ทีมชาติเคปเวิร์ดซึ่งลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก ยังคงสานต่อเทพนิยายของพวกเขาในวันศุกร์ หลังจากเสมอกับทีมชาติซาอุดีอาระเบีย 0-0 ทำให้คว้าตั๋วเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก และเตรียมพบกับทีมแชมป์เก่าอย่างอาร์เจนตินาในเมืองไมอามี
ผลการแข่งขันอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน สเปนเอาชนะอุรุกวัย 1-0 เก็บได้ 7 คะแนน คว้าแชมป์กลุ่มไปครอง ส่วนเคปเวิร์ดเก็บได้ 3 คะแนนจากการเสมอทั้งสามนัด เข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม ขณะที่อุรุกวัยและซาอุดีอาระเบียตกรอบโดยมีเพียงทีมละ 2 คะแนน
หลังเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น นักเตะและทีมงานของเคปเวิร์ดต่างรวมกลุ่มกันดูผลการแข่งขันอีกคู่บนโทรศัพท์ ก่อนจะระเบิดเสียงเฮด้วยความดีใจเมื่อผลการแข่งขันยืนยันว่าพวกเขาผ่านเข้ารอบ แฟนบอลของทีมต่างตีกลองและส่งเสียงเชียร์อย่างดังกึกก้องตลอดทั้งคืน
ผู้เล่นหลายคนยังคงอยู่ในสนามฮิวสตัน หลังแฟนบอลส่วนใหญ่เดินออกไปแล้ว พวกเขาถ่ายรูป โบกธงชาติ และซึมซับช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของประเทศที่มีประชากรราว 500,000 คน
เกมนี้ถือว่าขาดความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย โดยเคปเวิร์ดเป็นฝ่ายที่มีโอกาสทำประตูมากกว่า แต่ไม่สามารถจบสกอร์ได้ โดยเฉพาะจังหวะที่ลาโรส ดูอาร์เต หลุดเดี่ยวแต่ยิงพลาดไปอย่างน่าเสียดายเมื่อดวลกับผู้รักษาประตูโมฮัมเหม็ด อาโลไวส์
ทั้งสองทีมเริ่มเกมด้วยความมุ่งมั่น เนื่องจากต่างรู้ว่ามีโอกาสเข้าสู่รอบ 32 ทีม แต่เกมในครึ่งแรกเต็มไปด้วยการจ่ายบอลผิดพลาดและเข้าปะทะไม่ตรงจังหวะ ทำให้ยังไม่มีทีมใดสร้างโอกาสชัดเจนได้มากนัก
โอกาสแรกของเกมมาถึงจากวิลลี เซเมโด ที่ลากตัดจากฝั่งซ้ายก่อนซัดจากมุมแคบ แต่ไม่ผ่านมือผู้รักษาประตู ขณะที่เคปเวิร์ดค่อย ๆ ครองเกมได้มากขึ้นหลังจากช่วงต้นที่ยังระวังตัวกันทั้งสองฝ่าย
ซาอุดีอาระเบียมีโอกาสยิงเข้ากรอบครั้งแรกในช่วงทดเวลาครึ่งแรก เมื่อโมฮัมเหม็ด คันโน โหม่งตรงตัวโวซินญา ผู้รักษาประตูของเคปเวิร์ด ซึ่งมีคุณแม่มาชมเกมในสนามหลังจากเดินทางมาช้าด้วยเหตุผลด้านค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าสหรัฐฯ
ครึ่งหลัง เคปเวิร์ดยังคงเป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่องและสร้างโอกาสได้ถึง 15 ครั้ง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียแทบไม่มีจังหวะบุกตอบโต้
ซาอุดีอาระเบียต้องจบเส้นทางในฟุตบอลโลกครั้งนี้อย่างน่าผิดหวัง โดยทำได้เพียง 1 ประตูจาก 3 นัด และไม่สามารถสร้างความกดดันให้คู่แข่งได้มากนักในเกมที่ฮิวสตัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการขาดความทะเยอทะยานของทีม