EEC เร่งปักหมุด Green Data Center โครงสร้างพื้นฐานไทยพร้อมแค่ไหน?
July 17, 2026 06:08 AM

การเติบโตของปัญญาประดิษฐ์(AI) Cloud Computing และเศรษฐกิจดิจิทัล กำลังทำให้ Data Center กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญไม่ต่างจากโรงไฟฟ้า ท่าเรือ สนามบิน หรือระบบราง
ประเทศที่ต้องการเป็นศูนย์กลาง AI และ Cloud จึงแข่งขันกันมากกว่าการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพราะสิ่งที่นักลงทุนต้องการจริงคือที่ดินที่เหมาะสม ไฟฟ้าที่พร้อมจ่าย โครงข่ายสื่อสารความเร็วสูง ระบบนํ้าที่เพียงพอ และพลังงานสะอาดที่สามารถรองรับการดำเนินงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประเทศไทยกำลังใช้พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศสู่ศูนย์กลาง Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัลของภูมิภาค
แต่คำถามที่ผู้เขียนอยากชวนพิจารณาคือ การมีพื้นที่และสิทธิประโยชน์เพียงพอหรือไม่ หรือประเทศไทยต้องเตรียมระบบพลังงาน นํ้า โครงข่าย และกำลังคนใหม่ทั้งระบบ เพื่อรองรับ Green Data Center อย่างแท้จริง

EEC วาง Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานยุทธศาสตร์

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. ได้จัดงาน EEC Sectoral Deep Dive Forum 2026 ด้านดิจิทัล เพื่อเปิดเวทีให้หน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการชั้นนำร่วมกันกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยให้ความสำคัญกับการลงทุน Data Center ในพื้นที่ EEC
แนวทางของ สกพอ. ครอบคลุมการกำหนดพื้นที่เฉพาะสำหรับ Data Center และการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการ ทั้งระบบไฟฟ้า นํ้า โครงข่ายไฟเบอร์ และเคเบิลใต้นํ้า รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับไทยเป็นจุดหมายการลงทุนด้านดิจิทัลของอาเซียนอย่างยั่งยืน
นี่ถือเป็นทิศทางที่สำคัญ เพราะ Data Center ขนาดใหญ่ไม่สามารถพัฒนาแบบแยกส่วนได้ การอนุมัติให้นักลงทุนเข้ามาสร้างอาคาร โดยยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าไฟฟ้าจะพร้อมเมื่อใด นํ้ามาจากไหน หรือโครงข่ายส่งไฟฟ้าจะรองรับโหลดได้เพียงใด อาจทำให้โครงการล่าช้าและสร้างภาระให้โครงสร้างพื้นฐานในภายหลัง

จาก Data Center Hub สู่ Green Data Center Hub

คำว่า Green Data Center ไม่ควรหมายถึงเพียงอาคารที่ติดตั้งแผงโซลาร์ หรือซื้อใบรับรองพลังงานหมุนเวียนมาชดเชยการปล่อยคาร์บอนเท่านั้น Green Data Center ควรถูกพิจารณาตั้งแต่การออกแบบระบบทั้งหมด ได้แก่ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน แหล่งผลิตไฟฟ้าและความมั่นคงของระบบ เทคโนโลยีระบายความร้อน การใช้นํ้าและการนำนํ้ากลับมาใช้ใหม่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิต และผลกระทบต่อชุมชนและระบบสาธารณูปโภคโดยรอบ
หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญคือ Power Usage Effectiveness หรือ PUE ซึ่งใช้วัดว่าพลังงานรวมที่ Data Center ใช้ มีสัดส่วนที่ส่งถึงอุปกรณ์ IT มากเพียงใด ยิ่งค่า PUE เข้าใกล้ 1.0 ยิ่งหมายถึงพลังงานส่วนเพิ่มที่ใช้กับระบบทำความเย็น ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์สนับสนุนมีสัดส่วนน้อยลง
อย่างไรก็ตาม การทำให้ค่า PUE ต่ำในประเทศเขตร้อนอย่างไทยมีความท้าทายมากกว่าประเทศที่มีอากาศเย็น เพราะอุณหภูมิและความชื้นสูงทำให้ระบบ Cooling ต้องทำงานหนักตลอดปี เป้าหมายด้านประสิทธิภาพจึงต้องมาพร้อมเทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น Liquid Cooling ระบบนํ้าแบบปิด การใช้ความเย็นจากแหล่งพลังงานอื่น และระบบควบคุมที่สามารถปรับการทำงานตามโหลดจริง

EECiti กำลังก้าวจากแผนเมืองสู่การลงทุนจริง

อีกโครงการสำคัญที่อาจเชื่อมโยงกับการพัฒนา Green Data Center คือ โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ หรือ EECiti ที่ตั้งอยู่ในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พื้นที่รวม 14,619 ไร่ ใกล้เมืองพัทยาและสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา โดย สกพอ. วางบทบาทให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจและบริการระดับภูมิภาค ภายใต้แนวคิดเมืองที่ผสานธรรมชาติ ผู้คน และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน พร้อมเป้าหมายการพัฒนาไปสู่เมือง Net Zero และหนึ่งในเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ชั้นนำของโลก
หาก EECiti ต้องการเป็นทั้งศูนย์กลางธุรกิจ เมืองน่าอยู่ และพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไม่ควรถูกออกแบบแบบเมืองทั่วไป AI Data Center หรือ Hyperscale Data Center หนึ่งแห่งอาจต้องการไฟฟ้าหลายร้อยเมกะวัตต์ และต้องการความมั่นคงสูงตลอดเวลา ขณะที่อาคารธุรกิจ ระบบขนส่ง โรงพยาบาล และที่อยู่อาศัยภายในเมืองก็มีความต้องการพลังงานของตนเอง
ดังนั้น ระบบไฟฟ้าของ EECiti ควรถูกออกแบบเป็น Smart Energy Infrastructure ที่สามารถรองรับโหลดขนาดใหญ่และเพิ่มขึ้นเป็นระยะ แหล่งพลังงานหมุนเวียนหลายประเภท ระบบกักเก็บพลังงาน Microgrid และระบบสำรอง การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างผู้ผลิตกับผู้ใช้ การบริหารโหลดตามช่วงเวลา และการตรวจวัดคาร์บอนและที่มาของพลังงาน
การวางระบบเหล่านี้ภายหลังเมืองพัฒนาไปแล้ว จะมีต้นทุนสูงและซับซ้อนกว่าการออกแบบไว้ตั้งแต่ต้น การมีไฟฟ้าในประเทศ ไม่ได้หมายความว่าจะจ่ายให้ Data Center ได้ทันที
หนึ่งในความเข้าใจที่ควรระมัดระวังคือ ประเทศอาจมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมเพียงพอ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถส่งไฟไปยังพื้นที่ Data Center หลายร้อยเมกะวัตต์ได้ทันที ข้อจำกัดจริงอาจอยู่ที่สถานีไฟฟ้า สายส่ง หม้อแปลง จุดเชื่อมต่อโครงข่าย และระยะเวลาในการก่อสร้าง Data Center สามารถสร้างได้ภายในไม่กี่ปี แต่โครงการสายส่งหรือสถานีไฟฟ้าขนาดใหญ่อาจใช้เวลานานกว่า ทั้งในด้านการศึกษา ออกแบบ อนุญาต จัดหาที่ดิน และก่อสร้าง
ทั้งนี้ นักลงทุนจึงไม่ได้ถามเพียงว่า “ประเทศไทยมีไฟฟ้าเพียงพอหรือไม่” แต่จะถามว่าไฟฟ้าจะพร้อมจ่ายในพื้นที่จริงเมื่อใด ราคาเท่าไร มีความมั่นคงระดับใด และเป็นพลังงานสะอาดในสัดส่วนเท่าใด หากไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ความพร้อมของที่ดินและสิทธิประโยชน์ทางภาษีก็อาจไม่เพียงพอในการตัดสินใจลงทุน
บทความโดย: อาจารย์ ดร.เมทังกร เสริมสุข วิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม (CIIM)
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.