่ต่อสู้รายต่อไปคือทีมแชมป์โลกปัจจุบันอย่างอาร์เจนตินา ซึ่งมี ลิโอเนล เมสซี นำทัพ แม้จะเป็นรองอย่างเห็นได้ชัดในทางทฤษฎี แต่เคปเวิร์ดได้พิสูจน์แล้วว่าชื่อเสียงไม่สามารถตัดสินผลการแข่งขันได้เมื่อเสียงนกหวีดเริ่มต้นขึ้น