กระทรวงการคลังยกระดับมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ออกระเบียบใหม่ใช้ระบบประเมินผลผู้รับเหมางานก่อสร้าง พร้อมใช้มาตรการ "ตัดแต้มความเสียหาย" ควบคู่กับการปรับลดระดับชั้น ระงับการเข้าประมูลงาน และเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียนในกรณีร้ายแรง หวังยกระดับคุณภาพงานก่อสร้าง ลดปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานและเสนอราคาต่ำแต่ขาดศักยภาพ หลังพบเพียงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีผู้รับเหมาทิ้งงานแล้ว 458 ราย
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง ได้ออก ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569 เพื่อกำหนดระบบประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่รับงานจากภาครัฐ รวมถึงกำหนดมาตรการลงโทษผู้รับเหมาที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญา ไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาช่าง หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
เริ่มใช้กับงานก่อสร้างตั้งแต่ 5 ล้านบาท
ระเบียบฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับกับโครงการก่อสร้างที่มีมูลค่าสัญญาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ของ 6 หน่วยงานหลัก ได้แก่
กรมชลประทาน
กรมทางหลวง
กรมทางหลวงชนบท
กรมเจ้าท่า
กรมทรัพยากรน้ำ
กรมโยธาธิการและผังเมือง
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมงานก่อสร้างอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน และโครงการก่อสร้างทุกประเภทที่มีมูลค่าสัญญาตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป สำหรับโครงการที่เผยแพร่ประกาศเชิญชวนและลงนามสัญญาตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
ใช้ระบบ "ตัดแต้ม" วัดผลงานผู้รับเหมา
สาระสำคัญของระเบียบ คือ การกำหนด คะแนนความเสียหาย (Penalty Score) เพื่อใช้ประเมินผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการใน 2 ช่วง ได้แก่ ระหว่างการก่อสร้าง และช่วงรับประกันความชำรุดบกพร่อง
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง
ตัวอย่างเกณฑ์การให้คะแนนความเสียหาย ได้แก่
ถูกบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) ได้ 60 คะแนน
ปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาช่าง หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิต ได้ 60 คะแนน
กรณีส่งผลให้เกิดอันตรายสาหัส ได้ 30 คะแนน
คะแนนดังกล่าวจะถูกสะสมเพื่อใช้พิจารณาบทลงโทษในลำดับต่อไป
คะแนนถึงเกณฑ์ ถูกแบนประมูลงานรัฐสูงสุด 720 วัน
หากผู้รับเหมามีคะแนนความเสียหายสะสมถึงเกณฑ์ที่กำหนด จะถูก ระงับการยื่นข้อเสนอและระงับการลงนามในสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ในโครงการใหม่ โดยกำหนดระยะเวลาสูงสุด 720 วัน
กรณีผู้ประกอบการเคยถูกระงับสิทธิภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี และกระทำผิดซ้ำ จะนำระยะเวลาที่เคยถูกลงโทษมาหักออกจากโทษครั้งใหม่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
เปิดช่องอุทธรณ์ภายใน 7 วัน
ผู้ประกอบการสามารถยื่นอุทธรณ์ผลการประเมินต่อหน่วยงานของรัฐได้ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับแจ้งผลผ่านระบบ e-GP
สำหรับคะแนนความเสียหาย กรมบัญชีกลางจะลบออกเมื่อครบ 2 ปี นับจากวันที่ประกาศเผยแพร่คะแนน แต่หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า ผู้ประกอบการไม่ได้เป็นฝ่ายกระทำผิด หน่วยงานของรัฐจะต้องลบคะแนนดังกล่าวออกทันที
คะแนนสะสม 120 แต้ม ลดชั้น-หนักสุดเพิกถอนทะเบียน
ระเบียบฉบับใหม่ยังกำหนดให้ผู้ประกอบการที่มีคะแนนความเสียหายสะสม ตั้งแต่ 120 คะแนนขึ้นไป ถูกปรับลดระดับชั้นผู้ประกอบการครั้งละ 1 ระดับ ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยมีโทษสูงสุด 1,440 วัน
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาลงโทษ ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอกลับคืนระดับชั้นเดิมได้ แต่ต้องผ่านหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตามปกติ
ในกรณีร้ายแรง เช่น ผู้รับเหมาที่ถูกลดระดับจนอยู่ชั้นต่ำสุดแล้ว หรือกรณีปฏิบัติงานต่ำกว่ามาตรฐานวิชาช่างหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จะถูก เพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบการอย่างไรก็ตาม สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนใหม่ได้เมื่อพ้นระยะเวลา 2 ปี
ออกแนวปฏิบัติรองรับระบบใหม่
เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน กรมบัญชีกลางได้ออกประกาศและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
หลักเกณฑ์การปรับลดระดับชั้น การกลับคืนระดับชั้น และการเพิกถอนรายชื่อผู้ประกอบการ ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2569
แนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและผู้ประกอบการ ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัย ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.4/ว 506
แนวทางการประเมินผลผ่านระบบ e-GP ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0433.4/ว 507 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2569
หวังแก้ปัญหาเสนอราคาต่ำ-ทิ้งงานซ้ำซาก
นางแพตริเซีย กล่าวว่า ระบบประเมินผลผู้ประกอบการครั้งนี้จะช่วยให้หน่วยงานของรัฐสามารถคัดเลือกผู้รับเหมาที่มีศักยภาพและมีประวัติการทำงานที่ดี ลดปัญหาการเสนอราคาต่ำเพื่อชนะการประมูล แต่ไม่สามารถดำเนินงานได้ตามมาตรฐานหรือไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามสัญญา
นอกจากนี้ ยังเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันผู้รับเหมาที่มีประวัติก่อให้เกิดความเสียหายกลับเข้ามารับงานภาครัฐซ้ำ ช่วยลดความเสี่ยงปัญหาทิ้งงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ
ทั้งนี้ ข้อมูลของกรมบัญชีกลางระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-2 กรกฎาคม 2569 มีผู้รับเหมาถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้ทิ้งงานแล้ว 458 ราย แบ่งเป็น นิติบุคคล 206 ราย และ บุคคลธรรมดา 252 ราย สะท้อนว่าปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานยังเป็นความท้าทายสำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งแก้ไขผ่านมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น