ทีมชาติอังกฤษกำลังเตรียมตัวเผชิญหน้ากับ ลิโอเนล เมสซี่ เป็นครั้งแรก เมื่อพวกเขาจะพบกับทีมชาติอาร์เจนตินาในรอบรองชนะเลิศของศึกฟุตบอลโลก 2026 คืนนี้
ซูเปอร์สตาร์หมายเลขหนึ่งของโลกซึ่งได้รับรางวัลบัลลงดอร์ 8 สมัย จะลงเล่นให้กับทีมชาติเป็นนัดที่ 206 ในระดับนานาชาติ และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ดวลกับทีม “สิงโตคำราม” อย่างเป็นทางการ
เมสซี่ทำประตูให้ทีมชาติอาร์เจนตินาไปแล้ว 125 ประตู และกำลังนำในการลุ้นรางวัลรองเท้าทองคำของฟุตบอลโลกครั้งนี้ เขาแสดงให้เห็นตลอดอาชีพว่าการหยุดยั้งเขานั้นเป็นงานที่แทบเป็นไปไม่ได้
อย่างไรก็ตาม อังกฤษจำเป็นต้องหาวิธีที่จะสกัดดาวยิงวัย 39 ปีรายนี้ให้ได้ หากต้องการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1966 ซึ่งเป็นปีที่พวกเขาเคยคว้าแชมป์ได้บนแผ่นดินบ้านเกิด
มาตรการที่ 1: ตัดช่องทางจ่ายบอลให้เมสซี่
สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือ เมสซี่จะสร้างปัญหาได้ก็ต่อเมื่อเขาได้รับบอล ซึ่งถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่โค้ช โธมัส ทูเคิล และทีมงานของเขาได้เน้นย้ำกับนักเตะอังกฤษก่อนการแข่งขัน โดยพวกเขาพยายามหาวิธีปิดช่องทางการส่งบอลจากแดนกลางและฟูลแบ็กของอาร์เจนตินาที่จะจ่ายให้กับเมสซี่
อาร์เจนตินามักมองหาเมสซี่ในทุกจังหวะ ไม่ว่าจะเป็นช่วงต่อบอลจากแนวหลังหรือจังหวะบุก อังกฤษจึงต้องระมัดระวังการกดดันของตนเอง โดยเฉพาะในแดนกลาง เพื่อปิดการเชื่อมต่อระหว่างเมสซี่กับเพื่อนร่วมทีมให้มากที่สุด
ผู้นำดาวซัลโวฟุตบอลโลก: ลิโอเนล เมสซี่ ยิงไปแล้ว 8 ประตู และทำอีก 2 แอสซิสต์ในทัวร์นาเมนต์นี้
มาตรการที่ 2: บังคับให้เมสซี่เล่นนอกพื้นที่อันตราย
แม้เมสซี่จะเป็นนักเตะอัจฉริยะ แต่เขาจะอันตรายน้อยกว่าหากถูกบีบให้ออกไปเล่นในมุมแคบ อังกฤษควรใช้จุดนี้ให้เป็นประโยชน์ โดยการบังคับให้เขาเล่นออกด้านข้างแทนที่จะเลี้ยงตัดเข้ากลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เขาอันตรายที่สุดมาตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา
สถิติยังแสดงให้เห็นว่า เมสซี่เดินอยู่ถึง 47 เปอร์เซ็นต์ของระยะทางรวมที่วิ่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในบรรดาผู้เล่นทั้งหมดในสนาม ดังนั้นการวางแผนให้ผู้เล่นอังกฤษทั้งฟูลแบ็ก เซ็นเตอร์แบ็ก และกองกลางผลักดันเขาออกไปนอกเขตพื้นที่อันตราย น่าจะเป็นแนวทางที่ใช้ได้ผล
สภาพอากาศในสนามแอตแลนตา สเตเดียมที่มีระบบปรับอากาศจะช่วยให้นักเตะอังกฤษสามารถไล่กดดันได้เต็มที่ ต่างจากหากต้องเล่นในไมอามีที่มีอุณหภูมิร้อนจัดซึ่งจะทำให้แผนนี้ยากขึ้นมาก
มาตรการที่ 3: หลีกเลี่ยงการเสียฟาวล์ระยะอันตราย
นอกจากเกมเปิดแล้ว เมสซี่ยังอันตรายอย่างยิ่งจากลูกตั้งเตะ ทีมชาติอังกฤษรู้ดีว่าพวกเขากำลังจะเผชิญหน้ากับนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้ดีที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้
เมสซี่ได้โชว์ความเฉียบคมจากลูกฟรีคิกในเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายที่พบกับจอร์แดน โดยเขาถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองและปั่นฟรีคิกตรงประตูปิดท้ายชัยชนะให้อาร์เจนตินา
แม้ลูกยิงนั้นจะได้ประโยชน์จากกำแพงของจอร์แดนที่เปิดช่องกว้างและการยืนตำแหน่งของผู้รักษาประตูที่ไม่ดีนัก แต่ทุกคนรู้ดีว่าเมสซี่ยิงฟรีคิกสุดสวยมามากมายในอาชีพของเขา ซึ่งเพียงพอให้ทีมสตาฟฟ์ของอังกฤษตระหนักถึงอันตรายที่เขายังมีในสถานการณ์ลูกนิ่ง
ความแม่นยำของเขาในการยิงเข้ามุมประตูที่ปล่อยว่างยังคงเฉียบคมเหมือนเดิม ดังนั้น ดีแคลน ไรซ์, จู๊ด เบลลิงแฮม, เอลเลียต แอนเดอร์สัน และผู้เล่นในแนวรับของอังกฤษทุกคน จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการเสียฟาวล์โดยไม่จำเป็นในพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษ เพราะหากอาร์เจนตินาได้ลูกฟรีคิกในระยะยิง เมสซี่จะพร้อมลงโทษทันที