สเปนสุดร้อนแรง! วิเคราะห์ผู้ชนะและผู้แพ้หลัง 'ลา โรฆา' โชว์พลังเหนือฝรั่งเศส มุ่งหน้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก
สมศักดิ์ พงษ์ไทย July 15, 2026 10:03 PM

สเปนประกาศศักดาอีกครั้งในศึกฟุตบอลโลก 2026 หลังเอาชนะฝรั่งเศสได้อย่างเหนือชั้น 2-0 ที่เมืองดัลลัส เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา แม้จะถูกมองว่าเป็นรองก่อนเกม แต่ลูกทีมของหลุยส์ เด ลา ฟวนเต้กลับโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมจนทำเอาแนวรุกชื่อดังของฝรั่งเศสอย่างคีเลียน เอ็มบัปเป้, ไมเคิล โอลิเซ และอุสมาน เดมเบเล แทบไม่มีบทบาทในเกมนี้เลย

เกมเริ่มต้นอย่างยากลำบากสำหรับทีมของดิดิเยร์ เดส์ชองส์ เมื่อผ่านไปเพียง 20 นาที ฝรั่งเศสก็เริ่มเสียสมดุลและไม่สามารถกลับเข้าสู่เกมได้อีก ขณะที่สเปนครองบอลและคุมจังหวะได้อย่างมั่นใจและสงบนิ่งตลอดทั้งเกม

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ลูกัส ดีญ แบ็กซ้ายของฝรั่งเศสพลาดอย่างไม่น่าเชื่อ หลังควบคุมลูกเปิดยาวไม่ดีและพยายามเคลียร์บอล แต่กลับเตะไปโดน ลามีน ยามาล ปีกดาวรุ่งของสเปนจนผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษ ซึ่ง มิเกล โอยาร์ซาบาล สังหารเข้าไปอย่างเฉียบขาด

ฝรั่งเศสแทบไม่มีโอกาสตอบโต้แม้จะมีแนวรุกระดับโลกอยู่ในทีม และสุดท้ายก็ต้องโดนลงโทษอีกครั้งในนาทีที่ 59 เมื่อ เปโดร ปอร์โร ทำชิ่งกับ ดานี โอลโม่ ก่อนหลุดเข้าไปยิงผ่านมือ ไมค์ เมญ็อง อย่างเฉียบคม

ไม่นานหลังจากนั้น ยามาล เกือบทำประตูสุดสวยได้อีกเมื่อเขาตัดเข้าในแล้วยิงเต็มข้อผ่านเมญ็องเข้าไป แต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากล้ำหน้า อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสไม่สามารถใช้โอกาสนั้นให้เป็นประโยชน์ และจบลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างน่าผิดหวังในรอบรองชนะเลิศ

ผู้ชนะและผู้แพ้จากเกมที่ดัลลัส...

ผู้ชนะ: โรดรี

ก่อนเกม ทุกสายตาจับจ้องไปที่แนวรุกของฝรั่งเศส แต่หลายคนอาจลืมว่าในสนามยังมีหนึ่งในกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในโลกอยู่ โรดรี จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คุมจังหวะเกมได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในจังหวะตัดบอลและสร้างเกมรุก เขาสัมผัสบอลถึง 82 ครั้ง และชนะการดวลทั้งภาคพื้นดินและกลางอากาศถึง 11 จาก 15 ครั้ง เป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ฝรั่งเศสไม่สามารถเจาะแนวรับของสเปนได้เลย ถือเป็นผลงานชั้นยอดหลังจากเจ้าตัวผ่านช่วงบาดเจ็บยาวตั้งแต่คว้ารางวัลบัลลงดอร์ปี 2024

ผู้แพ้: แนวรุกฝรั่งเศส

ก่อนเกม แนวรุกของฝรั่งเศสถูกยกให้เป็นหนึ่งในชุดที่อันตรายที่สุดในโลก ทั้งเอ็มบัปเป้, โอลิเซ และเดมเบเล ต่างอยู่ในฟอร์มร้อนแรง แต่พอถึงเวลาสำคัญกลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย เอ็มบัปเป้แทบไม่มีส่วนร่วม ขณะที่แบรดลีย์ บาร์โคลาถูกเปลี่ยนออกในครึ่งหลัง เดมเบเลก็ไร้ความเฉียบคม ส่วนโอลิเซเองก็ไม่สามารถสร้างอิทธิพลในเกมได้ จนถูกถอดออกก่อนหมดเวลา 20 นาที

แม้จะมีแนวรุกที่ทรงพลังที่สุดชุดหนึ่งในโลก แต่การไม่สามารถผลิตผลงานในเกมใหญ่เช่นนี้ถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ของฝรั่งเศส

ผู้แพ้: ดิดิเยร์ เดส์ชองส์

แม้ฝรั่งเศสยังมีเกมชิงอันดับสามให้เล่น แต่ความพ่ายแพ้นี้ถือเป็นการจบยุคของเดส์ชองส์อย่างน่าผิดหวัง ทีมที่ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งกลับถูกสเปนสอนบอลทั้งเกม แม้ตำแหน่งกุนซือของเขาจะยังปลอดภัย แต่การวิเคราะห์ความล้มเหลวในการพลาดเข้าชิงฟุตบอลโลก 3 ครั้งติดต่อกันจะต้องเข้มข้นแน่นอน และอาจถึงเวลาที่ ซีเนดีน ซีดาน จะต้องเข้ามารับช่วงต่อ

ผู้ชนะ: เปโดร ปอร์โร

ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ เปโดร ปอร์โร แบ็กขวาจากท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่กลายเป็นกำลังหลักของทีมชาติสเปนเหนือกว่า มาร์กอส ยอเรนเต และดานี การ์บาฆาล ที่ไม่ได้ติดทีม เขาไม่เพียงทำหน้าที่ป้องกันได้ดี แต่ยังโชว์ความเฉียบคมในจังหวะจบสกอร์ ยิงประตูที่สองให้ทีมในเกมนี้ ถือเป็นประตูที่สองของเขาในฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วย

ผู้แพ้: วิลเลียม ซาลีบา

วิลเลียม ซาลีบา กองหลังจากอาร์เซนอลต้องเจอกับข่าวร้าย เมื่ออาการบาดเจ็บหลังที่รบกวนมาตลอดทัวร์นาเมนต์กลับกำเริบในเกมสำคัญนี้ เขาอยู่ในสนามได้เพียงครึ่งชั่วโมงก่อนถูกเปลี่ยนออกให้ มักซ็อง ลาครัวซ์ ปราการหลังของคริสตัล พาเลซ ลงแทน อาร์เซนอลและมิเกล อาร์เตตาต่างหวังว่าอาการของเขาจะไม่รุนแรงนัก

ผู้แพ้: ลูกัส ดีญ

การต่อกรกับ ลามีน ยามาล ดูจะเป็นงานหนักสำหรับดีญตั้งแต่ก่อนเกม เพราะด้วยวัย 32 ปี เขาไม่ใช่แบ็กที่เร็วที่สุด และต้องเจอกับปีกที่คล่องตัวที่สุดคนหนึ่งของโลก สุดท้ายเขาก็พลาดเสียจุดโทษสำคัญหลังแสดงความประมาทในกรอบเขตโทษ เมื่อควบคุมบอลจากการเปิดของ มาร์ก กูกูเรญา พลาดและเตะไปโดนยามาลแทนบอล ทำให้ทีมเสียประตูแรกของเกม

ผู้ชนะ: แฮร์รี เคน

ในขณะที่อังกฤษเตรียมลงเล่นรอบรองชนะเลิศกับอาร์เจนตินาในวันพุธนี้ แฮร์รี เคน อาจกำลังเห็นโอกาสทองในการลุ้นรางวัลบัลลงดอร์ หลังเพื่อนร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิกอย่างโอลิเซ, เดมเบเล และเอ็มบัปเป้ ต่างตกรอบไปหมดแล้ว ตอนนี้คู่แข่งสำคัญของเขาอาจเหลือเพียง ลิโอเนล เมสซี เท่านั้น หากอังกฤษชนะในแอตแลนตา ความฝันของเคนที่จะเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกในรอบ 25 ปีที่คว้ารางวัลนี้อาจเป็นจริง

ผู้แพ้: บรรยากาศในสนาม

แม้จะเป็นเกมรอบรองชนะเลิศระดับบล็อกบัสเตอร์ระหว่างสองทีมที่ดีที่สุดในโลก แต่บรรยากาศในสนามดัลลัสกลับเงียบผิดคาด เสียงเชียร์จากแฟนบอลประปรายเท่านั้นที่ได้ยิน สาเหตุหนึ่งอาจมาจากราคาตั๋วที่สูงเกินเอื้อมและระยะทางที่แฟนบอลยุโรปต้องเดินทางข้ามทวีป ทำให้แมตช์ใหญ่ระดับนี้กลับดูเหมือนเกมอุ่นเครื่องไร้ความหมาย แม้ฟีฟ่าจะอ้างว่าตั๋วขายหมด แต่กล้องโทรทัศน์ยังจับภาพที่นั่งว่างให้เห็นอย่างชัดเจน

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.