แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจพลาดเป้าหมายในแดนกลางอีกครั้ง เมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเร่งเจรจาคว้าตัว อัยยูบ์ บูอัดดี ดาวรุ่งพรสวรรค์สูงของ ลีลล์ ตามรายงานจาก เดวิด ออร์นสตีน
แม้เพิ่งประกาศเลือกลงเล่นให้ทีมชาติโมร็อกโกอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนก่อนศึกฟุตบอลโลก หลังจากเคยสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี บูอัดดี กลับกลายเป็นหนึ่งในดาวเด่นของทัวร์นาเมนต์ในทวีปอเมริกาเหนือ เขาถูกมอบหมายให้เผชิญหน้ากับแผงกองกลางบราซิลที่มีทั้ง คาเซมิโร่ และ บรูโน่ กีมาไรส์ ในเกมเปิดสนามของทีมสิงโตแห่งแอตลาส และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเกินวัย 18 ปีของเขา
ในเกมนั้น โมร็อกโกเล่นได้เหนือกว่าบราซิลอย่างชัดเจน โดยออกนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 21 ก่อนที่ วินิซิอุส จูเนียร์ จะยิงประตูสุดสวยตีเสมอในอีก 11 นาทีต่อมา แม้จะครองเกมได้แต่ทีมแชมป์แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์ 2026 ก็ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นสามแต้มได้
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่นิวยอร์กครั้งนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่า บูอัดดี พร้อมสำหรับเวทีใหญ่ เขามีทักษะทางเทคนิคและร่างกายที่สมบูรณ์แบบเกินวัย ด้วยความสูง 6 ฟุต 1 นิ้ว เขาสามารถต่อสู้ในพื้นที่กลางสนามได้อย่างแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ เขายังมีมันสมองในการเล่นฟุตบอลและความสามารถในการพาบอลไปข้างหน้า ทั้งจากการจ่ายบอลแม่นยำหรือการพลิกตัวหนีคู่แข่งได้อย่างเฉียบคม โดยรวมแล้ว เขาดูเหมือนจะเป็นมิดฟิลด์ที่มีความครบเครื่องทั้งเกมรุกและรับ ซึ่งหาได้ยากในยุคนี้
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีรายงานว่ากำลังติดตามนักเตะจากเมืองแซงลีส์อย่างใกล้ชิด หลังจากที่ทีมได้ตัว อังเดรย์ ซานโตส และ ยูริ ตีเลอม็องส์ แล้ว สโมสรยังต้องการผู้เล่นตำแหน่งหมายเลข 6 โดยธรรมชาติ ซึ่งเป็นบทบาทที่ บูอัดดี เล่นได้โดดเด่นในทีมชาติโมร็อกโก เพื่อสร้างสมดุลในแดนกลางที่มีดาวรุ่ง โคบี เมนู อยู่แล้ว
เดวิด ออร์นสตีน เปิดเผยว่า ปีศาจแดงได้ “ติดต่อ” กับทีมงานของนักเตะในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งบ่งบอกว่าความสนใจนี้อาจเพิ่มขึ้น หลังจากพลาดเป้าหมายหลักอย่าง เอลเลียต แอนเดอร์สัน และ มาเตอุส แฟร์นานเดส
กลุ่ม INEOS มองว่า แอนเดอร์สัน วัย 23 ปี เป็นตัวเลือกหลักในการแทน คาเซมิโร่ ในซัมเมอร์นี้ หลังจากตัดสินใจไม่ใช้ออปชั่นขยายสัญญาของแข้งบราซิลวัย 34 ปี อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่พร้อมทุ่มมากกว่า ทำให้พวกเขาคว้าชัย โดยน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เรียกค่าตัวสถิติสำหรับนักเตะอังกฤษเพื่อปล่อยแข้งจากเมืองวิทลีย์ เบย์ ออกจากซิตี้ กราวด์
ค่าตัวดังกล่าวเกินงบประมาณของยูไนเต็ด ทำให้ซิตี้สามารถปิดดีลมูลค่า 116 ล้านปอนด์สำหรับกองกลางทีมชาติอังกฤษได้สำเร็จ แต่ ออร์นสตีน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เรือใบสีฟ้า กำลัง “เดินหน้าอย่างจริงจัง” เพื่อคว้าตัว บูอัดดี ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็ได้เปิดการเจรจาเช่นกัน
“มิดฟิลด์วัย 18 ปีของลีลล์เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้สังเกตการณ์ทั่วยุโรปและต่างประเทศอยู่แล้ว โดยมีหลายสโมสรชั้นนำจับตาดูความก้าวหน้าของเขาและพยายามดึงตัวออกจากทีมในลีกเอิง ทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมาเพียงยืนยันถึงระดับฝีเท้าปัจจุบันและศักยภาพในอนาคตของเขา ซึ่งทำให้ความสนใจเพิ่มสูงขึ้น” ผู้สื่อข่าวจาก The Athletic กล่าว
“หนึ่งในทีมที่กระตือรือร้นที่สุดคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก 10 สมัย ที่ต้องการเซ็นสัญญากับ บูอัดดี ก่อนที่นักเตะจะตัดสินใจเรื่องอนาคต ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้”
ลีลล์ ประเมินค่าตัวของกองกลางรายนี้ไว้ที่ 85 ล้านปอนด์ โดย โอลิวิเยร์ เลแต็ง ประธานสโมสร ใช้ค่าตัวสถิติของ แอนเดอร์สัน ที่ย้ายไปยังเอติฮัด เป็นหลักฐานยืนยันว่าบูอัดดีมีมูลค่าไม่ต่างกัน หรืออาจสูงกว่านั้นด้วยซ้ำ
แนวทางหนึ่งที่ ลีลล์ พร้อมพิจารณาคือ การปล่อยให้ บูอัดดี เซ็นสัญญาย้ายทีมก่อน แล้วถูกยืมตัวกลับมาเล่นที่สต๊าด ปิแอร์-มอรัว ต่อในฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้น้อยที่ยูไนเต็ดจะยอมรับข้อตกลงนี้ ขณะที่ ออร์นสตีน ระบุว่า ซิตี้ “ต้องการให้เขาเข้าร่วมทีมทันที” เช่นกัน
ในตลาดซัมเมอร์นี้ ตัวเลือกกองกลางตัวรับมีจำกัดมาก โดยเฉพาะหลังจากที่ ออเรเลียง ชูอาเมนี ตัดสินใจอยู่กับ เรอัล มาดริด ต่อไป บูอัดดี จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งปัจจุบันและอนาคต สำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเพิ่งเสริม แอนเดอร์สัน เข้ามาในแดนกลางที่มี โรดรี อยู่แล้ว ทำให้พวกเขามีทั้งศักยภาพและงบประมาณเพียงพอในการลงทุนกับดาวรุ่งเช่นนี้ โดยมีผู้เล่นประสบการณ์สูงคอยสนับสนุน
ในฝั่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สถานการณ์ยังไม่แน่นอน แม้จะทุ่มเงินราว 85 ล้านปอนด์ไปกับ ซานโตส และ ตีเลอม็องส์ ซึ่งเป็นจำนวนเท่ากับที่ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ใช้ในการคว้า แฟร์นานเดส ไป แต่ก็ยังมีงบประมาณเหลืออยู่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าเพียงพอตามที่ ลีลล์ ต้องการหรือไม่
หากปีศาจแดงพลาดการเซ็นสัญญากับ บูอัดดี หลังจากใช้เวลาหลายเดือนในการสเกาต์และเจรจาเบื้องต้น จะถือเป็นความเสียหายไม่น้อย แต่หากเหตุผลคือเขาเลือกที่จะย้ายไปอยู่ฝั่งสีน้ำเงินของเมืองแทน ก็อาจทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงภายใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด