จู๊ด เบลลิงแฮม มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ มีปากเสียงกับ วาเลนติน บาร์โก ตัวสำรองของทีมชาติอาร์เจนตินา หลังจบเกมรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก
เบลลิงแฮมแสดงอาการผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดหลังทีมชาติอังกฤษพ่ายต่ออาร์เจนตินา 2-1 ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก
ผลงานอันโดดเด่นของมิดฟิลด์จาก เรอัล มาดริด รายนี้ เคยพาทีม "สิงโตคำราม" เข้าใกล้การเข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1966 แต่ ลิโอเนล เมสซี และเพื่อนร่วมทีมกลับทำลายความฝันนั้นลง
ในเกมนี้ เบลลิงแฮมไม่สามารถสร้างอิทธิพลได้เหมือนในเกมที่พบกับเม็กซิโกและนอร์เวย์ในรอบก่อนหน้า และหลังจบเกมก็เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ขึ้นในสนาม
เบลลิงแฮมมีปากเสียงกับ วาเลนติน บาร์โก ตัวสำรองของอาร์เจนตินา ซึ่งกำลังฉลองชัยชนะกับเพื่อนร่วมทีมอยู่ใกล้ๆ เขา
นักเตะวัย 23 ปี เดินเข้าไปหาบาร์โก ก่อนจะตบที่หน้าแบ็กซ้ายอาร์เจนตินา เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายขึ้นชั่วขณะ
แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากอะไร แต่ก่อนหน้านั้น บาร์โกถูกเห็นว่ากำลังวิ่งลงสนามเพื่อฉลองประตูตีเสมอในนาทีที่ 85 ของทีม ซึ่งอาจยั่วยุให้ผู้เล่นอังกฤษบางคนไม่พอใจ โดย จอห์น สโตนส์ ถึงกับผลักเขาออกไป
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีความเป็นไปได้ว่า เบลลิงแฮมอาจถูกลงโทษจากการตบหน้าบาร์โกครั้งนี้
เขาอาจเผชิญการสอบสวนจากคณะกรรมการวินัยของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ในข้อหาประพฤติตัวรุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกแบนและปรับเงิน หากเป็นเช่นนั้น เบลลิงแฮมจะพลาดการลงเล่นเกมชิงอันดับสามกับฝรั่งเศสในวันเสาร์นี้ ซึ่งดูเหมือนไม่มีความหมายมากนักหลังจากความพ่ายแพ้ในรอบรองฯ
สิ่งที่น่ากังวลคือ การลงโทษอาจมีระยะเวลานานกว่านั้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ในอนาคตของเขา
อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่าอาจมองเหตุการณ์นี้ว่าเป็นเพียงการกระทำด้วยอารมณ์มากกว่าความรุนแรงจริงจัง เนื่องจากแรงตบไม่รุนแรงนัก ทำให้เบลลิงแฮมอาจรอดพ้นจากการถูกลงโทษได้
ที่ผ่านมา ฟีฟ่าเคยแสดงความผ่อนปรนต่อผู้เล่นชื่อดัง เช่น กรณีของ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่ถูกระงับโทษใบแดงเพื่อให้สามารถลงเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับเบลเยียมได้ หลังมีการติดต่อจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึง จานนี อินฟานติโน
คริสเตียโน โรนัลโด ก็เคยมีโทษแบนถูกยกเลิก เพื่อให้เขาสามารถลงเล่นสองนัดแรกให้กับทีมชาติโปรตุเกสในฟุตบอลโลกได้เช่นกัน
ยังต้องรอดูว่าฟีฟ่าจะตัดสินอย่างไรต่อเหตุปะทะระหว่างเบลลิงแฮมกับบาร์โก แต่ทีมชาติอังกฤษก็หวังว่าจะไม่มีข่าวร้ายเพิ่มเติมจากค่ำคืนที่น่าผิดหวังในแอตแลนตา