EU ปรับกฎสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า เพิ่มผลิตภัณฑ์ปาล์มบางชนิด
July 14, 2026 05:51 PM

คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ประกาศปรับปรุงกฎหมายป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation: EUDR) โดยกำหนดให้ ผลิตภัณฑ์อนุพันธ์น้ำมันปาล์มบางประเภท อยู่ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2027 ขณะที่ เครื่องหนังและผลิตภัณฑ์หนังโค จะได้รับการยกเว้นจากกฎหมายดังกล่าว
กฎหมาย EUDR กำหนดให้บริษัทที่จำหน่ายสินค้าเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป เช่น ถั่วเหลือง กาแฟ เนื้อวัว และน้ำมันปาล์ม ต้องแสดงหลักฐานว่าสินค้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า
ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปได้เลื่อนการบังคับใช้กฎหมายออกไป 2 ปี หลังเผชิญเสียงคัดค้านจากบราซิล อินโดนีเซีย และสหรัฐฯ ซึ่งเห็นว่าการปฏิบัติตามกฎระเบียบจะเพิ่มต้นทุนและกระทบต่อการส่งออกมายังยุโรป

เพิ่มอนุพันธ์น้ำมันปาล์ม-กาแฟสำเร็จรูป เข้าบัญชีควบคุม

ภายใต้การปรับปรุงครั้งล่าสุด คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดให้ อนุพันธ์น้ำมันปาล์มที่ใช้ผลิตสารโอเลโอเคมี (Oleochemicals) อยู่ภายใต้กฎหมาย EUDR สำหรับสารโอเลโอเคมีเป็นสารประกอบที่ได้จากไขมันและน้ำมันธรรมชาติ ซึ่งถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น สี ยา สารหล่อลื่น และวัตถุเจือปนอาหาร นอกจากนี้ กาแฟสำเร็จรูป (Instant Coffee) และ ลิ้นวัวแช่แข็ง ก็ถูกเพิ่มเข้ามาอยู่ในรายการสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่นกัน โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2027

ถอดเครื่องหนังออกจากกฎหมาย หลังอุตสาหกรรมล็อบบี้

ในอีกด้านหนึ่ง คณะกรรมาธิการยุโรปยืนยันว่าจะถอด เครื่องหนัง หนังโคและหนังสัตว์ ยางรถยนต์หล่อดอกใหม่ เมล็ดถั่วเหลืองสำหรับเพาะปลูก รวมถึงสินค้าบางประเภท เช่น เบาะรถยนต์ ออกจากรายการสินค้าที่อยู่ภายใต้กฎหมาย
การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะของอุตสาหกรรมเครื่องหนัง ซึ่งให้เหตุผลว่า เครื่องหนังเป็นเพียงผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ จึงไม่ได้เป็นปัจจัยที่กระตุ้นการเลี้ยงโคซึ่งนำไปสู่การตัดไม้ทำลายป่า อย่างไรก็ตาม กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเห็นต่าง โดยเรียกร้องให้เครื่องหนังยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายดังกล่าว

EU ปรับระบบไอที รองรับการบังคับใช้กฎหมาย

พร้อมกันนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังเผยแพร่การปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ที่ภาคธุรกิจต้องใช้เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย EUDR
เมื่อปีที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปเคยระบุว่า ความพร้อมของระบบดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายออกไปอีก 1 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.