อย่าพลาดทุกช่วงเวลาของศึกฟุตบอลโลก
บรูโน่ กิมาไรส์ กำลังแสดงให้เห็นผ่านผลงานในฟุตบอลโลกกับทีมชาติบราซิลว่าทำไมเขาถึงเป็นการเสริมทัพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอาร์เซนอล – แต่ไม่ได้หมายความว่าปืนใหญ่ควรจะละเลย มาร์ติน โอเดการ์ด ดาวเตะชาวนอร์เวย์ของพวกเขา
แฟนบอลอาร์เซนอลจะมีเหตุผลให้ติดตามเป็นพิเศษในเกมระหว่างบราซิลกับนอร์เวย์ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2026 โดยแม้ว่าความสนใจส่วนใหญ่ก่อนเริ่มเกมวันอาทิตย์จะมุ่งไปที่สองดาวเด่น วินิซิอุส จูเนียร์ และ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ แต่ประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการดวลกันระหว่างสองกองกลางที่เป็นปัจจุบันและอาจเป็นอนาคตของอาร์เซนอล
สองผู้เล่นที่สร้างสรรค์เกมได้ยอดเยี่ยมที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ บรูโน่ กิมาไรส์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด เตรียมลงสนามเผชิญหน้ากันที่นิวเจอร์ซีย์ ซึ่งการดวลกันของทั้งคู่มีแนวโน้มว่าจะเป็นปัจจัยชี้ขาดในเกมที่ดูสูสีบนกระดาษ แม้บราซิลจะมีชื่อชั้นเหนือกว่า
แม้การแข่งขันชิงรองเท้าทองคำจะได้รับความสนใจมากที่สุด แต่ทั้งบรูโน่ (4 แอสซิสต์) และโอเดการ์ด (3 แอสซิสต์) ต่างติดอันดับท็อปไฟว์ในรายการผู้จ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยมี มิเชล โอลีเซ่ จากฝรั่งเศส นำอยู่ที่ 5 แอสซิสต์
การพบกันในรอบ 16 ทีมระหว่างบราซิลและนอร์เวย์เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการยื่นข้อเสนอจากอาร์เซนอลเพื่อคว้าตัวมิดฟิลด์ตัวเก่งของนิวคาสเซิลที่มีมูลค่า 65 ล้านปอนด์ (87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งกำลังพิสูจน์ให้เห็นในอเมริกาเหนือว่าเขาสามารถยกระดับแดนกลางของปืนใหญ่ได้ไม่แพ้โอเดการ์ด
พิสูจน์เสียงวิจารณ์
โอเดการ์ดเคยถูกตั้งคำถามในระดับสโมสรเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยมีทั้งนักวิเคราะห์และแฟนบอลบางส่วนของอาร์เซนอลเรียกร้องให้เขาถูกดร็อปหรือแม้แต่ขายออกไปในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งถือว่าน่าประหลาดใจไม่น้อยเพราะเขาเป็นกัปตันทีมที่พาทีมคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 22 ปี
คำวิจารณ์ส่วนใหญ่มาจากมุมมองที่ว่าโอเดการ์ดมักเลือกเล่นปลอดภัยเกินไปในบทบาทหมายเลข 10 และปล่อยให้เกมผ่านไปโดยไม่สร้างอิทธิพลมากนัก แม้จะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แต่เขายังจบฤดูกาลด้วยผลงาน 7 แอสซิสต์จาก 24 นัดในพรีเมียร์ลีก
อย่างไรก็ตาม ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โอเดการ์ดได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของเขาอีกครั้ง โดยเล่นอย่างอิสระไม่ต้องแบกรับความกดดันจากการไล่ล่าความสำเร็จในระดับสโมสร เขาโชว์ฟอร์มโดดเด่นใน 3 นัดแรก และน่าจะเพียงพอที่จะทำให้เสียงวิจารณ์เงียบลง รวมถึงทำให้สโมสรคิดใหม่เกี่ยวกับการขายเขา
จอมสร้างสรรค์เกม
กัปตันทีมชาตินอร์เวย์ทำไปแล้ว 3 แอสซิสต์จาก 3 นัดในทวีปอเมริกาเหนือ โดยจ่ายบอลให้ ลีโอ ออสตีการ์ด โหม่งทำประตูจากลูกเตะมุมในเกมกับอิรัก แทงทะลุช่องให้ฮาแลนด์ยิงในเกมกับเซเนกัล และจ่ายให้ อันโตนิโอ นูซา ก่อนยิงสุดสวยใส่ไอวอรีโคสต์
ผลงานดังกล่าวทำให้โอเดการ์ดกลายเป็นนักเตะชายคนที่ 3 ที่ทำแอสซิสต์ได้ใน 3 เกมฟุตบอลโลกแรกของเขาติดต่อกัน นับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติในปี 1966 และเป็นคนแรกที่ทำได้ 3 นัดติดในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ เดิร์ก เคาต์ ในปี 2010 ตามรายงานของ Opta ในเกมรอบ 32 ทีมกับไอวอรีโคสต์ เขาสัมผัสบอลถึง 90 ครั้งและจ่ายบอลไปข้างหน้าถึง 18 ครั้ง มากที่สุดในสนาม
สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับแข้งวัย 27 ปีในสีเสื้อทีมชาติ แม้จะพลาดลงเล่นในรอบคัดเลือก 3 นัดจาก 8 นัดเพราะอาการบาดเจ็บ เขายังทำไปถึง 7 แอสซิสต์ รวมถึง 3 แอสซิสต์ในเกมเดียวกับอิสราเอล ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดในยุโรป
ฮีโร่ที่ไม่ถูกพูดถึง
บรูโน่ กิมาไรส์ เริ่มต้นฟุตบอลโลกในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน แม้เขาอาจไม่ได้มีเทคนิคหรือชื่อเสียงเท่าตำนานรุ่นก่อนของทีมชาติบราซิล แต่กัปตันนิวคาสเซิลรายนี้ได้กลายเป็นผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของทีมในทัวร์นาเมนต์นี้
เขาทำไป 4 แอสซิสต์ มากกว่าโอเดการ์ดหนึ่งครั้ง โดยจ่ายให้วินิซิอุสยิงตีเสมอมาร็อกโก จ่ายอีกครั้งให้เขาโหม่งใส่สกอตแลนด์ ก่อนจะเลี้ยงฝ่าแนวรับไปจ่ายให้ มาธิอัส กุนญ่า ยิงเข้า และยังทำแอสซิสต์ที่สี่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 96 ให้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ยิงประตูชัยใส่ญี่ปุ่นในรอบ 32 ทีมสุดท้าย
จากนั้น กิมาไรส์กลายเป็นนักเตะคนที่ 4 ที่ทำแอสซิสต์ 4 ครั้งในฟุตบอลโลกศตวรรษที่ 21 ต่อจาก มิชาเอล บัลลัค (2002), ฟรานเชสโก ต็อตติ (2006) และ ฮวน กวาดราโด้ (2014) แม้ต่อมาจะมี มิเชล โอลีเซ่ ทำได้เท่ากัน นอกจากนี้เขายังสร้างโอกาสได้มากเป็นอันดับ 3 ของมิดฟิลด์ทั้งหมดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ (9 ครั้ง) และวิ่งรวมระยะถึง 44.4 กิโลเมตร เทียบเท่าการวิ่งมาราธอนตลอด 4 นัดแรก
นักเตะคนสำคัญที่สุด
คาร์โล อันเชล็อตติ ผู้จัดการทีมชาติบราซิล ยอมรับถึงความสำคัญของกิมาไรส์ในทีม โดยกล่าวหลังเกมชนะญี่ปุ่นว่า “บรูโน่เป็นผู้เล่นที่สำคัญมาก เขามีความสม่ำเสมอสูง ทั้งในเกมรับและเกมรุก เขาทำแอสซิสต์ได้อย่างยอดเยี่ยม และผมดีใจมากเพราะเขาเป็นคนที่มีหัวใจใหญ่”
เอมิล คราฟธ์ อดีตเพื่อนร่วมทีมที่นิวคาสเซิล กล่าวเสริมว่า “เขาคือนักเตะที่สำคัญที่สุดในทีม เขาควบคุมเกมได้ดีทั้งด้านร่างกายและเทคนิค ผมหวังว่านิวคาสเซิลจะรั้งเขาไว้ได้ แต่ก็ไม่แปลกที่มีข่าวลือมากมาย เพราะเขาโชว์ฟอร์มดีในฟุตบอลโลกและฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม”
การย้ายทีมที่ชาญฉลาด
คำถามใหญ่ในตอนนี้คือ นิวคาสเซิลจะสามารถรั้งกัปตันทีมของพวกเขาไว้ได้หรือไม่ เพราะกิมาไรส์กำลังยกระดับชื่อเสียงของเขาในฐานะหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลก โดยรายงานในเดือนมิถุนายนระบุว่าอาร์เซนอลเคยยื่นข้อเสนอไม่เป็นทางการราว 55 ล้านปอนด์ (73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แต่โดนปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าตัวนักเตะเองเริ่มเปิดใจย้ายทีม
สถานการณ์ของนิวคาสเซิลยิ่งยากขึ้นเมื่อกิมาไรส์อยู่ในแคมป์ทีมชาติร่วมกับนักเตะอาร์เซนอลอย่าง มาร์ติเนลลี่ และ กาเบรียล มากัลเญส ที่อาจโน้มน้าวใจเขาได้ ขณะเดียวกันนิวคาสเซิลยังไม่ได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้า หลังจบอันดับ 12 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26
มีรายงานว่าอาร์เซนอลเชื่อว่าข้อเสนอเพิ่มเป็น 65 ล้านปอนด์ (87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) น่าจะเพียงพอให้ดึงตัวเขามาจากถิ่นเซนต์เจมส์พาร์ก เนื่องจากสัญญาของเขาเหลืออีกเพียง 2 ปี และเขาใกล้จะอายุ 29 ปีแล้ว ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างท็อตแนมที่กำลังจะใช้เงิน 100 ล้านปอนด์ (133 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อซื้อ ซานโดร โตนาลี เพื่อนร่วมทีมของเขาที่นิวคาสเซิล ซึ่งมีศักยภาพด้อยกว่า
อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายโตนาลีและการปล่อย แอนโธนี่ กอร์ดอน ให้บาร์เซโลนาในราคา 69 ล้านปอนด์ (93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) อาจทำให้นิวคาสเซิลไม่จำเป็นต้องขายนักเตะเพิ่มเติม
ความเป็นไปได้ที่น่าตื่นเต้น
แฟนบอลอาร์เซนอลจึงมีเหตุผลพิเศษในการติดตามเกมรอบ 16 ทีมของฟุตบอลโลกครั้งนี้ เพราะจะได้เห็นกัปตันทีมของพวกเขาดวลกับผู้เล่นที่อาจกลายมาเป็นแรงเสริมสำคัญในแดนกลาง
ปืนใหญ่ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งที่จะป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าอยู่แล้ว แต่การได้กิมาไรส์มาเสริมทัพอาจทำให้พวกเขาเข้าใกล้ความสำเร็จมากยิ่งขึ้น การคว้า มาร์ติน ซูบีเมนดี เมื่อซัมเมอร์ก่อนถือเป็นดีลที่ดี แต่การมีบรูโน่ร่วมกับ เดแคลน ไรซ์ และ โอเดการ์ด ในแดนกลางถือเป็นอีกระดับหนึ่ง
สามคนนี้ถือเป็นการผสมผสานที่น่าตื่นตาตื่นใจ ไรซ์จะคงบทบาทกองกลางตัวรับที่วิ่งเชื่อมเกม บรูโน่จะช่วยทั้งเกมรับและสร้างสรรค์เกมในตำแหน่งหมายเลข 8 ส่วนโอเดการ์ดจะมีอิสระในการสร้างเกมรุกโดยไม่ต้องแบกรับแรงกดดันจากภารกิจพาทีมคว้าแชมป์ลีก
แม้บางคนอาจคิดว่าการมาของบรูโน่จะทำให้โอเดการ์ดหมดอนาคตในถิ่นเอมิเรตส์ แต่ทั้งคู่กำลังพิสูจน์ในฟุตบอลโลกว่าพวกเขาสามารถเป็นส่วนสำคัญของอนาคตอาร์เซนอล ภายใต้การนำของ มิเกล อาร์เตต้า ที่กำลังสร้างยุคทองแห่งความยิ่งใหญ่ในประเทศ